3 สหาย จากค่ายหนังน้องใหม่ M 39

  • วันที่ 26 ม.ค. 2553 เวลา 13:28 น.

3 สหายให้คำมั่นสัญญาว่าปีหนึ่งจะสร้างสรรค์ ผลงานออกสู่สายตาแฟนๆ ไม่ต่ำกว่า 5-6 เรื่อง และคอหนังอาร์ตอาจมีเฮ....

โดย...อัคร เกียรติอาจิณ


อากาศดีเป็นศรีแก่คนทำงาน...อย่างเรา (มากๆ) และวันนั้น... อากาศก็ดีจริงๆ (ด้วยล่ะ) ฟ้าเป็นสีฟ้าเข้ม ปะปนกับก้อนเมฆขาวที่คล้ายปุยนุ่น ไม่มีเงาฝนครึมทะมึนบดบังความสดใสสักนิดเดียว

พี่วินมอเตอร์ไซค์พาเราเข้ามาในซอยพหลโยธิน 29 เลี้ยวขวาแรกและซ้ายอีกทีราว 300 เมตร เราก็ถึงบ้านหลังย่อมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ป้ายด้านหน้าบอกให้รู้ว่านี่คือค่ายหนังน้องใหม่ที่ชื่อ “M 39” (กรุณาออกเสียง เอ็ม เธอร์ตีไนน์)

ภายนอกตัวบ้านดูไม่ค่อยเหมือนค่ายหนังเท่าไหร่ แต่มันก็ให้ความร่มรื่นด้วยกรีนสเปซที่แทรกตัวอยู่ตามซอกมุมต่างๆ เราก้าวสู่ประตูทางเข้า ซึ่งขวามือนั้นเป็นที่นั่งเท่ๆ

“กรุณาถอดรองเท้า” เป็นข้อความต้อนรับเรา หือ!!! คิดในใจใครตั้งกฎนี้หว่า แต่ไม่เป็นไรหรอก เมื่อเจ้าบ้านให้ถอดก็ไม่ขัดขืนประการใด

เรามองไปรอบๆ ในห้องที่คาดว่าน่าจะใช้เป็น ที่รองรับสำหรับคนที่มาติดต่อ ยังไร้วี่แววของชุดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ ไม่นานพีอาร์คนสวยประจำค่ายก็พาเราขึ้นชั้น 2 เธอยอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่าบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการตกแต่ง ทุกอย่างจึงไม่ค่อยลงตัว

ระหว่างที่คุยกันนั้น ก็มีคน 3 คน ปรากฏตัวขึ้น 2 ใน 3 เราจำได้แม่นยำว่าทั้งคู่คือโปรดิวเซอร์และผู้กำกับฝีมือเจ๋งจากค่าย “อาวอง” (ในเครืออาร์เอส) ส่วนอีกคนไม่ค่อยคุ้น

“จันทิมา เลียวศิริกุล” โปรดิวเซอร์หญิงเหล็กของวงการ เคยผ่านงานหนังดังๆ หลายต่อหลายเรื่อง ตั้งแต่ “มือปืน/โลก/พระ/จัน” “ผีสามบาท” “จอมขมังเวทย์” “อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม” “รักจัง” “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” จนถึง “เมล์นรก หมวยยกล้อ”

“มณฑล อารยางกูร” ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอที่ผันตัวเองมาจับงานหนัง เริ่มจากผลงานแฟนตาซี “ปักษาวายุ” จากนั้นก็ขยับมาทำหนังสยองขวัญ “ผีคนเป็น” และเรื่องสุดท้ายที่ฝากไว้คือ “บ้านผีสิง”

“พรชัย ว่องศรีอุดมพร” คนนี้อยู่เบื้องหลังมาตลอด ถือเป็นเฟืองจักรสำคัญที่ทำให้หนังแต่ละ เรื่องที่ 2 คนแรกทำสำเร็จลุล่วงและออกสู่สายตาสาธารณะในฐานะผู้ที่ดูแลด้านการจัดจำหน่าย

วันนี้ทั้งสามคนก็พร้อมใจกันโบกมือลาจากบ้านหลังเก่า เพื่อมาปลุกปั้นค่ายหนังน้องใหม่ตามที่ วาดฝันในแนวทางที่พวกเขาถนัด โดยแบ่งหน้าที่ดูแลอย่างชัดเจน จันทิมานั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ พ่วงด้วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิต มณฑลรับหน้าที่คิดกลยุทธ์การตลาดเป็นหลัก ขณะที่พรชัย รั้งงานจัดจำหน่ายเช่นที่เคยทำมาก่อนหน้า

ถึงวันที่ต้องสบายปีก

ความสำเร็จเมื่อครั้งอยู่อาวอง ไม่ว่าในแง่รายได้ทะลุเป้าหรือรางวัลการันตีความยอดเยี่ยม ล้วนแต่สะท้อนถึงการเติบใหญ่ของคนทั้งสามได้เป็นอย่างดี จนวันที่ความฝันสุกงอม พวกเขาจึงพร้อมโบยบินออกสู่โลกกว้าง

ทั้งสามคนยอมรับตรงกันว่า ตอนออกจากอาวองแฮปปี้ทุกฝ่าย บอสเก่าอาจมีงอนบ้าง แต่เพราะเล็งเห็นว่านั่นคือโอกาสจึงสนับสนุนเต็มที่ ฟาก 3 สหายไม่รอรี ด้วยจังหวะและเหตุปัจจัยหลายๆ อย่างเอื้ออำนวย ค่ายหนังในแบบฉบับของพวกเขาก็เลยเกิดขึ้น

จันทิมา : “มันเริ่มมาจากที่พี่กับอ็อฟ (มณฑล) เนี่ยซี้กันมานาน 20 กว่าปี ก็รู้สึกว่าอิ่มล่ะ เพราะเราแตะมาหมดแล้ว ตั้งแต่ตอนทำรายการทีวี มิวสิกวิดีโอ จนถึงหนัง เบื้องต้นคือเราอยากเปิดบริษัทเอง ทำทุกอย่างที่มาจากโปรเจกต์หนัง ทั้งอีเวนต์ การโปรโมต หรืออื่นๆ ที่จะสามารถทำได้ จู่ๆ วันหนึ่งเราก็มีโอกาสได้คุยกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป...เมเจอร์ที่ทำโรงหนังนี่ล่ะ เขาก็คลิกกับไอเดียเรา เหมือนเราเป็นคนทำหนังส่งให้เขานั่นแหละ”

มณฑล : “ตอนแรกคิดว่าหน้าที่รับผิดชอบเรา 3 คนคงจะมีอะไรที่แปลกจากเดิม พอมานั่งลิสต์แล้วมันก็เหมือนเดิมเป๊ะ (หัวเราะ) ไอ้ที่อยากจะยกออกก็ยกไม่ได้ แถมบางอย่างยังเพิ่มเข้ามาด้วย แต่มันก็ท้าทายสำหรับเรา เพราะถ้าให้เป็นสตูดิโอทำหนังอย่างเดียวคงแคบไป พอมีงานโปรโมตมันจะเกิดอีเวนต์อันหนึ่งตามมาแน่ๆ อาจเป็นตัวดารา ผู้กำกับ หรือกระทั่งเพลงประกอบทำได้หมดนะ เป็นการแตกไลน์อันเนื่องมาจากหนังที่ยังคงอยู่ในคอนเซปต์เดียวกัน ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงนี้นี่ล่ะ”

ในการบริหารงานของ M 39 นั้น (M มาจากเมเจอร์ กับ Movie และ Music 3 เป็นสายงานการบริหารที่แบ่งเป็น 3 ฝ่าย 9 คือเลขนำโชค) เรียกว่าเป็นบริษัททำหนังที่มีกลิ่นอายความเป็น สตูดิโอทับซ้อนอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่โปรดักชันเฮาส์ซึ่งจะผลิตผลงานโปรโมต และที่ขาดไม่ได้คือการ จัดจำหน่ายเอง โดยอาศัยทุนจุนเจือจากเมเจอร์ฯ

พรชัย : “ผมไม่อยากให้มองกันว่าพอมีเมเจอร์ฯ มาเป็นแบ็กอัพแล้วหนังของเราจะต้องฉายที่โรงเมเจอร์ฯ เท่านั้น จริงๆ มันสามารถฉายได้หมด ทุกโรง เพราะเราก็อยากขยายกลุ่มคนดูให้ทั่วถึง เพียงแต่เราอาจมีความชัดเจนเรื่องการจัดจำหน่ายมากกว่าค่ายอื่นๆ รวมทั้งการจัดจำหน่ายใน ต่างประเทศเราพร้อมจะเปิดตลาดออกไปอยู่แล้ว เทศกาลหนัง หรือส่งประกวดเราก็สนใจนะ แต่ต้องดูว่าที่ไหน เรื่องอะไร หรือแนวไหน เพราะอันนี้ ขึ้นอยู่กับทิศทางของหนัง ณ ขณะนั้นด้วย”

ขอเป็นตัวเลือกคนรักหนัง

M 39 ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ช่วงนี้ทีมงานก็กำลังเตรียมเปิดกล้องลุยถ่ายทำผลงาน ที่จะใช้โหมโรงให้ค่ายหนังเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

จันทิมา : “ที่วางเอาไว้คือเรากะจะเปิดตัวในเดือนก.ย.นี้ พร้อมกับหนัง 3 เรื่อง เพราะอยากให้ชัดเจนไปเลยว่า M 39 คือสตูดิโอทำหนังจริงๆ”

หนัง 3 เรื่องที่ค่ายวางเอาไว้นั้นจะประเดิมที่ผลงานของ 3 ผู้กำกับแถวหน้า “ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์” ที่ยังคงรักษาลายเซ็นตัวเองด้วยโปรเจกต์คอมมิดีเลิฟๆ (เขาตั้งคอนเซปต์อย่างนั้นจริงๆ นะ) ต่อด้วย “กิตติกร เลียวศิริกุล” กับงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (เขาปิดเป็นความลับอยู่) อีกเรื่องเป็นหนังครอบครัวแฝงกลิ่นมิวสิคัล ฟิล์ม กำกับโดยมณฑล

มณฑล : “ถ้าให้ผมนิยามสั้นๆ คือหนังของเราจะออกแนวกวนๆ หนังรักก็จะออกรักกวนๆ ไม่ใช่หนังรักจ๋าหวานแหวว อย่างที่ผ่านมาหนังของยอร์ช (ฤกษ์ชัย) มันเป็นหนังตลกที่ใส่มุขรักเข้าไปด้วย และมักจะมีบทที่คนคาดไม่ถึงอยู่ในนั้น เช่น มุขที่บอกว่าทำไมผู้ชายชอบมีผู้หญิงใหม่ คำตอบคือผู้ชายไม่ได้อยากมีใหม่หรอก แต่อยากมีเพิ่มแค่นั้น นี่ล่ะตัวอย่างแนวหนัง M 39”

จะว่าไปแนวทางหนังของ M 39 ก็ไม่ค่อย ต่างจากผลงานที่พวกเขาเคยฝากไว้ในบ้านหลังเดิม ยังคงมีความหลากหลาย เน้นอารมณ์ดี และมี มุมมองแปลกๆ

จันทิมา : “สไตล์หรือแนวหนังนี่มันจะมาจากคอนเซปต์ของผู้กำกับ และคอนเซปต์ก็สะท้อนมาจากตัวตนผู้กำกับ เผอิญพี่เป็นคนคบผู้กำกับหลายสไตล์ เราเคยชอบพูดกันเล่นๆ ว่าพวกเราคือพวกสัตว์ประหลาด (หัวเราะ) แต่ละคนคาแรกเตอร์ จะไม่เหมือนกันเลย ซึ่งมองฐานะคนทำหนังมัน ต้องเป็นอย่างเนี่ย ต้องวาไรตีไม่ควรเหมือนกันซะทีเดียว นั่นทำให้หนังของ M 39 ค่อนข้างหลากหลาย และพี่ก็เชื่อว่าไม่มีสูตรตายตัวนะ หนังแนวไหนจะขายได้ ตราบใดที่หนังของคุณยังไม่เจ๋งพอ เพราะ คนดูอยากได้ความสดตลอดเวลา แล้วตัวเลือกก็เยอะขึ้น พยายามมากไปหนังอาจไม่สนุกได้ โอ๊ย...ปัจจัยมันค่อนข้างยิบย่อย แต่สิ่งที่พี่กลัวสุดรู้ไหม คืออะไร (นิ่งครู่หนึ่ง) กลัวจับทิศทางผิด กลัวหยิบโปรเจกต์ผิด โลโก้ M 39 จะติดตาคนหรือเปล่า อันนี้มันอยู่ที่โปรเจกต์”

แปลกประหลาดแต่ไม่แปลกแยก

แม้พวกเขาจะออกตัว (ดังเอี๊ยด) ว่าเป็นกลุ่นคนที่ชอบคิดอะไรประหลาดๆ ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง แต่เท่าที่เราได้นั่งคุยกับทั้ง 3 คน ได้ขยับเข้าใกล้โปรเจกต์ต่างๆ ที่แย้มพรายให้ฟัง ได้ยินจากปากของพวกเขาเองถึงอนาคตของค่ายหนัง รวมถึงอีกหลายๆ เรื่อง ทั้งมีสาระปะปนด้วยความไร้สาระ (บ้าง) กระทั่งเป็นความรู้สึกที่โพล่งออกมา ก็ทำให้เราเชื่อมั่นว่าผลงานการสร้างสรรค์ของพวกเขาย่อมนำมาซึ่งรอยยิ้มแก่ผู้คน อย่างๆ น้อยในแง่ความบันเทิงคงตอบโจทย์ได้แจ่มแจ้ง

มณฑล : “อย่างที่ผมบอกนั่นล่ะครับ หนังมัน จะออกกวน แต่ความกวนนั้นต้องสามารถพัฒนาได้จริง เป็นรูปธรรมและทำให้คนดูเชื่อว่า เออ...ใช่ว่ะ ไม่ใช่กวนแล้วไงล่ะ ทำต่อไม่ได้ แบบนั้นก็ไม่ใช่แนวทางของเรา”

จันทิมา : “ช่วงแรกๆ เราคงขอตั้งหลักด้วย แนวทางผู้กำกับของเราเองก่อน เพื่อสร้างภาพลักษณ์สร้างสไตล์ให้คนเห็นว่าเป็นยังงี้ๆ นะ หลังจากนั้นก็จะเปิดโอกาสให้คนที่สนใจมาร่วมโปรเจกต์ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่ายังไม่รับนะ เปิดรับแล้วเพียงแต่ยังไม่สามารถให้ลุยทำได้ทันที”

มณฑล : “เราตกลงกันแล้วว่าถ้าทีมผู้กำกับ ของเรามีผลงานแล้ว ต่อไปก็จะต้องมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ผู้กำกับใหม่ที่โปรเจกต์ผ่านด้วย โปรเจกต์ไหนเข้าสไตล์ใครต้องช่วยดูแล”

ถามถึงความคาดหวังของ M 39 ต่อวงการ หนังไทย ดูเหมือนพวกเขาจะมีคำตอบตรงกันอีกแล้ว จันทิมาบอกว่าจากประสบการณ์ที่ทั้งแฮปปี้และล้มเหลว (เรื่องรายได้) เธอแค่อยากให้ค่าย หนังแห่งนี้เป็นเสมือนการเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับคนดู

จันทิมา : “พี่รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คนดูอยากได้มุมมองใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซาก แม้จะเป็นหนังแนวเดิม หรือ ผู้กำกับคนเดิม แต่มุมมองการเล่าเรื่องต้องใหม่ สิ่งที่คาดหวังมันจึงไม่ใช่การสร้างเซอร์ไพรส์ แต่เป็นการทำสิ่งที่มีอยู่แล้วนี่ล่ะให้ดีกว่าเดิม”

มณฑล : “เป็นวิธีการทำให้การดูหนังมันมั่นคง เรื่องแคร์คนดูเราแคร์อยู่แล้ว แต่เราอยากเปลี่ยนทัศนคติของคนดูที่มองว่าหนังไทยน่าเบื่อ อยากทำให้การดูหนังเป็นเรื่องปกติ และดูได้เรื่อยๆ ซึ่งเรากำลังจะทำให้ได้”

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของค่ายหนังน้องใหม่ ก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไรต้องคอยตามติด แต่ที่แน่ๆ 3 สหายให้คำมั่นสัญญาว่าปีหนึ่งจะสร้างสรรค์ ผลงานออกสู่สายตาแฟนๆ ไม่ต่ำกว่า 5-6 เรื่อง และคอหนังอาร์ตอาจมีเฮ เมื่อพวกเขาเจอผู้กำกับอาร์ตตัวเอ้จริงๆ โปรเจกต์ผ่านก็พร้อมไฟเขียว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ