“ป้อง ณวัฒน์” ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” ขอให้เลิกเลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐ

วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 13:00 น.
“ป้อง ณวัฒน์”  ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” ขอให้เลิกเลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐ
“ป้อง ณวัฒน์” พร้อม 8 พันธมิตรองค์กรอนุรักษ์ ยื่นจดหมายถึง “บิ๊กตู่” ขอรัฐบาล #ฉลองไม่ฉลาม

หลังจากที่ก่อนหน้านี้พระเอกหนุ่ม “ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์” ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจ พร้อมโพสต์ภาพและข้อความลงในอินสตาแกรมจวกรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ได้จัดเมนู "ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน" เสิร์ฟในวงดินเนอร์ สานสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลมีเดีย

ทำให้เมื่อวานนี้ 11 ธันวาคม 2562 หนุ่ม “ป้อง” ในบานะทูตด้านฉลามของ "องค์กรไวล์ดเอด" และพันธมิตรองค์กรอนุรักษ์ 8 องค์กร อันประกอบไปด้วย องค์กรไวล์ดเอด, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, กรีนพีซ ประเทศไทย, กลุ่มเนเจอร์เพลิน, องค์กรชาร์ค การ์เดี้ยน, มูลนิธิรักสัตว์ป่า, สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย แมนตา ทรัสต์ (ประเทศไทย) และมูลนิธิฟรีแลนด์ ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี "พลเอกประยุทธ์” ผ่านทางปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี "นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ" ที่จุดบริการประชาชน ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อขอความร่วมมือรัฐบาลร่วมกันสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องฉลามด้วยการ “ฉลองไม่ฉลาม” เลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐทุกรูปแบบในอนาคต

โดยเนื้อหาภายในจดหมายเปิดผนึกนั้นได้ระบุว่า "องค์กรอนุรักษ์ทั้ง 9 องค์กรมีความเห็นพ้องต้องกันว่า การเสิร์ฟหูฉลาม เป็นตัวอย่างของการสนับสนุนการบริโภคเมนูจากสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งการบริโภคเป็น 1 ในภัยคุกคามหลักประการสำคัญที่ทำให้ประชากรฉลามโลกมีจำนวนลดลง บางสายพันธุ์กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และยังส่งผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศในทะเล และได้ชี้แจงถึงความสำคัญของการเลิกบริโภคหูฉลาม โดยในแต่ละปีฉลามราว 100 ล้านตัวถูกฆ่า ในจำนวนนี้ครีบจากฉลาม 73 ล้านตัว ถูกนำไปทำเป็นซุปหูฉลาม การล่าฉลามเพื่อตัดครีบเป็นการปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืนและโหดร้าย ขณะนี้ 1 ใน 4 ของสายพันธุ์ฉลามกำลังถูกคุกคาม และเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ และในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ประชากรฉลามบางสายพันธุ์ลดลงมาก ราว 90-98% โดยภัยคุกคามหลักเกิดจากการบริโภค และการทำประมงเกินขนาด

การควบคุมและติดตามการค้าครีบฉลามที่วางจำหน่ายแล้วทำได้ยาก เพราะไม่สามารถระบุชนิดของฉลามจากผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย และต้องใช้การตรวจดีเอ็นเอเพื่อระบุสายพันธุ์ ดังนั้น ผู้บริโภคจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ครีบฉลามที่บริโภคมาจากสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือไม่

นอกจากนี้ผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลาม องค์กรไวล์ดเอด ปี 2560 พบว่า ไทยเป็นตลาดผู้บริโภคหูฉลามที่สำคัญ โดยคนไทยในเขตเมืองทั่วประเทศ ร้อยละ 57 เคยบริโภคหูฉลาม และที่น่าเป็นห่วงคือ ร้อยละ 61 ต้องการบริโภคหูฉลามในอนาคต โดยคนไทยบริโภคหูฉลามบ่อยที่สุดที่งานรื่นเริงต่างๆ อย่าง งานแต่งงาน (72%) งานรวมญาติ (61%) และงานเลี้ยงธุรกิจ (47%)"

ซึ่งทางหนุ่ม “ป้อง” ก็ยังได้เปิดใจอีกว่า "วันนี้ผมมาเป็นตัวแทนของคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะเห็นรัฐบาลเป็นผู้นำในการดูแลระบบนิเวศทางทะเล การเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงเท่ากับเป็นการสนับสนุนการฆ่าฉลาม ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ที่เปรียบเหมือนเสือในป่า การหยุดสนับสนุนการบริโภคหูฉลามจึงเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนทำได้ง่ายที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป มาร่วมสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการ “ฉลองไม่ฉลาม” นำหูฉลามออกจากเมนูงานเลี้ยงทุกรูปแบบ เพราะหยุดกินหูฉลาม เท่ากับหยุดฆ่า”