ยุรนันท์ ภมรมนตรี คิดได้ ทำให้ดี ไปให้

วันที่ 15 ก.ย. 2552 เวลา 00:00 น.
ถึงยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ “แซม” หยุดพักเรื่องการเมืองครั้งล่าสุดจากที่ได้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในนามพรรคเพื่อไทย หันไปทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม

โดยร่วมกับกลุ่มบริษัท ณุศาศิริ และกลุ่มบริษัท กฤษณา ซื้อกิจการวิลล่า เมดิกา จากประเทศเยอรมนี มาเปิดตัวในประเทศไทยในชื่อ วิลล่า เมดิกา ไทยแลนด์ และนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

เส้นทางบันเทิง

ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดีทำให้แซมมีโอกาสได้เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย ประมาณ 1617 ปี โดยวันหนึ่งมีผู้มาติดต่อให้ไปถ่ายทำภาพยนตร์ แต่ทางคุณพ่อไม่อนุญาต จึงทำให้เขาตัดสินใจออกจากบ้านเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองคิดจะทำ เพราะในช่วงนั้นคิดว่าคุณพ่อไม่สามารถให้คำตอบอันเป็นเหตุผลที่ชัดเจนได้ว่า เพราะอะไรจึงไม่อนุญาตทั้งที่เป็นการขอทำแค่ครั้งเดียว

“การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นเพียงการอยากเอาชนะคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อเห็นว่าการเข้าสู่วงการบันเทิงไม่ได้เสียหายอย่างที่เข้าใจ หรือที่ท่านปรามาส ว่าถ้าเข้าสู่วงการนี้แล้วจะทำให้เสียผู้เสียคน จึงอยากพิสูจน์ให้ท่านเห็น แต่พอวันหนึ่งเราทำได้ ท่านก็ไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของเราแล้ว”

แซมเล่าต่อว่า เมื่อตัดสินใจออกจากบ้านและหาเงินเรียนหนังสือด้วยตนเองไปด้วย จึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นหนังเพียงเรื่องเดียว เพราะฉะนั้นจากที่จะแสดงหนังเรื่องเดียวก็กลายเป็นร้อยเรื่องสองร้อยเรื่อง และอยู่ในวงการบันเทิงเรื่อยมาจากวันนั้นมาก็ 25 ปี

ในช่วงที่อยู่ในวงการบันเทิง ต้องยอมรับว่าแซมเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งและมีแฟนๆ อยู่ทั่วประเทศ และเป็นทั้งนักร้องที่ออกอัลบั้มมากว่า 10 ชุด ได้รับรางวัลในการร้องเพลงหลายรางวัล ทั้งที่ตอนแรกก็ร้องเพลงไม่เป็น แต่ได้มุ่งมั่นที่จะเป็นนักร้องโดยพยายามฝึกฝนจนกระทั่งประสบความสำเร็จ

แซมเล่ามาถึงตรงนี้ไม่วายที่จะบอกว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจมาก ถ้ามีความตั้งใจหรือคิดที่จะทำอะไรก็ตามจะมุ่งทำในสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ด้วย

จากดาราสู่การเมือง

ยุรนันท์เล่าว่า เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นที่ก้าวเข้าสู่การเมือง เพราะเป็นเรื่องที่เห็นทุกวัน และโดยส่วนตัวฟังเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อเป็นนักการเมือง ทำให้ซึมซับจากท่านมามากมาย เช่น เรื่องเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ทำให้มีความรู้สึกว่าตนเองรู้เรื่องการเมืองมากพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็บอกว่าการสนใจการเมืองกับการเข้าไปปฏิบัติกับการเมืองคนละทางกัน

แซมเข้าสู่การเมืองผ่านทางนักการเมืองที่รู้จักทั้งคุณพ่อและคุณแม่ โดยนักการเมืองท่านนั้นเห็นว่าเขาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง จึงขอให้ไปช่วยหาเสียง ซึ่งก็ได้ไปช่วยบ้าง แต่คนที่ไปช่วยนั้นเป็นคนที่เรารักและเชื่อว่าเขาเป็นคนดีจากต้นทุนทางด้านชื่อเสียง มีความเข้าใจ และมีพื้นฐานทางการเมืองและพูดจาได้ดีคนหนึ่ง ทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคได้ติดต่อทาบทาม แต่ตอนนั้นเขายังไม่มีความสนใจ จนกระทั่งวันหนึ่งพรรคไทยรักไทยโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ตอนนั้นเป็นหัวหน้าพรรคได้มีสโลแกนน่าสนใจ

“เมื่อไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลก็มีโอกาสได้ร่วมงานและได้ไปช่วยงานหลายกระทรวง เป็นออร์แกไนซ์ให้กับรัฐบาลในบางงาน ซึ่งก็เข้าตานายกรัฐมนตรี และอีกไม่กี่วันก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในทีมโฆษกรัฐบาล นี่คือการก้าวขาเข้ามาในงานการเมือง” แซม กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มาทำงานการเมืองแซมเองก็ยังไม่มั่นใจนัก เพราะมีคนปรามาสหาว่าใช้หน้าตาเป็นใบเบิกทาง หรือไม่ก็ว่าแค่นักแสดงหน้าตาดีจะไปทำอะไรได้ ทำให้เขาต้องทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่น และหนึ่งในนั้นก็คือการไปเรียนต่อปริญญาโททางรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจากจุดนั้นก็ทำให้มีความมั่นใจในการเข้ามาทำงานการเมือง

อยู่ในวงการบันเทิงมา 25 ปี เป็นดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศ แต่วันหนึ่งต้องออกมาทำงานการเมือง ซึ่งเขาเองบอกว่าไม่รู้สึกเสียดาย แต่ยอมรับว่ายังคิดถึงอยู่ทุกวัน

“ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าได้รับอะไรมากมายจากวงการบันเทิง พยายามสอนลูกสอนหลานเสมอว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากวงการบันเทิง มาจากคนที่รักเรา จากคนที่ไม่รู้จักเราแต่รักกับบันเทิงที่เราได้ให้ไป ยอมรับว่าได้บารมีจากวงการบันเทิงตลอดเวลา รวมทั้งการที่ได้มาเป็นนักการเมืองด้วยก็ต้องยอมรับว่ามาจากวงการบันเทิงแท้จริง”

หยุดการเมืองมาทำธุรกิจสุขภาพ

แซมเล่าว่า ส่วนการเมืองที่ต้องหยุดไว้ในตอนนี้เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบความขัดแย้ง จึงพยายามที่จะถอยออกมาดูว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากเรื่องอะไร หรือเกิดอะไรขึ้น เหตุนี้จึงได้มาทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำมาเป็นเวลา 5 ปีตั้งแต่ทำงานการเมืองแล้ว

ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรแล้วต้องทำจริงและทำให้ดี ผู้บริหารวิลล่า เมดิกา เล่าต่อว่า เมื่อมาทำธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว จึงได้ไปเรียนทางด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาโทด้าน AntiAging จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การชะลอวัย

“เรื่องเรียนก็เรียนเหมือนกับคุณหมอเรียนทุกอย่าง ได้ปริญญาเหมือนที่คุณหมอได้ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ใบประกอบโรคศิลปะเพื่อไปผ่าตัดหรือรักษาคนไข้จริงๆ เท่านั้น แต่เรารู้อย่างที่คุณหมอรู้ทุกอย่าง”

ถ้าใครอยากพิสูจน์ว่า ตอนนี้ แซม ยุรนันท์ จะเก่งในเรื่องสุขภาพ รู้ดีเท่าหมอตามราคาคุยหรือเปล่า ต้องไปพิสูจน์เอาเอง