อายมั้ยแอนิเมชันไทย ก๊อบปี้ระดับโลก

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 06:37 น.
กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

 

กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้

ไม่นานมานี้ เว็บไซต์ข่าว Yahoo.com มีฝรั่งนายหนึ่งนามว่าแมตต์ แม็คเดเนียล คอลัมนิสต์เซ็กชัน Yahoo Movie ได้หยิบยกผลงานการ์ตูนแอนิเมชันไทยมาเอ่ยถึงทำนองว่าลอกเลียนภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิกเรื่อง “Beauty and the Beast” หรือชื่อไทย “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ของค่ายดิสนีย์ โดยมีการสร้างใหม่ในชื่อเรื่องว่า “โฉมงามกับคำสาปอสูร” แต่รายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะตัวละคร เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเสื้อผ้าของตัวละคร แทบจะเป็นแบบเดียวกันกับต้นฉบับทั้งสิ้น

“ผลงานของไทยถูกสร้างขึ้นในราคาถูกด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับต้นฉบับของดิสนีย์” เป็นความคิดเห็นบางส่วนของคอลัมนิสต์รายนี้ที่ว่าไว้อย่างเจ็บแสบ

แน่นอนว่าเมื่อบทความชิ้นนี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนบนโลกไซเบอร์ ทำเอาแฟนดิสนีย์ ตลอดจนคอการ์ตูนจากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงประเทศไทย ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษ มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน ถึงขั้นเรียกร้องให้ดำเนินการทางกฎหมายขั้นรุนแรงกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ จากการสำรวจ ขุดคุ้ย เปิดโปงของชาวพันทิป (เจ้าเก่า) ยังพบอีกว่ามีการ์ตูนแอนิเมชันไทยอีกหลายเรื่องที่ถูกดำเนินการสร้างออกมาอย่างจงใจให้เหมือนกับผลงานคลาสสิกชื่อดัง อาทิ ไซโดมอน (ที่เนื้อเรื่องและตัวละครเอกละม้ายกับโดราเอมอน การ์ตูนอมตะของญี่ปุ่น) สโนไวต์กับเจ็ดคนแคระใจดี (ฝาแฝดกับสโนไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ด) อภินิหารตะเกียงวิเศษ (อะลาดินกับตะเกียงวิเศษโป๊ะเช๊ะเลย) แบรีกับภูชี้ฟ้า (คล้ายวินนี เดอะ พูห์อย่างฮา) ปลาเล็กหัวใจพองโต (นีโม ปลาเล็กหัวใจโต๊โต) ฯลฯ แม้แต่ก้านกล้วย การ์ตูนดังที่สร้างชื่อเสียงเชิดหน้าชูตาให้ประเทศยังโดนทำออกมาเป็น กล้วยปิ้ง ช้างน้อยยอดนักสู้ !!?

 

การ์ตูนแอนิเมชันส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่กล่าวมา มีชื่อโลโก้ของ “GM Toons” และ “Erawan Edutainment” เป็นผู้ผลิต และวางจำหน่ายออกมาเป็นรูปแบบวีซีดีและดีวีดีบนห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งตามตลาดนัดทั่วไป ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคพอสมควร

ดุจดาว พรหมโมบล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่นส์ พิคเจอร์ส ประเทศไทย บอกว่าทางต้นสังกัดได้ทราบเรื่องมานานแล้ว แต่จะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น

“เท่าที่ดูก็พบว่าทำเหมือนเรามาก จนเชื่อว่าคนดูคงคิดถึงเราแน่ๆ (หัวเราะ) แต่รายละเอียดบางอย่างมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย หน้าตา เครื่องแต่งกาย ชื่อตัวละคร เนื้อเรื่อง ฉาก ตัดนู่นนิดเพิ่มนี่หน่อย แต่ก็ยังดูออกว่าจงใจให้เหมือนอยู่ดี ก็รู้สึกขำและอายนะ ขำตรงที่ว่ามีฝีมือ มีไอเดีย แต่ทำไมไม่สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ เป็นของตัวเอง บางอย่างดูแล้วน่าทึ่งมาก ช่างคิด ที่อายก็คือมีคนต่างชาติมาถามเราว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ คือเขาทึ่ง ความรู้สึกคล้ายๆ กับไปเมืองจีน แล้วเห็นไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ที่ก๊อบปี้แบบเหมือนมากๆ ยังไงยังงั้น”

“คงไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเล็กมาก ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรง หรือสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับดิสนีย์เท่าไหร่นัก ...ก็ยังดีกว่าเขาเอาไปแปลงเป็นการ์ตูนโป๊แหละนะ” ตัวแทนจากดิสนีย์กล่าว

สันติ เลาหบูรณะกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนสามมิติเรื่อง “ปังปอนด์ ดิ แอนิเมชัน” ให้ความเห็นว่า

“ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่กับปัญหาการก๊อบปี้ซึ่งเกิดขึ้นในทุกวงการทั่วโลก ต้องให้โอกาสทางทีมสร้างออกมาชี้แจงว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจให้เหมือน ซึ่งผู้บริโภคก็คงตัดสินได้จากสายตาตัวเองอยู่แล้ว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าบ้านเรามีคนเก่งๆ มากมาย คงจะดีกว่าถ้าคนที่มีฝีมืออยู่แล้ว จะลงมือทำเรื่องของตัวเอง สร้างผลงานใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำรอยใคร วงการแอนิเมชันไทยจะพัฒนาขึ้นไปอีกเยอะเลย”

เช่นเดียวกันกับ คมภิญญ์ เข็มกำเนิด แอนิเมเตอร์ชื่อดัง ผู้สร้างการ์ตูนแอนิเมชัน ก้านกล้วย ก็ไม่ติดใจ ทั้งๆ ที่เรื่องก้านกล้วยของไทยเราก็โดนกับเขาด้วยเหมือนกัน

“สำหรับผมโอเคนะ ยังดีซะกว่าเอาก้านกล้วยต้นฉบับไปปั๊มขายเป็นแผ่นผี (หัวเราะ) อย่างน้อยก็ยังทำงาน ยังมีการสร้างสรรค์ แต่การเอาต้นฉบับมาทำเป็นการ์ตูนเพี้ยนๆ ทำให้ผู้บริโภคสับสนเข้าใจผิด ซึ่งถ้าเป็นการตั้งใจ ผมคิดว่านั่นฉกฉวยโอกาสที่ไม่ค่อยดีนัก การฟ้องร้องจึงเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เกิดบรรทัดฐาน ให้รู้ว่าขอบเขตมาตรฐานอยู่ตรงไหน อะไรควรไม่ควร”

ขณะที่ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ หัวหน้าหลักสูตรคอมพิวเตอร์อาร์ต สาขาแอนิเมชัน ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่ากรณีนี้น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปใช้สอนนักศึกษาแอนิเมชันรุ่นใหม่ได้

“ผมบอกนักศึกษาเสมอเวลานำภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องดังๆ จากฮอลลีวูดมาฉายในห้องเรียนว่าให้ดูเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ นำสิ่งดีๆ ของเขามาบวกรวมกับประสบการณ์ของตัวเราเอง แล้วสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ห้ามลอกเลียนแบบ คนไทยเรามีฝีมืออยู่แล้ว มีผลงานที่ดีอยู่แล้ว มีไอเดีย ก็ควรเอาส่วนที่ดีไปพัฒนาต่อ เอาสิ่งที่ไม่ดีไปปรับปรุง นำมาศึกษาวิเคราะห์ แล้วทำให้เกิดเป็นผลงานใหม่ของตัวเอง”

ถึงนาทีนี้ แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากทั้งฝ่ายผู้ผลิตที่ถูกกล่าวหาว่านำผลงานไปลอกเลียนแบบ แต่การประณามอย่างรุนแรงของชาวเน็ตก็ยังดำเนินต่อไป

งานนี้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ลองไปขวนขวายหามาดู คุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน