ป๋อม บอยไทย ออกโรง! คอนเสิร์ตแบบไทยๆ

วันที่ 26 ต.ค. 2553 เวลา 19:32 น.
วันนี้ "ป๋อม บอยไทย" พร้อมแล้วกับการทำงานเบื้องหน้าอย่างเต็มตัวโดยมีคอนเสิร์ตนี้ที่ชื่อว่า “ระนาดคะนองกลองสิบทิศ” เป็นเดิมพัน

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เมื่อเอ่ยชื่อ “ชัยยุทธ โตสง่า” หลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าเอ่ย “ป๋อม บอยไทย” ทุกคนต้องร้อง...อ๋อ เพราะเขาคือนักดนตรีไทยเดิมและดนตรีไทยประยุกต์ที่แม้จะอายุน้อย แต่ระดับชั้น “ครู” ทีเดียว ซึ่งก่อนนี้หลายคนอาจสงสัยและตั้งคำถามว่า “ป๋อม บอยไทย” หายไปไหน...? แต่พอโผล่มาทีก็มาซะใหญ่กับคอนเสิร์ตของตัวเองจนแฟนๆ คาดไม่ถึง ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน แต่เพราะทำงานเบื้องหลังให้รายการ “คุณพระช่วย” จึงทำให้เงียบๆ ไปบ้าง

ทว่า แต่วันนี้เขายืนยันหนักแน่นว่า พร้อมแล้วกับการทำงานเบื้องหน้าอย่างเต็มตัวโดยมีคอนเสิร์ตนี้ที่ชื่อว่า “ระนาดคะนองกลองสิบทิศ” เป็นเดิมพัน

ระนาดคะนองกลองสิบทิศ

ป๋อม บอยไทย

ป๋อมซึ่งมีระนาดเอกเป็นเสมือนกล่องเสียง กล่าวว่า คอนเสิร์ตนี้แน่นอนต้องมีระนาดเอกและกลองสิบทิศ โดยกลอง 10 ทิศ ก็คือมาจาก 4 ภาค 8 ทิศ อีก 2 ทิศ คือ บนฟ้า เนื่องจากกลองบางชนิด เช่น ตะโพนไทยที่เรียกตะโพนธรรพ์ก็มาจากสวรรค์ และพื้นดินก็เป็นอีกทิศ เช่น กลองอีสานบางชนิดค้นพบจากบนดิน และการที่เอากลอง 4 ภาคมาตี ก็เพื่อจะบอกว่านี่คือ “กลองรวมชาติ” ไม่มีการแบ่งแยก และ “ทุกมือตีคือคนไทย” ตีแรงเท่าใดก็ดังเท่านั้น

จึงอยากให้คนไทยร่วมกันทำวัฒนธรรมไทยให้เกิดเสียง เฉกเช่นกลองที่ไม่อาจเกิดเสียงด้วยตนเอง ขณะนี้วัฒนธรรมไทยถูกกลบกลืนด้วยวัฒนธรรมต่างชาติอย่างน่าใจหาย (พูดแล้วน้ำตาคลอ) โดยเฉพาะวัฒนธรรมเกาหลีทะลักล้นเข้าไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน และมีคนไทยจำนวนไม่น้อยหลงใหลได้ปลื้มไปด้วยจนมองข้ามวัฒนธรรมไทยไป คอนเสิร์ตนี้จึงต้องการจะดึง “ของดีจากลิ้นชัก” ของตัวเองออกมาสร้างความบันเทิง และให้คนไทยได้เห็นคุณค่าของความเป็นไทยและศิลปวัฒนธรรมไทย

“ผมต้องการให้ดนตรีไทยเป็นเครื่องปลุกจิตสำนึกคนไทย โดยจะนำระนาดเอกและเครื่องดนตรีไทยทั้งหมดมาสู่อีกมิติหนึ่งที่คนทั่วไปในสังคมไทยสามารถสัมผัสได้อย่างภาคภูมิใจว่านั่นคือดนตรีไทยของคุณ ดนตรีของคนไทย ทุกคนรับความภูมิใจในความเป็นไทยกลับบ้านไปได้เลย ‘ระนาดคะนองกลองสิบทิศ’ นี่คือของดีจากลิ้นชักอันแรกและจะมีออกมาเรื่อยๆ ถ้ายังมีคนสนับสนุนและรักศิลปะไทย” เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาดนตรีปีล่าสุด กล่าว

มิติใหม่ที่ (คุณ) ไม่เคยเห็น

คอนเสิร์ตครั้งนี้นอกจากอลังการด้วยแสง สี เสียง ตระการตาเต็มรูปแบบแล้ว อีกปรากฏการณ์ที่สร้างสีสันให้คอนเสิร์ตออกรสมีชีวาก็คือ จะมีเหล่าศิลปินรับเชิญมาร่วมสร้างความบันเทิงในงานเพียบ

กับเพื่อนๆสมาชิกวง

เคยเห็นไหม “ชาย เมืองสิงห์” ส่งมาลัยความสุขด้วยบทเพลงมาลัยดอกรัก มาลัยน้ำใจ ทำบุญร่วมชาติ ในแบบป๋อม บอยไทย “ชินกร ไกรลาศ” กับยอยศพระลอ ในเวอร์ชันป๋อม หรือแม้แต่ อ.ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อ.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ สองซูเปอร์สตาร์กรมศิลปากร ขวัญใจแม่ยก ก็จะมาร่ายจินตลีลากับเพลงดนตรีไทยในฉบับของป๋อม

นอกจากนี้ ยังมี ครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต ครูสมชาย ทับพร จากกรมศิลปากร พร้อมสนุกสนานเฮฮาสลับเสียงระนาดกับ เอ๋ เชิญยิ้ม ปลาคาร์พ จิ้ม ชวนชื่น และปู ดอกกระโดน ที่ไม่ได้มามือเปล่าแต่จะมาประชันระนาดกับป๋อมในแบบเก่าและใหม่ชนิดมันหยด!

ส่วนใครที่เคยดูหนังเรื่องโหมโรงคงรู้จักบทเพลง “จีนตอกไม้” ของ ครูสุพจน์ โตสง่า ซึ่งเป็นเพลงที่ “ศร” พระเอกในเรื่องใช้บรรเลงแข่งกับขุนอิน ครั้งนี้วงกำไลซึ่งเป็นหญิงล้วนจะนำมาบรรเลงในเวอร์ชันวงกำไลบ้าง ซึ่งจะเป็นแบบไหนต้องไปดู พลาดไม่ได้กับวงบางกอกไซโลโฟนที่ขนทีมกลองไทยและสากลกว่า 30 ชีวิต มาร่วมทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

มือระนาดเอกออกตัวว่า ชื่อป๋อม บอยไทย อาจไม่ดัง แต่เพลงของป๋อม บอยไทยดัง เพราะมีคนนำไปเล่นเยอะแยะตามที่ต่างๆ แต่จะไม่รู้ว่าเป็นเพลงของป๋อม งานนี้ต้องไปดูแล้วจะร้องอ๋อ...ว่าเพลงนี้ป๋อมแต่งเหรอ ดังนั้น 30 กว่าเพลงที่ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ เช่น ฉุยฉายระนาดเอก หรือเพลงฝันไกล เพลงฟ้าไกล และหัวใจอ้อยอิ่ง และเพลงเอกของงานคือ “ระนาดคะนองกลองสิบทิศ” ทุกคนจะได้เห็น

คอนเสิร์ตครั้งนี้ ป๋อมหวังในใจลึกๆ จะประสบความสำเร็จแค่ไหนไม่รู้ แต่สิ่งที่อยากเห็นคืออยากเห็นพี่น้องคนไทยกลับมาเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของไทย รักในความเป็นไทย และมีสำนึกในความเป็นไทยมากขึ้น แค่นี้ก็สุขแล้ว

“ระนาดคะนองกลองสิบทิศ” จะเปิดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 31 ต.ค.นี้ ณ โรงละครแห่งชาติ บ่าย 2 ถึง 6 โมง ใครที่ยังไม่มีตั๋วต้องรีบ ยังมีขายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และโอเชี่ยน มีเดีย โทร. 02-521-9199 บัตรราคา 1,500, 1,200, 800, 500 และ 300 บาท

***************************

ป๋อม บอยไทย เป็นบุตรของครูสุพจน์ โตสง่า และครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ก่อตั้งวง “บอยไทย” ขึ้นในปี 2536 ต่อมาได้ออกจากบอยไทยมาตั้งวงของตัวเองขึ้น คือ บางกอกไซโลโฟน วงชายล้วน ในปี 2546 และวงกำไล หญิงล้วน ในปี 2548 เคยนำผลงานดนตรีไทยไปแสดงที่ต่างแดนนับครั้งไม่ถ้วน ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ สอนดนตรีไทยให้กับผู้ที่สนใจ และปี 2553 นี้ ก็ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่น “ศิลปาธร” สาขาดนตรี จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม