หนังไทยบุกตลาดจีน

วันที่ 22 ก.ค. 2560 เวลา 13:29 น.
หนังไทยบุกตลาดจีน
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ / พริบพันดาว

ใน "งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ณ นครเซี่ยงไฮ้" ของจีน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และมูลนิธิไทย พร้อมด้วยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมมือกันพาภาพยนตร์ไทยเข้าไปฉายเพื่อเปิดตลาดในประเทศจีน โดยใช้โอกาสของ "งานเทศกาล" ที่ปราศจากการจำกัดโควตาภาพยนตร์ต่างชาติเหมือนยามปกติ ให้เข้าไปฉายภาพยนตร์ไทยให้ชาวจีนได้

เทศกาลภาพยนตร์จึงเป็น "โอกาสทอง" ที่ไทยจะผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดขนาดใหญ่ที่เป็นที่หมายมั่นของทั่วโลก ซึ่งจีนจำกัดโควตาภาพยนตร์ต่างชาติเอาไว้ปีละราว 38 เรื่องเท่านั้น

การผลักดันภาพยนตร์ไทยให้สู่ตลาดต่างประเทศในปี 2017 นี้ นับเป็นความพยายามปีที่ 7 ของหน่วยงานต่างๆ โดยจำนวนภาพยนตร์และจำนวนรอบที่ฉายในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 18 รอบ เป็น 27 รอบ จากภาพยนตร์ทั้งหมด 8 เรื่อง ในปีนี้ซึ่งฉายตลอดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Film Festival (SIFF2017))ครั้งที่ 20 กลายเป็นตัวเลขที่แสดงถึงพัฒนาการด้านความนิยมของภาพยนตร์ไทย

แม้แต่บริษัทอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีนอย่างอาลีบาบาก็เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้เช่นกันในชื่อบริษัท Alibaba Pictures Group (1060:HK) โดยอาลีบาบาจะนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตชั้นสูงและลงทุนในบริษัทที่สามารถใช้โมเดลธุรกิจอินเทอร์เน็ตมาใช้กับการผลิตและการนำเสนอสื่อภาพยนตร์แบบใหม่ให้กับลูกค้า

แต่ความท้าทายยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตภาพยนตร์ที่เข้าถึงวัฒนธรรมความชอบของคนจีน ซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับของผู้ชมในอเมริกาด้วย เพราะภาพยนตร์จะเข้าฉายในทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังมีเรื่องความละเอียดอ่อนของเนื้อหาที่อาจมีความเสี่ยงถูกเซ็นเซอร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีนนั้นมีการพัฒนาและการทดลองนำโมเดลธุรกิจใหม่ๆที่สร้างโดยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้มาก มีการนำการระดมทุนการสร้างภาพยนตร์จากมวลชน หรือ Crowdsourcing มาใช้ได้สำเร็จแล้ว และจะมีโมเดลแบบออนดีมานด์แบบเดียวกับเน็ตฟลิกซ์ที่ดังมากในอเมริกาอีกด้วย จีนมีความก้าวหน้าเรื่องการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ในอุตสาหกรรมนี้ได้ดีกว่าในอเมริกาเสียอีก เพราะเรื่องของลิขสิทธิ์ในอเมริกานั้นจำกัดเรื่องนี้ลงมาก

3 บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตอย่าง Alibaba Tencent และ Baidu ย่อมไม่พลาดโอกาสตรงนี้ ทุกบริษัทต่างเร่งลงทุนในเทคโนโลยีวิดีโอออนไลน์และใช้เทคโนโลยีเหล่านี้กระจายคอนเทนต์ที่ดีในวงการภาพยนตร์เข้าเชื่อมต่อกับลูกค้าของบริษัท ซึ่งหากรวมลูกค้าของบริษัทในช่องทางต่างๆ ทั้ง Website, Instant Messaging App, Social Networking Platform หรือ Search Engine แล้วละก็ มีคนตามสูงเป็นพันล้านคนเลยทีเดียว

ทางด้านเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นให้ข้อมูลว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีนถือว่าใหญ่มากและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอาเซียน ระบุว่า ในปี 2015 ภาพยนตร์จีนสร้างรายได้จากการทำภาพยนตร์มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าเกือบ 70%

ซางปู้ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน ซึ่งทำงานเป็นผู้กำกับภาพยนตร์จีนมานานถึง 20 ปี กล่าวว่า อุตสาหกรรมหนังจีนกำลังจะไปสู่ระดับโลก

ดาเลียน แวนดา กรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และความบันเทิง ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท เลเจนเดรี พิกเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้เงินทุนหนังในฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์อย่างเช่น จูราสสิก เวิลด์ โดยการซื้อหุ้นครั้งนี้ทำให้แวนดา กรุ๊ป เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารด้วย

หวางเจี้ยนหลิน ประธานบริษัท แวนดา กรุ๊ป ประกาศว่า ดีลดังกล่าวมีมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ และการเข้าไปมีส่วนบริหารนี้จะเปิดทางให้ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์จีนได้เผยแพร่งานสู่ผู้ชมนานาชาติมากขึ้น

นอกจากนี้ แวนด้า กรุ๊ป ยังเป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์เอเอ็มซี เชนโรงหนังที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ ซึ่งคอนเนกชั่นทางธุรกิจนี้จะช่วยให้ภาพยนตร์จีนได้ออกไปสู่ผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งจำกัดจำนวนภาพยนตร์ต่างประเทศที่นำมาฉายในจีนเป็นรายปี โดยภาพยนตร์ต่างประเทศเหล่านี้สร้างรายได้ประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2015 และมีเพียง 3 เรื่องที่ติดอันดับท็อปเทนคือเรื่อง Fast and Furious 7, Avengers : Age of Ultron และ Jurassic World

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ เปิดประตูสู่ตลาดจีน

ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีโอกาสสัมผัสกับภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี 1896 จากนั้นอีก 120 ปี ภาพยนตร์ก็มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมและเป็นกลาง สื่อที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกับประเทศจีนมากยิ่งขึ้น (สังเกตได้จากรายชื่อภาพยนตร์จีนที่มีชื่อติดบ็อกซ์ออฟฟิศมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนนักลงทุนทั้งหลายแห่กันมาลงทุนในตลาดนี้)

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Film Festival (SIFF)) ก็ถือเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยส่งเสริมภาพยนตร์ในประเทศและในเอเชียให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังถือเป็นแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและศิลปะผ่านทางภาพยนตร์ในระดับนานาชาติด้วย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์เดียวในจีนที่ได้รับการรับรองโดยสถาบัน FIAPF จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1993 และในปี 2017 ถือเป็นครั้งที่ 20 ภายในงานมีการมอบรางวัล Golden Goblet ให้กับภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ที่น่าจับตาจากเอเชีย

โดยในปีนี้ คริสเตียน มันกิว ผู้กำกับการแสดงชื่อดังชาวโรมาเนีย ซึ่งเคยได้รับรางวัลปาล์มดอร์จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล Golden Goblet และยังได้ หวังเสียวชวย ผู้กำกับการแสดงชาวจีน มาทำหน้าที่ประธานตัดสินรางวัล Asia New Talent Award

สำหรับปี 2017 ทีมงานลอฟฟีเซียลและ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในฐานะแอมบาสซาเดอร์ ได้รับเชิญจากทางเจเกอร์-เลอกูลทร์ ให้ไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ในครั้งนี้ด้วย รวมถึงดาราไทยอย่าง มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รวมถึงนักมวยที่มารับเล่นภาพยนตร์ในแบบเฉพาะกิจ บัวขาว บัญชาเมฆ

ข้อมูลที่จัดทำในปี 2559 โดย ศิวิมล มโนภานนท์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้สะท้อนภาพถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ กับโอกาสของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ว่าเห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาพยนตร์จากทั่วทุกมุมโลก ภายในงานยังได้จัดพื้นที่พิเศษเกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศตามแนวยุทธศาสตร์ “One Belt, One Road” และมีการจัดสัมมนา “One Belt, One Road-World Cinema” โดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนให้จีนและต่างชาติถ่ายทำภาพยนตร์ร่วมกัน พร้อมกับส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ วัฒนธรรม และอื่นๆ ระหว่างกัน ถือว่างานนี้จีนวางกลยุทธ์ได้ยอดเยี่ยมและเฉียบคม

งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้เป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจีน เพราะเป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติระดับ A เทศกาลเดียวในประเทศจีน จึงมีการรวบรวมบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ทั้งในจีนและต่างชาติที่สำคัญจำนวนมากไว้ในงานตลาดภาพยนตร์ ทำให้ผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยมีโอกาสพบปะเจรจาหาโอกาสทางธุรกิจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการชาติอื่น รวมถึงเป็นช่องทางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ไทยให้แก่ผู้เข้าชมงาน และผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ จากการที่ BIC Shanghai ได้สอบถามและพูดคุยกับทางผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยพบว่าผู้ประกอบการจีนส่วนใหญ่สนใจที่จะร่วมทุนและสนใจมาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย การที่ประเทศไทยมีโลเกชั่นที่สวยงามหลากหลาย มีสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากรในการถ่ายทำที่มีคุณภาพระดับโลก จึงทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการถ่ายทำภาพยนตร์ของชาวจีนและนานาชาติ

หากดูจากสถิติของกรมการท่องเที่ยวก็จะยิ่งเห็นชัดว่า มีภาพยนตร์ต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้สะพัดให้แก่ประเทศในแต่ละปีอย่างมหาศาล นอกจากนี้ ตามที่ไทยมีนโยบายจะให้สิทธิพิเศษคืนเงินทุน (Cash Rebate) สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างหรือทำ Post Production ในประเทศไทย คาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์และ Post Production ในประเทศไทย ด้วยการดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติให้เลือกใช้ไทยเป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์มากขึ้นอย่างแน่นอน

ในส่วนของแนวภาพยนตร์ไทยที่เป็นที่นิยมและโดนใจชาวจีนก็คือ ภาพยนตร์สยองขวัญ เนื่องจากไทยมีความเชี่ยวชาญในการสร้างภาพยนตร์แนวนี้เป็นพิเศษ จึงทำให้ผลงานที่ออกมาค่อนข้างแปลกใหม่และฉีกแนวจากหนังสยองขวัญทั่วไป สำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติกก็ฮิตไม่แพ้กัน ด้วยรูปร่างหน้าตาของนักแสดงที่หล่อและสวย บวกกับฝีไม้ลายมือในการแสดงที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้ภาพยนตร์ไทยกลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของชาวจีนไปโดยปริยาย

แม้ว่าภาพยนตร์ไทยและต่างชาติจะถูกจำกัดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จีน ด้วยระบบโควตา ให้ฉายได้เพียงปีละ 38 เรื่อง แต่นี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการเผยแพร่ภาพยนตร์ไทยออกสู่สายตาชาวจีน เพราะปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย การจะขยายฐานผู้ชมจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ได้ก็จะเป็นการโปรโมทและเผยแพร่ภาพยนตร์ไทยในตลาดขนาดมหึมา

นอกจากนี้ การขายลิขสิทธิ์ให้กับเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การเสนอรับทำเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ ฯลฯ ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็เป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดได้เช่นกัน เห็นอย่างนี้แล้วก็ควรเร่งผลักดันหาวิธีพาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้พัฒนาไกลไประดับอินเตอร์ และหากจับตลาดจีนได้ รับรองจะมีรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล