คำต่อคำ "น็อต อัครณัฐ" เปิดใจกรณีชกคู่กรณี-สั่งกราบรถ

  • วันที่ 07 พ.ย. 2559 เวลา 09:36 น.

คำต่อคำ "น็อต อัครณัฐ" เปิดใจกรณีชกคู่กรณี-สั่งกราบรถ

"น็อต อัครณัฐ" เปิดใจกรณีชกหนุ่มขี่จักรยานยนต์-สั่งให้กราบรถ ยอมรับโมโหที่รถเสียหาย พร้อมขอโทษทุกฝ่าย ยืนยันรับผิดชอบ

หลังตกเป็นกรณีที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวางสำหรับคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ "น็อต" อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต เวคคลับ นักแสดงและพิธีกรหนุ่ม เจ้าของรถเก๋งมินิ สีเหลืองได้ชกที่ใบหน้าของชายขี่จักรยานยนต์หลังเกิดเหตุเฉี่ยวชนกันพร้อมตะคอกใส่ว่า "กราบรถกู"นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา หนุ่มคู่กรณีพร้อมครอบครัวได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สน.ยานนาวากรณีถูกพิธีกรหนุ่มทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บจมูกหัก ซึ่งต่อมาในเวลา 20.00น. น็อต อัครณัฐ พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวาเช่นกัน

ภายหลังจากให้ปากคำ น็อต ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีรายละเอียดดังนี้

"ตอนเกิดเหตุกำลังจะไปงานแต่งงานกับเพื่อน มาถึงแยกแชงกรีล่า รถติดมาก หลังจานั้นมีเสียงตึงเข้ามา หันไปก็เห็นจักรยานยนต์ขับออกจากท้ายรถแซงไปทางซ้าย ผมจึงเปิดกระจกเรียกบอกให้จอดๆ อย่าหนี แต่เขาไม่ได้จอด พอเขาไปไม่ไกล เขาก็จอด อาจจะรถติดหรืออะไรไม่แน่ใจ เขาก็หันมามองผม จากนั้นเขาก็วกรถไปฝั่งตรงข้าม ผมก็เข้าใจว่าการวกรถแบบนี้มันไม่ดีกับผมแล้ว ผมก็เปิดประตูรถวิ่งไปหาเขาเพื่อเอาเขาลงมาให้ได้ เขาก็ไม่ยอมลงจากรถ ผมต้องทำยังไงก็ได้ให้เขากลับมา ถ้าไม่งั้น ถ้าเขาขับหนีไป ผมก็ต้องรับผิดชอบคนเดียว

ถามว่า ผมผิดไหม ผมยอมรับว่าผมผิด ขอโทษทั้งคุณพ่อคุณแม่ ทุกคนที่เกี่ยวข้อง น้องบอย (คู่กรณี) และครอบครัวของเขา ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วผมจะไม่รับผิดชอบ ผมคุยกับเขาแล้ว มาคุยกันที่สน. บอก ถาม มาถึงร้อยเวรบอกว่ามาเคลียร์กันได้เคลียร์เลย มาเจอแม่เขาผมก็ยกมือไหว้ขอโทษ

หลังจากนั้นก็คุยกัน แม่เขาก็บอกว่าลูกเขาก็ผิด ผมก็บอกว่าผมก็ผิด ผมขอโทษ เขาก็บอกเขาขอโทษเหมือนกัน เราก็คุยกันด้วยการไม่มีอารมณ์ที่จะมาโกรธกัน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ระหว่างที่คุยกัน

หลังจากนั้นผมก็บอกว่าเอาอย่างงี้ละกัน ฝั่งผมก็เจ็บแต่ไม่เป็นไร รถผมมีประกัน ซ่อมได้ ฉะนั้นตกลงกันแบบนี้ ผมถามร้อยเวรว่า ถ้าผมแจ้งประกันมันจะมีผลต่อน้องเขาไหม ร้อยเวรบอกว่าก็อาจจะมี แต่น้องเขาบอกว่าไม่มีตังค์ตั้งแต่ทีแรก ผมก็ว่าโอเคไม่เป็นไร ผมจะแจ้งในแบบไม่มีคู่กรณีซึ่งผมได้แจ้งแล้วเรียบร้อยในวันนั้นช่วงสามทุ่มกว่าๆถึง4ทุ่ม ทุกอย่างมันก็โอเค

แต่ในความเป็นจริงแล้ว วันนั้นหลังจากที่เราจับมือกัน คุยกันต่อหน้าตำรวจแล้วว่าจะแจ้งแประกันแบบนี้ คุณแม่เขาก็บอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นแม่จะรับผิดชอบ ผมก็บอกว่า เอาตรงๆนะ ผมรู้สึกผิดมาก แต่เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นคืออะไร คือชาวบ้านไทยมุง ทุกคนรุมด่าผม ถามว่าสมควรไหม ก็สมควรแหละ เขาเห็นในจุดที่ผมไปทำน้อง เราก็คุยกัน คุณแม่เขาก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คุณแม่จะออกมาแก้เอง ซึ่งถามว่าการพูดปากเปล่าแบบนี้พี่ๆจะเชื่อไหม ผมมีคลิปครับ (เปิดคลิปขณะเจรจากับคู่กรณีแสดงให้สื่อมวลชนดู)

(ทนายความเปิดรูปถ่ายคู่กับคู่กรณีแสดงให้สื่อมวลชนดู) อันนี้คือรูปที่มีผม น้องคู่กรณีและคุณแม่จับมือกัน รวมทั้งรูปยืนต่อหน้าตำรวจด้วย แต่ในความเป็นจริงคือ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้จบแล้วผมจบเลย แต่หลังจากนั้นมีข่าวมาบอกว่าผมติดต่อไม่ได้ ใช่ครับผมติดต่อไม่ได้เพราะผมไปทำงานในห้องบอลรูมมีคนอยู่เยอะมากทำให้โทรศัพท์ใช้การไม่ได้ คุณแม่ก็ส่งไลน์ไปหาเพื่อนผมบอกว่าน้องไปตรวจมาและพบว่ามีอาการจมูกหักอยากจะให้ช่วยเรื่องรักษาพยาบาล หลังจากผมออกมาจากงานแล้วผมโทรกลับเขาครับ (โชว์ประวัติการโทรในมือถือต่อสื่อมวลชน)

โทรเมื่อเวลา 21.32 นาที พูดคุยกันเป็นเวลา 7 นาที แม่บอกว่าญาติไม่ยอม ผมบอกว่าผมขอโทษ ผมไม่ได้หนีไปไหน คุณแม่บอกว่าต้องใช้ประกันสังคมให้น้องรักษา ผมบอกว่าเอาอย่างงี้ถ้าคุณแม่เป็นห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล ผมพูดตรงๆครับ บ้านผมไม่ได้มีตังค์ ทุกวันนี้ผมเป้นเด็กที่ทำงานมาตั้งแต่เด็ก ผมทำงาน ผมเก็บเงิน ผมซื้อความฝันของผม ผมไม่มีสิทธิที่จะหวงความฝันของผมเหรอครับ ผมบอกว่าได้ไม่เป็นไร คุณแม่ผมไม่ได้มีตังค์มาก ถ้าค่าใช้จ่ายอะไรที่เกินกว่าคุณแม่จะรับไหว ผมไม่ได้บอกว่าจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่ผมจะช่วยดูแลเท่าที่ผมช่วยได้ ผมสาบานว่าผมพูดกับเขา ก่อนวางโทรศัพท์ แม่เขายังขอบัตรประชาชนของผม ผมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เบอร์นี้เป็นเบอร์ที่รับตลอด แม่โทรมาเลยถ้าผมเป็นเหมือนเหตุการณืวันนี้ผมไม่รับโทรศัพท์ ผมจะโทรกลับเร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงว่าผมจะหนีไปไหน

ผมยังบอกเลยว่า วันจันทร์ถ้าน้องต้องไปตรวจอีกรอบ ผมจะไปด้วย ผมรับผิดชอบครับ ผมไม่เคยไม่รับผิดชอบเรื่องอะไร วันนี้ผมโดนว่าทั้งวัน วันนี้มีคนมาปาไข่ที่บ้านผม ทั้งพ่อทั้งแม่ ทุกคนที่ผมรักโดนหมด ร้านอาหารของผมก็โดน ถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด ไม่เป็นไรครับ ทุกคนมีสิทธิที่จะว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะด่า แต่การกระทำทั้งหมดตรงนี้ ถ้าจะว่า ว่าที่ผม แต่อย่าลืมผมรับผิดชอบทุกอย่าง ผมขอโทษทุกครั้ง ผมพูดแบบนี้ตลอดตั้งแต่นาทีแรกที่อยู่สถานีตำรวจ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพที่จะมาทำเป็นคนดี แต่การกระทำแค่ 1 นาทีตรงนั้นอย่าพึ่งตัดสินผมเลย  

เรื่องการกราบ ผมขอโทษ ซึ่งน้องเขาบอกอาจจะบอกว่าขอโทษ แต่นาทีนั้นความฝันผมนะ ผมไม่รู้ว่ารถผมเป็นขนาดไหน ผมพาเขามา เขาก็ไม่ยอมลงจากรถ เขาไม่ทิ้งรถ ถ้าคนอยู่ตรงนั้นจะทำอะไร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีมีด มีปืนหรือเปล่า เขาไม่มี เขาเป็นเด็กน่ารัก แต่ผมก็กลัว ผมเป็นคนๆนึงที่มีอารมณ์ ผมขอโทษ เขาไม่ขอโทษไม่เป็นไร ขอโทษรถผมก็ได้ ผมไม่มีเวลาที่จะมาประดิษฐ์คำหรอกครับ คุณครับคุณช่วยทำความเคารพรถผมอย่างสุภาพบุรุษ ผมไม่มีเวลาคิดขนาดนั้น ผมรู้สึกอะไรผมก็พูดออกไป ถามว่าผมผิดไหม ผมผิดที่ใช้อารมณ์ แต่ผมไม่อยากให้เขาหนีไป เขาอาจจะไม่ได้หนีก็ได้ แต่ที่ผมเห็นคือเขากลับรถไปอีกฟากหนึ่งแล้วเร่งเครื่อง

ผู้สื่อข่าวถาม : ทำไมถึงต้องใช้กำลังความรุนแรงกับคู่กรณี

เขามาขอโทษตอนหลัง ดอกนั้นผมก็ผิดครับ อารมณ์ตอนนั้นผมโมโหพอสมควร แต่ผมจบตั้งแต่ตอนนั้นที่แยกกัน มีตำรวจกับทหารมาก เมื่อแยกกันผมก็มาที่โรงพักและมาขอโทษที่นี่

ผมขอโทษครับกับน้องบอย กับคุณแม่ กับพี่สาว กับทุกคนญาติๆของเขาที่ทำให้ลูกหลาน น้องของเขาได้รับบาดเจ็บ คนอาจจะมองว่าเรื่องของผมมันน้อยนิด ไม่เป็นไร ผมก็จะดูแลรักษามันเป็นอย่างดี ผมรักความฝันของผม หลังจากนี้ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ไปไหน ผมจะรับผิดชอบ ผมจะดูแลตราบเท่าที่ผมจะทำได้ ผมพูดจริงๆครับ แต่ขอร้องทุกคน หนึ่งคลิ๊กของคุณ หนึ่งการโทรหาของคุณมันบั่นทอนจิตใจผม แต่ไม่เป้นไร ผมเข้าใจ แต่อย่าทำร้ายคนที่ผมรัก เพราะคนเหล่านั้นเขาไม่เกี่ยว อย่าตัดสินผมแค่ 1 นาทีครึ่งจากมุมใดมุมหนึ่ง และมาว่าครอบครัวผม มาว่าร้านอาหารของผม

ผู้สื่อข่าวถาม : เราเองก็มั่นใจว่าเป็นผู้เสียหาย

ก็แล้วแต่มุมมองของพี่ๆครับ (ทนายความโชว์ภาพความเสียหายด้านท้ายของรถยนต์ให้ผู้สื่อข่าวดู) หลายคนอาจจะคิดว่ามันเล็กน้อย อย่ามองเพียงแค่ครึ่งคลิป รอภาพทั้งหมดทีเดียว คดีจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของคุณตำรวจ ตอนนี้พยานทุกปากกล้องวงจรปิดยังไม่มา เดี๋ยวเรามาดูกัน

เรื่องงานของผม มันส่งผลตั้งแต่วินาทีแรกอยู่แล้วผมก็ต้องยอมรับ ที่จริงผมเป็นตัวอย่างของเยาวชน หลายคนเติบโตมากับผม พี่น้อตขอโทษครับน้องๆทุกคนที่เคยอาจจะชอบ ที่เคยติดตามผลงานของพี่ นั่นคือหัวใจของพี่ นั่นคือสิ่งที่พี่ทำไปด้วยใจ ไม่มีใครรู้ว่าหรอกว่าด้านหน้ากล้องมันสนุกสนานรื่นเริง แต่หลังกล้องมันมีอะไรอีกมากมาย ขอให้เชื่อในตัวของพี่น็อตคนนี้เหมือนเดิม ผมยังเดินทางในเส้นทางของผม แม้วันนี้ผมจะจมน้ำ ผมจะจมน้ำเพราะฤทธิ์การโมโหของผม แต่หลังจากนี้ผมก็จะต้องว่ายขึ้นมา ถ้าคนรู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่า ไม่มีวันไหนที่ผมอยู่บ้านเฉยๆ ผมมีหลายอย่างที่ต้องทำ ผมมีฝันอีกไกล ผมมีครอบครัวต้องดูแล ผมมีอะไรต้องรับผิดชอบอีกมากมาย

ถ้าเคยเชื่อในตัวผม ขอร้องอย่าพึ่งไปไหน ผมผิดพลาด ผมขอโทษอยากให้ทุกคนให้อภัย ขอบคุณมากครับ

ภาพจากคลิปของสมาชิกยูทูป I Animal ! 

ข่าวอื่นๆ