It's A Wonderful Life: แฟรงก์ คาปรา

วันที่ 04 ก.ย. 2559 เวลา 11:51 น.
It's A Wonderful Life: แฟรงก์ คาปรา
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง

แฟนหนังของ “แฟรงก์ คาปรา” เห็นท่าจะต้องเตรียมตัวเตรียมสตางค์ไว้ให้ดี เพราะอีกไม่กี่วันจากนี้ It’s A Wonderful Life : Platinum Anniversary Edition พร้อมด้วย Mr.Deeds Goes to Town : 80th Anniversary Edition ในเวอร์ชั่นบลู-เรย์ก็พร้อมที่จะออกวางจำหน่าย ในโอกาสนี้เรื่องราวของ แฟรงก์ คาปรา ก็จะถูกกล่าวขานถึงอีกครั้ง

แฟรงก์ คาปรา หรือ แฟรงก์ โรซาริโอ คาปรา เกิดเมื่อวันที่  18 พ.ค. 1897 ที่ซิซิลี ประเทศอิตาลี ก่อนจะอพยพย้ายมาใช้ชีวิตที่สหรัฐ เขาเสียชีวิตเพราะหัวใจวายขณะนอนหลับ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 1991 ขณะอายุ 94 ปี ที่แคลิฟอร์เนีย แฟรงก์แต่งงาน 2 ครั้ง และมีลูก 4 คน

จากนักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าชาวอิตาเลียนที่รับงานในกองถ่ายเพื่อหารายได้พิเศษช่วงฤดูร้อน กลายมาเป็นผู้กำกับระดับตำนานในฮอลลีวู้ด อดีตประธานสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ ผู้จัดรางวัลออสการ์ ผู้ซึ่งนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนต์ วีกลี่ โหวตให้เขาอยู่ในอันดับที่ 9 ของผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ในปี 2012 รูปของเขาปรากฏบนแสตม์ปของอเมริกา  เขาได้รับรางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จจากสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน และอื่นๆ อีกมากมาย

It Happened One Night
It Happened One Night

 

ในช่วงทศวรรษ 1930-1940 เขามีผลงานโดดเด่นมากมาย แฟรงก์ คาปรา คว้ารางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไป 3 ครั้ง จาก It Happened One Night (1934) Mr.Deeds Goes to Town (1936) และ You Can’t Take It with You (1938) ผลงาน It Happened One Night (1934) You Can’t Take It with You (1938) ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ It’s a Wonderful Life (1947) รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ

หนังของ แฟรงก์ คาปรา นั้นมีเอกลักษณ์ ถูกนักวิจารณ์เรียกว่า “Capra-Corn” และก่อให้เกิดคำว่า “Capraesque” ด้วยเป็นเรื่องง่ายๆ อบอุ่น และมีพลัง หลายเรื่องให้กำลังใจคนดู ส่งเสริมมนุษยธรรม ความดีงามของผู้คน มีมุมบวกเกี่ยวกับคุณค่าของการทำงานและชีวิต และบางแง่มุมของนิยามของความฝันอเมริกัน งานของเขามอบความสุขให้คนดูเสมอ ถ้าอยากจะรู้จักกับส่วนหนึ่งของความเป็น แฟรงก์ คาปรา นี่คือหนังที่น่าจะลองไปหามาดู

It Happened One Night (1934) นำแสดงโดย คลาก เกเบิล และ คลอเดตต์ คอลเบิร์ต เป็นงานที่ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ด้วยคนดูกันถล่มทลาย สร้างสถิติเป็นหนังเรื่องแรกที่คว้า 5 รางวัลใหญ่ออสการ์ คือ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Mr.Deeds Goes to Town
Mr.Deeds Goes to Town

 

นี่คือต้นแบบหนังโรแมนติกคอมเมดี้ ใครชอบเรื่องแบบพระเอกเจ้าแง่และนางเอกแสนงอนจะพลาดเรื่องนี้ไปไม่ได้ ถึงแม้หนังจะอายุกว่า 80 ปีแล้ว ดูอีกครั้งก็ยังสนุกและไม่น่าเชื่อว่าหลายๆ มุขในหนังเรื่องนี้ยังถูกนำมาใช้ในหนังและละครยุคปัจจุบันอยู่เลย ไม่เป็นเพียงเรื่องรัก แต่หนังเรื่องนี้ยังสะท้อนภาพสังคมอเมริกันในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ได้อย่างดี

เรื่องราวของนักข่าวหนุ่มจนๆ คนหนึ่งที่เข้าไปช่วยลูกสาวมหาเศรษฐีให้หนีพ่อเพื่อไปแต่งงานที่นิวยอร์ก โดยแลกกับข่าวการเดินทางของเธอ ระหว่างทางพวกเขาพบอุปสรรคมากมาย ด้วยนิสัย และพื้นฐานที่แตกต่างทั้งสองก็ทะเลาะกันมาตลอดทาง พร้อมๆ กับที่ความรู้สึกดีๆ ที่ค่อยๆ เกิดขึ้น สุดท้ายพวกเขาก็ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกความรักหรือสิ่งใด

อีกหนึ่งเรื่อง คือ Mr.Deeds Goes to Town (1936) หนังโรแมนติกคอมเมดี้ นำแสดงโดย แกรี คูเปอร์ และ จีน อาร์เธอร์ สร้างจากเรื่องสั้นจากนิตยสาร เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ของสหรัฐ เมื่อหนุ่มธรรมดาจากเมืองเล็กๆ คนหนึ่ง ถูกส้มหล่นใส่ลูกใหญ่ เมื่อได้รับมรดกจำนวนมหาศาลจากญาติผู้ล่วงลับ เขาจึงต้องย้ายไปอยู่นิวยอร์ก และพบรักกับหญิงสาวยากจนคนหนึ่ง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือ นักข่าวหนังสือพิมพ์ที่ต้องการทำสกู๊ปแบบอินไซด์เรื่องชีวิตส่วนตัวของ “Cinderella Man” หนังเรื่องนี้ได้ทั้งเงินและกล่อง ทั้งยังสร้างให้ จีน อาร์เธอร์ กลายเป็นดารานำหญิงชั้นแนวหน้า ภายหลังนำมาสร้างเป็นซีรี่ส์ และหนังตลก Mr.Deeds (2002) นำแสดงโดย อดัม แซนด์เลอร์

ตอกย้ำความเป็นเจ้าพ่อเรื่องตลก/ดราม่า/โรแมนซ์ ด้วย You Can’t Take It with You (1938) เมื่อชายหนุ่มจากครอบครัวร่ำรวยไฮโซ ผู้มีพ่อเป็นคนคิดถึงแต่เงิน เขาตกหลุมรักกับสาวแสนดีที่มีครอบครัวแสนประหลาดพิสดาร ซึ่งไม่แคร์เงิน สนแต่เรื่องสนุกๆ และสร้างมิตร นั่นจึงนำมาซึ่งเรื่องราวที่มีสีสัน นำแสดงโดย จีน อาร์เทอร์ และ เจมส์ สจวร์ต

ขณะที่ It’s A Wonderful Life คือต้นแบบของคริสต์มาส/แฟนตาซี/ดราม่า ซึ่งไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเฉพาะของคนอเมริกัน และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่คนทั่วโลกรักมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ทุกๆ ปีที่เทศกาลคริสต์มาสมาถึง นี่คือหนึ่งในหนังที่มักจะเวียนนำกลับมาฉายอีกรอบ (และอีกรอบ)

แฟรงก์ คาปรา
แฟรงก์ คาปรา

 

เล่าเรื่องของคนดีที่ช่วยเหลือคนอื่นมามากมาย แต่ต้องมาพบกับปัญหาใหญ่หลวงในชีวิต จนคิดจะฆ่าตัวตาย ครอบครัวและเพื่อนๆ สวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้า จนสวรรค์ส่งเทวดาลงมาช่วยให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเองและความดีที่เคยทำช่วยแก้ไขปัญหาของเขา

หนังน่าดูของ แฟรงก์ คาปรา ยังรวมถึง Lost Horizon (1937) Mr.Smith Goes to Washington (1939) Meet John Doe (1941) Arsenic and Old Lace (1944) State of the Union (1948) ฯลฯ

ด้วยสารและสาระดีในหนังของเขา หนังของ แฟรงก์ คาปรา จึงมักจะนำมาฉายเพื่อมอบกำลังใจและแง่งามแก่ชีวิต แม้แต่คนที่อยากลองรสชาติของหนังขาวดำสุดคลาสสิก อยากเรียนรู้ต้นตำรับและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหนัง ก่อนที่จะเป็นฮอลลีวู้ดเช่นทุกวันนี้ก็ควรต้องหางานของเขามาดู

แน่นอนว่า ในมวลหมู่ผู้กำกับระดับ “เทพ” บนโลกนี้ ย่อมต้องมีชื่อ แฟรงก์ คาปรา รวมอยู่ด้วย