นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้

วันที่ 03 ส.ค. 2559 เวลา 16:58 น.
นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้
โดย...ภาดนุ ภาพ... ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

สร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่ให้กับวงการประกวดนางงามไม่น้อย สำหรับเวทีประกวดนางสาวไทยปี 2559 ในรูปแบบใหม่ “นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้” แต่อย่างที่รู้กันดีว่าเวทีประกวดนางงามหลายช่องหลายค่าย ล้วนแข่งกันนำเสนอความโดดเด่นในการประกวดกันสุดฤทธิ์ แล้วกับเวทีนางสาวไทย เดอะ เรียลลิตี้ นี้ล่ะ มีจุดเด่นจุดแข็งที่แตกต่างจากเวทีอื่นๆ อย่างไร

เรื่องนี้ เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ผู้สร้างสรรค์ อำนวยการผลิตรายการ ผู้ดำเนินการประกวดนางสาวไทย จากบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ (มหาชน) และประธานอำนวยการกองประกวดนางสาวไทย 2559 เดอะ เรียลลิตี้ เผยว่าจุดเริ่มต้นของคอนเซ็ปต์การประกวดนางสาวไทยในปีนี้มาจากการที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เรียกเขาไปพูดคุยปรึกษาว่า เวทีประกวดนางสาวไทยที่ผ่านมากระแสดูดร็อปลงไปเยอะ ปีนี้ควรจะมีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมเข้ามาดี

“เมื่อได้คุยกันแล้ว ผมก็กลับมานั่งคิดว่าจะทำยังไงให้เวทีนางสาวไทยมีความแปลกใหม่ขึ้น ก็สรุปได้ว่าน่าจะลองทำเป็นรูปแบบเรียลลิตี้เพราะกระแสทั่วโลกกำลังมาแรง ผมจึงนำคอนเซ็ปต์นี้ไปเสนอกับทางช่อง 7 ซึ่งจากแต่ก่อนจะเห็นว่ารูปแบบการประกวดนางสาวไทยแบบเดิม จะมีการคัดเลือกสาวงามผู้เข้ารอบ แล้วขึ้นเวทีเดิน โชว์ตัว จากนั้นก็ตัดสินมอบตำแหน่งเลย บางทีคนดูยังไม่ทันได้รู้จักตัวตนหรือจำผู้เข้าประกวดคนนั้นได้เลย ก็มอบตำแหน่งกันเรียบร้อยไปแล้ว สาวงามผู้ได้ตำแหน่งนอกจากสวยแล้ว มีความสามารถยังไง บางทีคนดูยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

เมื่อเป็นแบบนี้เลยคิดว่าน่าจะมีคอนเซ็ปต์ในรูปแบบเรียลลิตี้ให้ผู้ชมได้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้เข้าประกวดไปเลย ซึ่งถ้าพูดถึงเรียลลิตี้หลายคนอาจบอกว่าจะไปเหมือนกับรายการอื่นหรือเปล่า เช่น เวที Next TopModel หรือ The Face ของต่างประเทศ พอมานั่งไล่ดูจริงๆ ก็หนักใจ เพราะอาจจะไปซ้ำกับรายการเหล่านี้ เราจึงตั้งเป้าหมายไว้ว่า ถ้าประกวดเสร็จแล้ว ผู้เข้าประกวดไม่จำเป็นจะต้องเป็นแค่นางงามอีกต่อไป แต่เราจะสร้างโอกาสให้กับพวกเธอได้มีเส้นทางอาชีพ (Career Path) ตามความสามารถของแต่ละคน นี่จึงเป็นที่มาของภารกิจหรือชาลเลนจ์ทั้ง 9 นั่นคือ ‘งามอย่างไทย’ ‘สวยสั่งลุย แอ็กชั่นควีน’ ‘เดอะจังเกิล สาวไทยกับช้างไทย’ ‘ผู้สื่อข่าว’ ‘สตรีทแฟชั่น’ ‘แดนซ์’ ‘แชริตี้’ ‘ละครพื้นบ้าน’ และ ‘การตัดสินบนเวที’

แต่ละชาลเลนจ์ที่เราเซตขึ้นมาต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกวดได้ เช่น ต้องเป็นนักข่าวลงพื้นที่รายงานข่าวได้ ต้องเป็นนักแสดงหญิงที่เล่นบทแอ็กชั่นได้โดยไม่กลัวเสียงปืนเสียงระเบิด ต้องเป็นนางแบบที่สามารถทำงานยากๆ ได้ อย่างการถ่ายแบบกับช้างก็ต้องเป็นมืออาชีพที่สามารถสลัดความกลัวออกไปได้

อย่างภารกิจแชริตี้ที่สาวๆ ต้องลงไปที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นการทำเพื่อสังคมจริงๆ ยิ่งช่วงที่พวกเราไปนั้นมีเหตุระเบิดรายวันเลยล่ะ แต่ผู้เข้าประกวดก็ไม่กลัวนะ แถมยังรู้สึกประทับใจที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนคนในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนใต้ แล้วคนในพื้นที่เองก็รู้สึกประทับใจที่เราเห็นคุณค่าของพวกเขา ก็ต้องขอบคุณทางกองทัพภาคที่ 4 ด้วยที่ดูแลด้านความปลอดภัยให้กองประกวดเป็นอย่างดี”

เกรียงกานต์ เสริมว่า แม้นางสาวไทยจะไม่มีเวทีประกวดที่ต่างประเทศให้ไปต่อยอดได้ แต่ภารกิจหลักของนางสาวไทยหลังจากได้ตำแหน่งแล้วก็คือ การทำหน้าที่เป็นทูตประจำสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่น่าสนใจและเป็นหนึ่งใน Career Path ที่ได้วางคอนเซ็ปต์ไว้ตั้งแต่แรก

“พูดง่ายๆ ว่าเราทำเวทีนี้เพื่อผู้หญิงไทยโดยแท้จริง ไล่มาตั้งแต่การกำหนดความสูงที่เป็นมาตรฐานของสาวไทยตั้งแต่ 160 ซม.ขึ้นไป ซึ่งทำให้มีผู้หญิงที่สวยจริงเข้ามาประกวดเยอะมาก รวมทั้งชาลเลนจ์ต่างๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้ ไม่ว่าจะนักแสดง ผู้ประกาศข่าว นางแบบ พิธีกร และอื่นๆ ซึ่งหลายคนมีแววที่เห็นได้ชัดจากเรียลลิตี้ ผมเชื่อว่าเวทีนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้เข้าประกวดทุกคนได้แน่นอน”

 

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าประกวด

สาวงามหนึ่งในผู้เข้าประกวด จอย-วรลักษณ์ ใจจา วัย 20 ปี ที่มีคนกระซิบว่าเป็นหนึ่งในตัวเก็งครั้งนี้ เผยว่า เธอเคยผ่านเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่และคว้าตำแหน่งมาได้ในปี 2557 แถมยังเคยเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี 2014 อีกด้วย

“แม้จะเคยผ่านเวทีประกวดนางงามมาแล้ว แต่พอเข้ามาประกวดนางสาวไทย เดอะ เรียลลิตี้ จอยก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี เพราะปีนี้ชาลเลนจ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ ซึ่งเวทีอื่นอาจไม่ได้ให้ประสบการณ์แบบนี้ที่ได้โชว์ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง

สิ่งที่ยากสุดสำหรับจอยจะเป็นชาลเลนจ์ ‘นักข่าว’ คือจอยพูดไม่ค่อยเก่ง แถมภารกิจนี้ยังต้องคิดสกู๊ปเอง ทำข่าวเอง รายงานข่าวเอง ตัดต่อเทปข่าวเอง ถึงจะเป็นการทำข่าวที่สนุก ได้ดริฟต์รถกับพีท ทองเจือ แต่โดยส่วนตัวก็ยังคิดว่าการทำข่าวยากอยู่ดีค่ะ

 

กับกระแสที่ว่าจอยเป็นหนึ่งในตัวเก็งของการประกวดจอยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขอทำหน้าที่ในชาลเลนจ์ต่างๆ ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอใจแล้ว จอยว่าการสร้างมิตรภาพกับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยงสำคัญที่สุด ครั้งนี้จอยเตรียมตัวมาอย่างดี ขอสู้กับตัวเองดีกว่า ถ้าติด 1 ใน 3 ได้ก็ถือว่าโชคดีมากค่ะ”

ขณะที่ ออม-กัลย์กมล นพพะ (อายุ 24 ปี) บอกว่า ดีใจมากที่ได้เข้ารอบนางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าชาลเลนจ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ทั้งถ่ายแบบกับช้าง ยิงปืน ปาระเบิดเอฟเฟกต์ในกองถ่ายละครและอื่นๆ ซึ่งดูแปลกใหม่ในความรู้สึกเธอ

“ออมคิดว่าภารกิจที่ท้าทายก็คือ ‘นักข่าว’ เพราะต้องไปลงพื้นที่ทำข่าวในห้องเก็บศพ ไปสัมภาษณ์แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ ได้ไปเห็นเตียงผ่าศพจริงๆ ได้เห็นศพจริงๆ ก็กลัวนะคะ แต่ก็ต้องทำใจแข็งให้ผ่านชาลเลนจ์นี้ไปให้ได้ การเข้าประกวดนางสาวไทยครั้งนี้ออมต้องปรับตัวเยอะมาก เพราะไม่เคยคิดว่าจะได้ทำภารกิจเหล่านี้มาก่อนเลย ที่ผ่านมาออมชอบชาลเลนจ์แชริตี้มากที่สุด เพราะเป็นการลงพื้นที่ภาคใต้และได้ไปให้กำลังใจพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พวกเขาไม่รู้จักเรา แต่ก็ต้อนรับเราดีมาก ดูเขามีความสุขที่ได้เจอกับพวกเราค่ะ”

 

ด้าน แบม-ณัฐรียา สามารถ (อายุ 21 ปี) สาวผิวเข้มจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ บอกว่า ภารกิจที่รู้สึกว่าท้าทายก็คือชาลเลนจ์ “เดอะจังเกิล” ที่ต้องถ่ายแบบกับช้าง...“ในใจลึกๆ หนูก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน แล้วหนูยังไม่มีทักษะด้านการถ่ายแบบมาก่อนด้วย โพสท่าก็ไม่เป็น ตอนที่ถ่ายแบบ ทีมงานก็ให้ขี่หลังช้างแล้วโพสท่า หนูก็ลองปีนขึ้นหลังช้างเลย ถ่ายแค่ 10 นาทีก็เสร็จ ทีมงานก็ชมว่าทำดีมาก (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่าสนุกดีค่ะ ถ้าให้มองไปถึงอาชีพ หนูมองว่าตัวเองอาจจะเหมาะกับนักแสดงละครพื้นบ้านที่สุด (ยิ้ม) เพราะเราเป็นแนวไทยๆ หนูว่าทุกคนมีความสวยและความสามารถคนละแบบ ดังนั้นตำแหน่งนางสาวไทยจึงเป็นใครก็ได้ใน 24 คนนี้ค่ะ”

ขณะที่ จูน-ณัฏฐ์วลัญญ์ พงษ์บุญ (อายุ 21 ปี) เผยว่า เธอเคยประกวดนางสาวไทยเมื่อปี 2556 มาแล้ว ซึ่งก็ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมาได้ ที่ตัดสินใจมาประกวด (อีกครั้ง) นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้ เพราะรู้สึกว่าดูแปลกใหม่และท้าทายดี

“จูนตั้งใจไว้อยู่แล้วว่า ยังไงก็จะกลับมาประกวดที่เวทีนางสาวไทยอยู่แล้ว ซึ่งปีนี้ชาลเลนจ์ที่ทำให้จูนเสียน้ำตาก็คือชาลเลนจ์ ‘สวยสั่งลุย แอ็กชั่นควีน’ ด้วยความที่จูนไม่ใช่สาวบู๊ๆ ลุยๆ แถมยังตกใจง่ายกับเสียงดังๆ พอเจอเสียงปืนเสียงระเบิดก็ตกใจจนร้องไห้เลย (หัวเราะ) แต่ก็ผ่านมาจนได้ค่ะ อีกภารกิจหนึ่งที่กลัว แต่ชอบก็คือชาลเลนจ์นักข่าวที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต้องไปทำข่าวและสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่ดูแลศพไร้ญาติ ว่าหลังจากนี้จะนำศพไปไว้ที่ไหน ตอนนั้นบรรยากาศจะดูหดหู่วังเวงนิดนึง แต่ก็สนุกดีค่ะ

 

คือจูนจะเป็นนางงามสายฮา ชอบทำอะไรตลกๆ ทีมงานก็จะชอบถ่ายคลิปเบื้องหลังไปลงในไลน์ทีวี จนเพื่อนๆ ที่ได้ดูพากันแซวใหญ่เลย ก็ฝากบอกสาวๆ ที่อยากเข้าประกวดเวทีนี้ว่า ให้พกความมั่นใจมาให้เต็มที่เลย เพราะชาลเลนจ์ต่างๆ ในปีนี้ที่พวกเราเจอยังสนุกขนาดนี้ ปีหน้าจูนว่าคงจะท้าทายยิ่งกว่านี้แน่นอนค่ะ”

ฟีดแบ็กจากแฟนพันธุ์แท้นางงาม

ด้าน หนุ่ม-ประเสริฐ เจิมจุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงามให้ความเห็นว่า เวทีนางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้ ในปีนี้ถือว่าเป็นการสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้การประกวดนางงาม เพราะที่ผ่านมาคนดูจะไม่เคยเห็นเวทีประกวดนางงามมาทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับความสวยความงามมากนัก

“ด้วยความที่ปีนี้เวทีประกวดนางงามในบ้านเรามีการแข่งขันกันสูง ซึ่งเวทีนางสาวไทยนั้นมีจุดอ่อนตรงที่ไม่มีการต่อยอดไปประกวดระดับโลก ดังนั้นจึงต้องทำกิจกรรมในบ้านให้น่าตื่นเต้นกว่าเวทีอื่นๆ ก็เลยประมวลความคิดออกมาเป็นเรียลลิตี้ที่มีการทำกิจกรรมแปลกใหม่ อาทิ การเดินแบบกลางสี่แยกราชประสงค์ การส่งนางงามไปเป็นนักข่าวภาคสนาม การไปถ่ายละครแนวแอ็กชั่น เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเวทีการประกวดแต่ละเวทีก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป มีจุดเด่นแตกต่างกันไป เรียกว่ามีลายเซ็นเป็นของตัวเอง”

 

หนุ่มบอกว่า เขาตามดูการประกวดนางงามมาทุกเวที รวมทั้งเวทีมิสทิฟฟานี่ก็ดู สำหรับชาลเลนจ์ต่างๆ ที่กองประกวดนางสาวไทยได้ดึงศักยภาพของนางงามผู้เข้าประกวดออกมาให้เห็น Career Path ที่ชัดเจนนั้น ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งของเวทีนางสาวไทยเลยก็ว่าได้

“อย่างสมัยก่อนนางสาวไทยที่ได้ตำแหน่งจะทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่ต่างประเทศเยอะมาก แต่ว่าไม่ค่อยมีการออกข่าวสักเท่าไร คือขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งหากมีการพีอาร์อย่างต่อเนื่องว่านางสาวไทยไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ให้คนได้ติดตาม ก็จะทำให้เวทีนางสาวไทยแข็งแรงยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะปีนี้ที่ชูเรื่องของเส้นทางอาชีพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ข่าวโพสต์พีอาร์ก็ยิ่งสำคัญ ต้องติดตามมาให้ผู้ชมได้

รู้ว่าสาวงามทั้ง 24 คน ที่เข้ารอบมาจะไปทำอาชีพไหนต่อ ไปอ่านข่าวมั้ย หรือไปเป็นดารารึเปล่า ไม่ใช่แค่มาถ่ายเรียลลิตี้แล้วหายไป ซึ่งถ้าติดตามผลให้ผู้ชมได้ทราบตลอด การประกวดก็จะได้รับความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ว่ามาประกวดแล้วสามารถเติมความฝันบนเส้นทางอาชีพให้ผู้เข้าประกวดได้จริง”

นางสาวไทย เดอะเรียลลิตี้ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7HD ทุกคืนวันพุธ ตั้งแต่พุธที่ 6 ก.ค.-24 ส.ค.นี้ เวลา 23.10 น. โดยรอบตัดสินถ่ายทอดสดวันพุธที่ 31 ส.ค. 2559 เวลา 23.10-01.10 น. ณ เมืองไทย GMM Live House ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยจะได้รับรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท พร้อมมงกุฎเพชรมูลค่า 1.5 ล้านบาท นาฬิกาโฆรุ่ม และอื่นๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันนะจ๊ะ

บทความแนะนำ