เงินเลือด ระลึกถึงอัลบั้ม ‘Blaze of Glory’

วันที่ 17 ก.ค. 2559 เวลา 13:10 น.
เงินเลือด ระลึกถึงอัลบั้ม ‘Blaze of Glory’
โดย...พรเทพ เฮง

เสียงเมาท์ออร์แกนหรือหีบปากเพลงเป่าเค้นโน้ตที่หมองมัวหม่นเศร้าก้องกังวานอยู่ในช่วงต้นของเพลง "Blood Money" เป็นรอยจำของเพลงบัลลาดร็อกที่ใช้ดนตรีเวสต์เทิร์นคาวบอยในแบบคันทรี่ มาเป็นบรรยากาศของเพลงได้อย่างกลมกล่อมและยอดเยี่ยม

สุดท้ายปลายทางของเงินเลือดและอาชญากรรมอยู่ที่หลุมฝังศพ ป่าช้าหรือสุสานจะเป็นคำตอบมากกว่าความสงบสุขของชีวิต

ในปี 2533 จอน บอน โจวี ซึ่งเป็นนักร้อง/นักแต่งเพลง วงบอน โจวี ซึ่งมีสไตล์แฮร์แบนด์ผมยาวสลวยหน้าหวานสำอาง แต่งชุดแบบแกลมร็อกแฟนตาซี เล่นเพลงในแนวดนตรีป๊อปเมทัล กำลังอยู่ในกระแสหลักของคนฟังเพลงทั่วโลก ได้สร้างสรรค์งานเดี่ยวหรือโซโลอัลบั้ม และถูกใช้ไปเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เขาร่วมแสดงด้วย นั่นคือ “Young Guns II” โดยดารานำแสดง อีมิลิโอ เอสเตเบซ ถามจอน บอน โจวี ว่า ต้องการตายหรืออยู่ จนเป็นแรงบันดาลใจและที่มาของบทเพลงทั้งหมดในอัลบั้ม “Blaze of Glory”

โดยอัลบั้มชุดนี้ได้แขกรับเชิญอย่าง เอลตัน จอห์น, ลิตเติล ริชาร์ด และเจฟฟ์ เบ๊ค มาร่วมงานในบางเพลง รวมถึงคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ และเข้าชิงรางวัลออสการ์และแกรมมี่ด้วย นับได้ว่าเป็นอัลบั้มในสไตล์เวสต์เทิร์นร็อกแอนด์โรลล์ที่มีการผสมผสานของแนวดนตรีทั้งสองแนวเข้าไว้ด้วยกันอย่างยอดเยี่ยมอย่างน่าจดจำ

 

แน่นอน บทเพลง “Blood Money" บรรจุอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ เป็นเพลงในลำดับที่ 4 ของอัลบั้ม

บนเส้นทางของมือปืนรับจ้างหรือสายนักฆ่า ย่อมที่จะข้องเกี่ยวกับเงินเลือดหรือเงินเปื้อนเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม การหักหลัง และถูกตามล่าจากผู้รักษากฎหมาย กลายเป็นเรื่องปกติ

ภาพยนตร์ “Young Guns II” และบทเพลงในอัลบั้ม “Blaze of Glory” เป็นการเขียนเรื่องและเขียนเพลงมีที่มาจาก บิลลี่ เดอะ คิด หรือมีชื่อจริงว่า เฮนรี แม็คคาร์ธี ถูกบันทึกไว้ว่ามีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1859-14 ก.ค. 1881 ด้วยความที่อายุน้อย รูปลักษณ์และหน้าตาดี ตาสีฟ้า แต่งตัวมีรสนิยม ยิงปืนแม่นและรวดเร็ว

การเข้าสู่วงการอาชญากรรมตั้งแต่เด็ก เนื่องจากต้องคดีลักทรัพย์ เข้าไปเรียนรู้สายโจร และแหกคุกใช้ชีวิตเร่ร่อนหนีมือกฎหมายในเขตทะเลทรายแห้งแล้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกาและทางเหนือของเม็กซิโก พัฒนาสู่ความช่ำชองในการขี่ม้าและยิงปืนแม่นอย่างกับจับวาง

 

การฆ่าคนถึง 21 ศพ เท่าอายุของเขา ตามคำบอกเล่าทำให้เขากลายเป็นคนนอกกฎหมายในตำนานของตะวันตก แต่เขาก็หนีเงื้อมมือของมือปราบตามกฎหมายไปไม่พ้น ดวลปืนกับนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าล้อมจับ สุดท้ายก็อาสัญ แต่กลับกลายเป็นวีรบุรุษสายโจรในมุมมองของคนอเมริกันยุคหลัง

แม้แต่ในปี 2554 ภาพที่บิลลี่ เดอะ คิด ที่เคยถ่ายไว้โดยจ่ายเงินค่าถ่าย 25 เซนต์ หน้าร้านเหล้าแห่งหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโกปัจจุบัน เป็นรูปบันทึกบนแผ่นดีบุกหรือที่เรียกว่า Tintype ขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว รูปที่เก็บรักษาอยู่ในกรอบบรรจุไนโตรเจน ได้ถูกประมูลไปถึง 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเกือบ 90 ล้านบาท โดย วิลเลียม คอช มหาเศรษฐีชาวสหรัฐ ที่ชนะการประมูลรูปในงานโอลด์เวสต์โชว์แอนด์อ็อกชั่น เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด

สำหรับอัลบั้ม “Blaze of Glory” สามารถขึ้นถึงอันดับที่ 3 ของชาร์ตบิลบอร์ด และอันดับ 2 ของยูเคชาร์ตในอังกฤษ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงตอบรับของคนฟังเพลงเป็นอย่างดี แม้ตัวหนังคาวบอยต้นเรื่องจะไม่ประสบความสำเร็จมากนักก็ตาม

คนฟังเพลงร็อกไทยก็น่าจะคุ้นเคยกับอัลบั้มนี้เป็นอย่างดี เพราะถือว่า จอน บอน โจวี่ เป็นร็อกไอคอนคนหนึ่งของคนฟังเพลงกระแสหลักในยุคนั้น โดยเฉพาะสาวๆ ที่หลงใหลได้ปลื้มและคลั่งไคล้ทั้งเพลงและตัวคนร้อง

หากว่าไปแล้วเมื่อมองกันที่ผลงานเพลง ข้ามพ้นตัวตนของเขา ดนตรีและบทเพลงทั้งหมด 11 บทเพลง กับการฟังในเวลา 48 นาทีกว่าๆ ถือว่าเต็มอิ่มและเห็นถึงความยอดเยี่ยมในการเขียนเพลงจากแรงบันดาลใจและตีความตามมุมมองของ จอน บอน โจวี่ ได้อย่างมีพลัง เฉียบขาด และลุ่มลึก เป็นอัลบั้มที่น่าเก็บสะสมบนชั้นฟังเพลงอย่างพลาดไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงเวลาที่สุกงอมและพัฒนาความคิดในการเขียนและทำเพลงได้ถึงขีดสุดในอาชีพของ จอน บอน โจวี่ เลยทีเดียว