ปิ๊บ-กวาง-แบงค์-หนุ่ม บนถนนดนตรีที่ (ต้อง) พิสูจน์ตัวตน

  • วันที่ 02 ก.ค. 2559 เวลา 10:15 น.

ปิ๊บ-กวาง-แบงค์-หนุ่ม บนถนนดนตรีที่ (ต้อง) พิสูจน์ตัวตน

โดย...นกขุนทอง

การเกิดขึ้นของศิลปินยุคนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะถึงมีช่องทางต่างๆ เปิดให้คนที่อยากเข้ามาสู่ถนนดนตรีในบทบาทศิลปินมีมากขึ้นหากแต่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น “ศิลปิน” จริงๆไม่ได้มีโอกาสมากนัก นั่นเพราะโอกาสนั้นเปิดมาง่ายก็ปิดง่ายเช่นกัน ไม่ได้ทอดยาวให้ได้พิสูจน์ตัวตนสักเท่าไหร่ บางคนจึงเข้ามาแบบฉาบฉวย บางคนก็ท้อหมดพลังก่อนที่จะยืนในจุดที่ผู้คนจดจำได้ว่าคือใคร มีผลงานอะไร

หนุ่ม กะลา (Kala) : ยุทธพงษ์ แสงสุวรรณ

ปั๊บ โปเตโต้ (Potato) : พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข

แบงค์ แคช (Cash) : ปรีติ บารมีอนันต์

กวาง เอบี นอร์มอล (AB Normal) : ศิริศิลป์โชติวิจิตร

ศิลปินยุคปลายเทปคาสเซต (ในไทย) หรือยุค 90 เคยผ่านยุคเรืองรองขายอัลบั้มได้ล้านแผ่น เป็นวงร็อกรุ่นเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและต่อเนื่องมาถึงวันนี้ แม้ว่าเส้นทางของนักร้องนำทั้ง 4 สถานการณ์ในวงแยกทาง ยุบวง พักร้อน เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดๆ ก็ตาม แต่ 4 คนนี้ยังยืนหยัดทำหน้าที่ศิลปิน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปรของวงการเพลง

ปั๊บ โปเตโต้

 

แพ็กโฟร์ เทิร์น แบ็ก คอนเสิร์ต

เมื่อ 12 ปีก่อน วงโปเตโต้ แคลช กะลา และเอบี นอร์มอล เป็นวงร็อกที่มีเพลงฮิตติดท็อปทุกคลื่นวิทยุ พวกเขารวมตัวกันครั้งแรกใน แพ็ก โฟร์ (Pack4) ปี 2547 อัลบั้มและคอนเสิร์ตฉลอง 20 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ12 ปีต่อมา ค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส ได้นำทั้ง 4มาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้งใน แพ็ก โฟร์ เทิร์นแบ็ก คอนเสิร์ต จะจัดขึ้นในวันที่ 3 ก.ย. ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

ครั้งนี้คัดเพลงที่ซูเปอร์ฮิต ที่ร้องแล้วแฟนเพลงร้องตามได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงในช่วงแรกของวง นับว่าเป็นภาพจำที่แฟนเพลงยังคงจดจำและยังติดตามศิลปินจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ขอเป็นตัวเลือก เธอเป็นแฟนฉันแล้ว ปากดี ไม่ให้เธอไป เช็ดน้ำตา รับได้ทุกอย่าง พูดไม่ค่อยเก่ง พูดไม่ค่อยถูก

ทางแยก ทางเลี้ยว บนถนนดนตรี

เพียงแค่อัลบั้มแรก 4 วงร็อกก็แจ้งเกิดบนถนนดนตรีได้อย่างสง่า กะลา ในปี 2542 โปเตโต้และแคลช ปี 2544 เอบี นอร์มอล ปี 2546 ส่งเพลงฮิตออกมาอย่างต่อเนื่องทุกอัลบั้ม แต่วันนั้นจนถึงวันนี้พวกเขาได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ซึ่งที่เห็นชัดที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกวง

แบงค์ แคช

 

หนุ่ม “ที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงสมาชิกวง 2 ครั้ง จนสิ้นสุดวงกะลามาเป็นศิลปินเดี่ยว มีเพลงใหม่ มีเพลงฮิต มีช่วงเวลาที่เป็นรอยต่อของความวุ่นวายในการทำงานในหลายๆ อย่าง ผมมีหมดเลยครับ มีจังหวะที่มีขึ้นมีลง ผ่านประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่ามันกำลังดี”

แบงค์ “วงแคลชแยกตัวกัน ทุกคนไปมีเป้าหมายใหม่ในชีวิตของตัวเอง ผมมาเป็นศิลปินเดี่ยวในแบบอาร์แอนด์บีที่ผมชอบ เวลาผ่านไปถึงแม้วงแคลชจะยังทำเพลงกันอยู่แต่ก็ไม่เหมือนเดิมอยู่ดี นักร้องเราจะไม่ชอบอัลบั้มแรกเท่าไหร่ เราอยากทำสิ่งใหม่ๆ มันต้องเปลี่ยนไปตามวันเวลา ทัศนคติ ความคิดอ่านก็โตขึ้น จากไม่เคยเข้าใจอะไรก็เข้าใจตามอายุงาน รู้สึกเหนื่อยน้อยลง เพราะเมื่อก่อนเราไม่รู้เราตั้งคำถามหาคำตอบ แต่ตอนนี้เรามีคำตอบให้สิ่งที่ทำ โลจิกชัดเจน เมื่อก่อนอยากได้แต่อธิบายไม่ได้ แต่วันนี้อธิบายได้หมดอย่างมีเหตุมีผล”

กวาง “อย่างแรกความรู้สึกของตัวเองไม่เหมือนเดิมเลย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะมากเหมือนเวลาที่ผ่านมาขัดเกลาเราจนกลายเป็นคนอีกคนหนึ่งแล้ว จากเด็กซ่าๆ หน่อย มีความใจเย็นที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ มีผลงานมา 5 อัลบั้ม ตอนนี้บอกได้ว่ากวางชัดเจนในความเป็นป๊อปร็อก มันเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ในงานที่เราทำในตอนแรกๆ เรายังไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร เดี๋ยวอยากเป็นอีโมฮิปฮอปก็เคยเป็น ก็จะสู้ให้มันแข็งแรงและเติมสีสันเข้าไปในเรื่องของเครื่องสาย อิเล็กทรอนิกส์ มีของเล่นใหม่ๆ มาเติม”

ปั๊บ “โปเตโต้ก็เปลี่ยนมาเยอะครับ ทั้งสมาชิก ค่าย แนวเพลงก็มีเปลี่ยนแปลงบ้าง การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งทำให้เรารู้จักว่าชีวิตอยู่บนความเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเจอ แน่นอนเราทุกคนไม่ชอบ แต่ก็ต้องยอมรับ โปเตโต้มีผมอยู่เป็นรูปธรรมก็จริง แต่ทัศนคติการทำงานของผมก็เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ที่เจอเหมือนกัน”

หนุ่ม กะลา

 

บนเส้นทางวิบาก ที่ต้องฟันฝ่า

เวลาเกือบ 20 ปีในฐานะศิลปิน ได้เห็นวงการเพลงเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภค ระบบการทำงาน คอนเสิร์ต ธุรกิจการค้าเพลง ในบทบาทศิลปินพวกเขาต้องมีการปรับตัว เพื่อที่จะไม่ถูกซัดหายไปตามกระแสต่างๆ

แบงค์ “ผมตอบเสมอว่าผมจะร้องเพลงจนกว่าจะร้องไม่ไหว เป็นอาชีพที่โชคดีที่สุดถ้าได้รับผลตอบแทนที่ถูกต้อง ผมว่าความจริงใจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราจริงใจต่ออาชีพ คนฟังก็จะรู้ว่าเราจริงใจ ทุกวันนี้บ้านเมืองเราทุจริต ทุกวงการก็มีตัดราคากันเอง”

หนุ่ม “ทุกวงการการขายของมีการตัดราคา เขาอยากซื้อง่ายขายคล่อง แต่ผมเชื่อว่าเป็นแบบแบงค์แคลชก็เป็นแบรนด์เดียวในโลกผมเชื่อว่าถ้างานเราลดน้อยลงเพราะเราไม่ยอมลดราคา คนอย่างพวกผมก็หาไม่ได้”

กวาง “ถ้าเราลดก็พังกันหมด ในโพสิชั่นของเราก็ราคาตามเดิม”

หนุ่ม “การเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงมีผลกับผม คนฟังเปลี่ยนไป คนมาดูคอนเสิร์ตพฤติกรรมคนดูก็เปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัว ต้องหาจุดที่เราร้องเพลงอย่างมีความสุข คนดูต้องมีความสุขด้วย บางอย่างคงเป็นเราร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ อย่างเวลาผมไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยเพลงของเราก็เก่า ก็ต้องมีการคัฟเวอร์เพลงคนอื่นบ้าง ผมจะเปลี่ยนสคริปต์ทุกโชว์เพื่อให้เข้ากับงานนั้นๆ การทำงานตอนนี้ก็ยาก”

กวาง เอบี นอร์มอล

 

กวาง “ที่ผ่านมาผมมีหายไป 6 ปีแล้ว จากการที่เราถอยออกมาจากการเป็นศิลปิน พอกลับเข้ามาอีกทีทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด ทั้งการทำงานเพลง ขายก๊อบปี้ มาสู่ยุคยูทูบ การบริโภคเปลี่ยนไปหมดเลย แต่โดยส่วนตัวผมไม่ยึดติดกับของเก่าอยู่แล้ว แรกที่ผมปรับตัว คือการสื่อสารกับแฟนเพลง ระบบโซเชียล เพราะผมอยู่ตั้งแต่แบกลังจดหมายไปเขียนตอบแฟนเพลง มาสู่ยุคคุยอย่างรวดเร็วกับแฟนเพลงบนอินเทอร์เน็ต ข้อดีมันสื่อสารได้รวดเร็ว มีอีเวนต์ที่ไหนตามไปดูกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนดูน้อยลงทั้งๆ ที่ใกล้ชิดกัน ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ชอบกับมัน อย่างมีเมสเซจมา พิมพ์แค่ ทัก แล้วผมจะตอบยังไงต่อ เขาไม่รู้สึกว่าต้องมาเรียงความในใจเยอะๆ อันนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าคุณค่าของบางอย่างหายไป”

แบงค์ “ผมเคยเจอ ส่งข้อความมาว่า รู้นะมึงคิดอะไรอยู่ ผมรีบกดไปดูโปรไฟล์ เป็นเด็ก 4 ขวบ บางคนก็ส่งมา อิอิ”

ปั๊บ “ผมว่าเรา 4 คนโตมาคล้ายกัน ยุคเทปคาสเซต มาเป็นซีดี เอ็มพีสาม โหลด ยูทูบผี เราอยู่กับการปรับตัว ไม่ได้ยึดติดว่าจะเป็นรูปแบบตายตัว ผมเชื่อว่าบุคลิกภาพของเราเอง ของศิลปินไม่จางหาย ถ้ามันถ่ายทอดด้วยความรู้สึกของเรายังไงก็ยังคงอยู่ ในความนิยมที่ผ่านมาสำหรับวงโปเตโต้เยอะขึ้นคอนเสิร์ตของผมก็ยังเฉลี่ย 10 ครั้ง/เดือน และก็มีเพลงปล่อยมาเรื่อยๆ”

แบงค์ “ผมว่าน้อยนะในวันนี้ที่ศิลปินจะเกิดมาได้ในยุคของเรา เกิดมาอย่างมั่นคงในทุกๆ วัน ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงที่ชัด มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เขาหาเพชรหนึ่งเม็ด แต่ตอนนี้เขาหาพลอยเพราะขายง่าย จับต้องได้ง่าย ในขณะเดียวกันศิลปินหน้าใหม่ทั้งหมดก็งงว่าเราจะเติบโตยังไง เด็กบางคนไม่รู้อะไรแล้วทะเล่อทะล่าพูดไปไม่รู้ว่าเมทัลคืออะไรด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตัวเลขต้องนับจาก 0 ถึง 9 แต่โซเชียลมันไว มันตัด1-8 มัน 0 ถึง 9 เลย บางคนอัพเพลงลงยูทูบยอดวิวเป็นล้านก็เป็นศิลปินได้เลย แต่ในยุคเราโดนย่ำยีด้วยคำพูด เสียงอย่างแบงค์ไม่มีเอกลักษณ์ โดนขว้างซีดีใส่หน้า”

ปั๊บ “เราโดนกันทุกคนครับ ผมว่าที่แบงค์พูดมาคือ ตอนนี้ทุกคนทำเพลงแล้วโยนลงอินเทอร์เน็ต แล้วมีคนมาดูเยอะ มีชื่อเสียงในโลกอินเทอร์เน็ตก็อนุมานตัวเองเป็นศิลปิน คิดว่าตัวเองมีคุณภาพพอแล้ว ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง”

กวาง “เมื่อก่อนไม่มีใครมาบอกว่าผมคือร็อกสตาร์นะ คนที่จะบอกเราคือสื่อ”

หนุ่ม “ผมออกมา 3 ชุด ยังไม่กล้าเรียกแฟนคลับว่าเอฟซี แต่เด็กทุกวันนี้แค่มีเฟซบุ๊กเป็นของตัวเองก็กล้าเรียก”

แบงค์ “คือพวกเราเกิดมาจากความจ๋อง ค่อยๆ ผลิออกมา แต่เด็กทุกวันนี้มันตู้มออกมาเป็นดอกไม้ก็บานมาเลย ไม่ได้ก้มดูดิน”

หนุ่ม “เมื่อก่อนเพลงที่ดังคือเพลงที่เปิดทุกคลื่นวิทยุ ดังทั้งประเทศ คนพูดถึงทุกกลุ่มคือเทียบกันไม่ได้กับร้อยล้านวิวตอนนี้ มีวงหนึ่งผมเปิดดูยอดวิว 200 ล้าน แต่ดังรู้จักแค่คนบางกลุ่ม แต่เพลงนี้แทบไม่ได้ถูกพูดถึงหรือถูกเปิดที่ไหนเลย”

จุดหมาย ยังไม่สิ้นสุด

ทั้ง 4 ยังสนุกกับการทำงาน ยังรู้สึกเหมือนได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ แต่ที่ชัดเจนขึ้นคือ รู้ว่าจะทำอะไร และได้(กล้า)เลือกทำในสิ่งที่ต้องการมากขึ้น แม้ว่าจะมีศิลปินใหม่เกิดขึ้น แต่ก็ยังจะยืนหยัดทำงานต่อไป เพราะเชื่อว่าไม่มีใครมาแทนที่ 4 เสียงนี้ได้

กวาง “ที่เราอยู่กันมาได้ถึงตอนนี้ ผมว่าไม่มีใครมาแทนเสียงของเราได้ ทุกคนมีเอกลักษณ์ชัดเจนหมด”

แบงค์ “มันเป็นเรื่องของลายเซ็น ไม่ใช่เรื่องของความเก่ง ความเท่ หล่อ”

ปั๊บ “ผมว่าเป็นเรื่องของความโชคดีด้วย ที่เราได้ทำงานในยุคอะนาล็อก เป็นการเข้าถึงคนมีความทรงจำ เหมือนจำกันได้อยู่ เหมือนเราเข้าไปนั่งอยู่ในใจเขาแล้ว ถึงเราจะหายไปพอกลับมามีเพลงถูกใจมหาชน ทุกคนก็จำได้ให้การต้อนรับ แล้วเด็กสมัยนี้ก็ฟังเพลงพวกผมอยู่เหมือนกัน อีกอย่างหนึ่งพวกผมพยายามปรับตัวด้วยส่วนหนึ่ง”

กวาง “ผมไปเล่นคอนเสิร์ต มีเด็กผมก็ตกใจนะว่าจะร้องเพลงยังไงให้ถูกใจเขา แต่พอผมร้องเพลง พูดไม่ค่อยเก่ง ปรากฏว่าเขาร้องได้ รู้สึกอุ่นใจเลย แฟนเพลงเราไม่ได้จำกัด มันขยายออกไปกว้างขึ้นเรื่อยๆ

แบงค์ “โซเชียลทำให้เด็กขี้สงสัย แล้วมันหาได้เลย เพลงนี้พี่คนนี้ร้องจำได้แล้ว โลกมันลิงค์ได้หมด”

หนุ่ม “ส่วนตัวผมตอนนี้พร้อมรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมทำงานเพลงใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำเพราะรัก ก่อนหน้านี้ผมมีอารมณ์อยากทำเพลงให้สำเร็จ อยากได้ร้อยล้านวิว ถ้าทำงานตามการตั้งเป้าแบบนี้จะไม่มีความสุข ก็กลับมาเริ่มจากการฟังเพลง วนกลับไปทำงานแบบชุดแรกเริ่มจากทำงานเพลงให้ชอบให้เพราะก่อน เราเริ่มทำจากมีความสุขแล้วที่เหลือค่ายเพลงก็ซัพพอร์ตในการโปรโมท”

ปั๊บ “ร้องเพลงเป็นอาชีพเรา ผมโชคดีได้ทำอาชีพที่รัก แล้วมันเลี้ยงดูเราด้วย อยากซื่อสัตย์กับมันต่อไป มองว่าเรามาถึงตรงนี้ได้เพราะเราชอบทำมันด้วยความบริสุทธิ์จริงๆ คล้ายๆ พี่หนุ่ม ทุกครั้งเวลาเพลงร้องด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้คาดหวังว่าจะสุดยอดเลยเราก็ร้องเพลงได้สบายใจ”

กวาง “ที่ผ่านมาผมทำงานอื่นมาเยอะ แต่ตอนนี้เวลากรอกแบบฟอร์ม ผมเขียนเป็นอาร์ติสต์ เพิ่งมาเขียน แต่ก่อนเขียนทำงานอิสระ เป็นดีไซเนอร์ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ว่าผมจะทำอะไรกี่อย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทำไม่ทิ้งเลยคือร้องเพลง”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ