เธอคือนิยามความงามแบบ ‘สตรอง’

  • วันที่ 16 พ.ค. 2559 เวลา 12:15 น.

เธอคือนิยามความงามแบบ ‘สตรอง’

โดย...ปอย  ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

นางงามนักกีฬาบนเวทีประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์” ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย เพราะก่อนหน้านั้นก็เคยมีนักกีฬายิงธนูทีมชาติไทย มิกซ์-เจนจิรา เกิดประสพ ซึ่งมาพร้อมทั้งรูปสมบัติความสวยในสไตล์ลูกครึ่งไทย-สวีเดน และพร้อมทั้งคุณสมบัตินักกีฬาระดับชาติ และในที่สุดเธอคือนักกีฬาคนแรกที่ก้าวข้ามจากสนามแข่งขัน สู่ทำเนียบนางงามสวยที่สุดบนเวทีนี้ได้สำเร็จ และนักกีฬาสาวงามอีกคนคือมาพร้อมใบหน้าสวยหวานแบบไทยๆ ดีกรีนักเทควันโดทีมชาติไทย วิว-พงศ์ชนก กันกลับ ก็สามารถเป็นผู้พิชิตมงกุฎเพชรก้าวสู่ตำแหน่งความงามหนึ่งเดียวบนเวทีนี้มาแล้วเช่นกัน 30 นางงามผู้ผ่านเข้ารอบการประกวดในปีนี้ มีนางงามนักกีฬา สามคน สามสไตล์ ติดเข้ารอบมาด้วยในรูปลักษณ์ที่ไม่ใช่นิยามความสวยงามในแบบเดิมๆ เช่นที่ผ่านมา พวกเธอมาพร้อมบุคลิกแบบนักกีฬาเต็มตัว โชว์ร่างกายแข็งแกร่ง ผิวสีแทนสะดุดตาริมชายหาดทะเลภูเก็ต สถานที่เก็บตัวนางงามปีนี้ ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากนางงามผิวใสสวยบุคลิกอ่อนหวาน หากสิ่งที่ไม่ต่างจากเพื่อนๆ นางงามคนอื่นๆ คือแม้จะเป็นสนามแข่งขันที่ไม่คุ้นชิน แต่ทุกคนเตรียมตัวกันพร้อมก่อนขึ้นเวทีประชันความงาม

และเป็นที่น่าจับตาว่าเวทีประกวดเฟ้นหาสาวงามระดับอินเตอร์ฯ เวทีนี้ จะเปิดใจต้อนรับความสวยในแบบ “สตรอง” ให้พวกเธอได้สร้างปรากฏการณ์ความงดงามรูปแบบใหม่หรือไม่?!!

“เมโลดี้” ท่วงทำนองที่แข็งแกร่ง

กว่าจะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 30 สาวงามบนเวทีประกวดระดับชาติ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งนิยามการประกวดตั้งแต่ยุคเริ่มแรกก็คือสรรหาหญิงสาวสวยงามอ่อนหวาน ผิวขาวผ่องใส แต่กับภาพลักษณ์ซึ่งแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงของ เมโลดี้-ประภัสสร ธัญญวานิช นักกีฬาเพาะกายวัย 23 ปี ที่มีกิจวัตรประจำวันคือเข้าฟิตเนส ฝึกเวตเทรนนิ่งเพื่อแข่งขันระดับอาชีพและคว้ารางวัลมาแล้วหลายๆ เวทีโชว์กล้าม 

แล้วเมื่อเปลี่ยนสนามแข่งขันต้องมายืนโพสท่าถ่ายรูปข้างๆ เพื่อนนางงาม เมโลดี้บอกพร้อมเสียงหัวเราะว่าก็ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลที่สีผิวตัดกันฉับกับผิวขาวออร่าของอีกหนึ่งสาวน้อยวัย 18 ปี ตัวเต็งปีนี้ “น้องแซนดี้” เบอร์ 28 วันนี้ที่ยังไม่ฟันธงว่ามงกุฎจะเป็นของใคร? นางงามคืออีกหนึ่งเวทีที่ขอใช้โอกาสนี้ได้พิสูจน์ความสามารถที่จะทำให้เต็มที่ที่สุด ทุกๆ คนมีโอกาสเท่าเทียมกัน สาวงามผิวแทนบอกน้ำเสียงหนักแน่น

เมโลดี้

 

 

“หลายๆ คนก็ถามนะคะ ทำไมตัดสินใจมาประกวดนางงาม (หัวเราะ) เมโลดี้ก็จะตอบว่า...โอกาสได้เปิดรับเราแล้วตอนขึ้นประกวดเพาะกายก็มีแต่คนถามอีกค่ะ ว่าทำไมไม่ลองประกวดนางงามเพราะใบหน้าก็สวยดี ไม่น่ามาเบ่งกล้ามเลย ตอนแรกๆ ก็ไม่มั่นใจเลยค่ะ เรื่องสีผิว ดูแปลกสำหรับอุดมคติความงามของผู้หญิงไทย แต่เมื่อรุ่นพี่ เมญ่า-นนธวรรณ ฌรรวนธร ได้เป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 เธอคือคนเปิดโลกใหม่ให้มั่นใจว่าทุกคนมีความสวยในแบบฉบับของตัวเองค่ะ ไม่มีใครก๊อบปี้ความสวยเหมือนๆ กันได้หรอกนะคะ คนเราต้องมีความแตกต่างเป็นธรรมชาติ สีผิวไม่เหมือนกันก็ไม่ใช่ความแปลกประหลาดอะไรเลย” เมโลดี้ บอกด้วยบุคลิกยิ้มแย้มแจ่มใสโชว์ฟันสีขาวเรียงสวย อีกจุดเด่นบนใบหน้าของเธอ

ถ้าวัดด้วยความสวยของใบหน้า เมโลดี้โพสสวยไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว และถ้าวัดด้วยหุ่น เมโลดี้บอกมั่นใจเกินร้อยด้วยช่วงลำแขนแกร่งแน่น กล้ามท้องซิกซ์แพ็กชัดเป๊ะกว่าสาวสวยทุกๆ คนบนเวทีนี้

“เมโลดี้ตัวเล็กค่ะ สูงแค่ 168 ซม. เคยผอมมากน้ำหนักเพียง 55 กก. ความผอมคือคนละเรื่องกับหุ่นดีนะคะ คนผอมจะไม่มีสัดส่วนสมบูรณ์แบบ แต่ก่อนเป็นผู้หญิงไม่มีก้นเลย (หัวเราะ) ผอมจนก้นแบนใส่กางเกงยีนส์ไม่สวย ไม่มั่นใจเลย และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เมโลดี้หันมาเล่นเวตเทรนนิ่งโดยมีเป้าหมายอยากมีหุ่นเป๊ะ ก้นแน่น เอวคอด หน้าท้องมีซิกซ์แพ็ก ช่วงต้นขาแน่นแกร่ง การเล่นเวตทำให้เราได้บุคลิกภาพที่ดีแถมมาอีกด้วยค่ะ จากแต่ก่อนเดินไหล่ห่อก็กลายเป็นหัวไหล่เรากว้างขึ้น เดินไหล่ตั้งได้สมาร์ท ก้นกลมและงอนขึ้นด้วยนะคะ ใส่กางเกงสวย ใส่เดรสก็ยิ่งสวย ตอนนี้น้ำหนักลดเหลือแค่ 51 กก. แต่ดูไม่ผอมเพราะรูปร่างมีกล้ามเนื้อแทนที่ไขมันไปแล้วค่ะ”

เมโลดี้เริ่มต้นเส้นทางเพาะกายด้วยการศึกษาด้วยตัวเองผ่านยูทูบ จากแรงบันดาลใจฟิตหุ่นเป๊ะให้ได้ในแบบเทรนเนอร์ระดับโลก เตรียมพร้อมโดยมีครูเทรนเนอร์สอนจริงจัง เพื่อแข่งขันในรุ่นโมเดลของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย และสะสมรางวัลในเวทีต่างๆ โดยเป้าหมายของอาชีพนักกีฬาทุกๆ คนก็ย่อมตั้งเป้าติดทีมชาติไทย

“ทุกเวทีคือโอกาสให้เราพิสูจน์ความสามารถค่ะ สำหรับเวทีนางงาม เมโลดี้มองว่าหุ่นแบบเราคืออีกความสวยเซ็กซี่ การมีกล้ามท้องอาจดูแปลกตาสำหรับนางงามไทย แต่ในเวทีอินเตอร์ฯ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยนะคะ เพราะเป็นความงามที่มาจากการฝึกฝนอย่างหนักมากๆ ไม่ใช่ว่าอยากสวยแล้วไปฉีดให้มีก้นมีสะโพกขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นความงามรูปแบบเก่าๆ ไปแล้ว” เมโลดี้ ประภัสสร บอกย้ำอย่างมั่นใจในตัวเองเกินร้อย

จุ๊บจิ๊บ

 

“จุ๊บจิ๊บ” สองขาพร้อมก้าวสู่เส้นชัย

กิจกรรมวันที่สองในช่วงเช้า นางงามออกไปชมฟาร์มไข่มุก ล่องเรือยอชต์ตะลุยโต้คลื่นกลางทะเลอันดามัน ฟังดูหรูหราแต่ก็หนีความร้อนแรงของแดดกลางฤดูร้อนไม่ได้อีกตามเคย ต่อด้วยช่วงบ่าย พิสูจน์ความแกร่งของร่างกายและหัวใจ หาอาสาสมัครนางงามที่ต้องขึ้นรอกโหนสลิงไต่เชือกบนต้นไม้สูงกลางป่าใหญ่ แน่นอนว่า 1 ในนั้นต้องมี จุ๊บจิ๊บ-ลีนาร์ ดีวิส สาวสวยลูกครึ่งวัย 23 ปี นักกีฬาวิ่งมาราธอนโชว์โหนเชือกได้สบายใจ ชิลที่สุด

ข้อด้อยของหญิงสาวนักกีฬาคือความสูงสู้สายนางงามตัวจริงเสียงจริงไม่ได้ จุ๊บจิ๊บสูงเพียง 169 ซม. เมื่อต้องโพสถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อนๆ ก็เห็นได้ชัดว่าตัวเล็กกว่า แล้วด้วยบุคลิกนักกีฬาค่อนข้างห้าวๆ ตรงๆ จุ๊บจิ๊บบอกพร้อมหัวเราะเขินว่าเคยลองโพสท่าสวยหวาน หรือท่าเซ็กซี่ก็ไม่เคยทำได้สวยเลยสักครั้ง แต่เมื่อขึ้นเวทีก็ต้องฝึกฝนโดยดูวิธีการเดินแบบจากยูทูบ

“เวทีนี้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันหมดค่ะ 30 คน มายืนตรงนี้ได้ ไม่มีใครไม่สวยนะคะ ทุกคนสวย แต่เราไม่ได้แข่งขันกันที่ความสวยงามอย่างเดียว จุ๊บจิ๊บมองว่าคือการแข่งกันที่ความสามารถและความเป็นตัวของตัวเองด้วยค่ะ จุ๊บจิ๊บมั่นใจในทุกอย่างที่ตัวเองเป็นนะคะ อย่างเช่น กระ คนไทยมองว่าไม่สวยเลย แต่จุ๊บจิ๊บกลับชอบว่าเป็นผิวธรรมชาติของเรา ก็เคยไปซื้อของ แคชเชียร์ก็มองจ้องหน้าแล้วถามตรงๆ เลยค่ะ ว่าทำไมไม่แต่งหน้ากลบรอยกระที่ใบหน้า และลำตัวให้เนียนๆ จะสวยกว่านี้ แต่จุ๊บจิ๊บกลับมองว่าผิวแบบนี้คือตัวเรา เราชอบ เราไม่เคยมองว่าไม่สวย (บอกพร้อมรอยยิ้ม) วันใส่ทูพีซถ่ายรูปริมชายหาด ก็ไม่คิดว่าต้องลงบีบีครีมกลบนะคะ

 

 

เริ่มวิ่งแข่งมาราธอนตอนมัธยมปลายค่ะ ไม่ได้อยากวิ่งแต่คุณแม่บังคับเพราะท่านมาจากครอบครัวลำบากเป็นเด็กยากจนมาก่อนกว่าจะสร้างฐานะให้มั่นคงได้ จึงกระตุ้นให้ลูกออกไปหาโอกาสด้วยตัวเอง แม่ผลักดันให้เราออกไปวิ่งแข่งมาราธอน ก็เริ่มด้วยสนามมินิมาราธอน 10 กม. ทำเวลาได้ 40 กว่านาที ฟิตมากซ้อมหนักค่ะ แต่ก็หยุดไปเพราะหน้าที่หลักคือการเรียนให้จบปริญญาตรี ส่วนสนามแข่งวิ่งได้รางวัลที่ 1 คือ กะรนฮาล์ฟมาราธอน 21 กม. จุ๊บจิ๊บวิ่งเข้าเส้นชัยอันดับที่ 1 ของนักวิ่งผู้หญิง

เวทีนางงามคุณแม่ไม่ได้บังคับนะคะ ตัดสินใจประกวดเอง การแข่งขันไม่ว่าสนามไหนก็เหมือนกันหมดค่ะ ไม่ว่าสนามกีฬาหรือเวทีนางงาม เราต้องมั่นใจในตัวเอง จุ๊บจิ๊บมีเรื่องต้องปรับคือหุ่นต้องลีนกว่านี้ก่อนถึงวันตัดสิน เราก็จะต้องมีความอดทน มีสมาธิ มีวินัย เพื่อทำให้ได้ตามเป้าหมายค่ะ” จุ๊บจิ๊บ ลีนาร์ สาวลูกครึ่งบอกพร้อมรอยยิ้มธรรมชาติ ถ้าใครชอบความสวยไม่ปรุงแต่ง เธอคนนี้น่าจะเข้าตาอย่างจัง!

“เพนนี” นางงามต้องแกร่งไม่แพ้นักกีฬา

สาวสวยสุดมั่นลูกครึ่งวัย 20 ปี เพนนี-กริยาณี ดาโสม ผู้คว้ารางวัลรองชนะเลิศจากเวที เดอะเฟซ ซีซั่นแรกมาแล้ว และมาคราวนี้หลายๆ คนยกให้เธอเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งน่าจับตา อาจคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ปีนี้ไปครอง การก้าวสู่การประกวดความงามเต็มตัวครั้งนี้ เพนนีมาด้วยหุ่นสตรองแบบนักกีฬาเช่นเดิม แต่ช่วงเอวหนาขึ้น ต้นขาอวบขึ้น สาวสวยบอกพร้อมเสียงหัวเราะว่าเรื่องพูดคุยกับเพื่อนนางงามรูมเมท ปอปลา-เบอร์ 16 ทุกๆ คืนก่อนนอน กลับไม่ใช่เรื่องประทินความสวยความงาม

เพนนี

แต่คุยกันเรื่องฟิตหุ่น เพราะคลั่งไคล้การออกกำลังกายอย่างหนักทั้งคู่ และมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากได้หุ่นนางงามสวยแกร่งแบบนักกีฬา โดยคืนก่อนถ่ายชุดว่ายน้ำ สองสาวชวนกันไปซิทอัพที่ระเบียงห้องอย่างหนักหน่วง เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้หน้าท้องแบนราบเร็วที่สุดในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งทุกคนต้องโชว์หุ่นในชุดทูพีซต่อหน้ากลุ่มสื่อมวลชน

“ยอมรับหุ่นไม่เฟิร์มเท่าตอนประกวดเดอะเฟซ ต้องออกกำลังกายหนักๆ เลยค่ะ โชคดีมากเพนนีได้รูมเมทคือปอปลา เธอคลั่งไคล้การออกกำลังมาก ก่อนนอนปอปลาก็ต้องชิทอัพเกือบร้อยครั้ง เพนนีก็ต้องทำตามเพื่อนนะคะ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้กังวลเรื่องหุ่นเฟิร์มมากนัก คิดว่ากลับมาเป๊ะได้ไม่ยากค่ะ เพนนีมีต้นทุนเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ทั้งว่ายน้ำและวิ่งเป็นประจำด้วย คุณพ่อเป็นนักวิ่งก็ปลูกฝังให้เราเริ่มวิ่งตั้งแต่เด็กๆ เพนนีมีพี่น้อง 10 คน เพนนีเป็นคนที่ 6 ค่ะ ในบรรดาพี่น้องมีพี่ชาย 2 คน และน้องชายอีก 1 คน ได้ติดทีมชาติเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล ทำให้เราอยากเป็นนักกีฬาตามพวกเขาไปด้วย

การเป็นนักกีฬาต้องฝึกหนักมาก ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องอยู่กับการฝึกซ้อม 2-3 ชั่วโมง กลับบ้านช่วงเที่ยงเพื่อพักผ่อน แล้วตอนเย็นก็ต้องกลับไปฝึกต่ออีก แล้วรีบกลับไปนอนให้เร็วที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีวินัยแบบนี้ตลอดเวลา การเก็บตัวพี่ชายก็ไปครั้งละนานๆ เป็นเดือนๆ ไม่ใช่ 3-4 วันแบบนี้นะคะ แต่พวกเขาทำด้วย Passion ทำให้ใช้ชีวิตไม่เหนื่อย เพนนีไม่เคยเห็นพวกเขาท้อถอยในการฝึกหนักๆ แบบนั้นเลย แต่เพนนีไปไม่ถึงทีมชาติ ไม่เก่งเท่าพี่ๆ ได้เล่นแค่บาสเกตบอลติดทีมคณะในมหาวิทยาลัย

 

นางงามต้องแกร่งไม่แพ้นักกีฬา เพนนีชอบการประกวดก็ไม่ใช่เพราะชอบการแข่งขันเพื่อให้ได้ที่ 1 แต่ชอบการแข่งขันที่ทำให้เราได้รู้ข้อดีและรู้ข้อด้อย ว่าควรปรับปรุงตัวเองตรงไหนบ้าง เวทีเดอะเฟซทำให้ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้การแสดงออก ทั้งทางสีหน้า ร่างกาย ท่วงท่าการเดินที่สมาร์ท แล้วเมื่อไม่ได้ที่ 1 เวทีนั้นก็ไม่เสียใจนะคะ เพราะคนได้ที่ 1 คือ ซาบีน่า เธอสู้ เธอแกร่งกว่าเพนนีเยอะเลยค่ะ

การแข่งขันบนเวทีทำให้ได้แนวคิดแบบนี้ค่ะ ใครๆ ก็ต้องอยากเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายและไปให้ถึงมงกุฎ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องทำให้เต็มที่และทำดีที่สุดเท่าที่ความสามารถเราจะไปถึง” เพนนี กริยาณี บอกด้วยบุคลิกนิ่งๆ เป็นตัวของตัวเองเต็มร้อย

รอบตัดสินหาสาวงามผู้สวมมงกุฎ “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ก็ต้องขอส่งกำลังใจให้สามสาวงามนักกีฬาเป็นตัวแทนสายสตรอง พิสูจน์ว่าพวกเธอก็สวยไม่แพ้สายสวยอ่อนหวาน

ข่าวอื่นๆ