บาร์นีย์ เฉิง ผู้ชายมากความสามารถ

วันที่ 19 ธ.ค. 2558 เวลา 11:22 น.
บาร์นีย์ เฉิง ผู้ชายมากความสามารถ
โดย...

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ บาร์นีย์ เฉิง ผู้กำกับและนักแสดงชาวไต้หวัน วัย 44 ปี ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐตอนอายุ 12 ปี(เคยร่วมงานกับ วูดดี้ อัลเลน และโปรดิวเซอร์ดังสีลี่กง) โดยมีผลงานการเขียนบท กำกับ และแสดงนำล่าสุดในภาพยนตร์เรื่อง Baby Steps (เพิ่งเข้าฉายในบ้านเรา) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ชาวจีนหัวโบราณ กับลูกชายหัวสมัยใหม่ซึ่งเป็นเกย์ และคู่รักเกย์ที่อยากสร้างครอบครัวใหม่ จึงคิดหาใครมาอุ้มบุญให้กับลูกของตัวเอง

บาร์นีย์ เฉิง บอกเล่าว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากทำภาพยนตร์เรื่องนี้ มาจากการที่เขาได้ดูสารคดีเรื่อง Google Baby ที่ว่าด้วยธุรกิจอุ้มบุญ และส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ก็ได้เล่าเรื่องคู่รักเกย์ชาวอิสราเอลคู่หนึ่งที่เดินทางไปทั่วโลก เพื่อจัดการเรื่องการอุ้มบุญ เพราะพวกเขาอยากมีลูก อยากสร้างครอบครัว

“นอกจากนี้มันยังอิงมาจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมกับแม่ เมื่อตอนที่ผมบอกแม่ว่าผมเป็นเกย์ ซึ่งเรื่องมันก็เกิดขึ้นนานแล้ว ตอนนั้นระหว่างเราเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการมีครอบครัว”

สำหรับการเขียนบท บาร์นีย์ เฉิง ใช้เวลาเขียนบทเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น “ทุกอย่างมันไหลออกมาจากประสบการณ์ตรง พอเริ่มถ่ายทำ ผมก็ทำงานได้ง่าย เพราะผมรู้ว่าจะกำกับหรือถ่ายทอดมันออกมาอย่างไร แต่ในส่วนที่ยากสำหรับผมคือ ผมตัดสินใจรับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้เอง (หัวเราะ) มันยากที่เราจะต้องแสดงต่อหน้ากล้อง แล้วเราก็ต้องสั่งคัตด้วยตัวเราเอง แล้วก็ต้องวิ่งมาเช็กมอนิเตอร์หลังจากแสดงเสร็จในแต่ละซีน”

บาร์นีย์ เฉิง บอกเล่าว่า ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมาฉายในเมืองไทย ก็ได้ฉายในสถานทูตสหรัฐในจีนแผ่นดินใหญ่ และยังได้ฉายในสถานกงสุลสหรัฐในเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กว่างโจว เฉิงตู และมองโกเลีย อีกด้วย

“จริงๆ แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศจีนไม่ได้ ด้วยความที่มีความอ่อนไหวในเรื่องของเนื้อหา แต่ที่ได้ฉายในสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐในหัวเมืองใหญ่ๆ ของจีน นั่นเป็นเพราะนโยบายของสหรัฐที่ต้องการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เขาจึงสนับสนุนการจัดฉายในครั้งนี้”

บาร์นีย์ เฉิง เผยว่า ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นเกย์ เนื่องจากไม่ได้มีภาพยนตร์แนวนี้เข้าฉายบ่อย เกย์ในจีนก็เลยตื่นเต้น อยากเข้าไปดู “มีหลายคนส่งข้อความมาหาผมเยอะมาก หลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้พวกเขากล้าที่จะเผชิญกับสภาวะสังคมสมัยเก่า หรือมีความกล้าที่จะพูดกับครอบครัว รวมทั้งเรียนรู้วิธีที่จะรับแรงกดดันหนักๆ ได้ สำหรับผมการที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วยเหลือคนได้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ ครับ”

ตอนนี้ บาร์นีย์ เฉิง กำลังเขียนบทภาพยนตร์เรื่องใหม่อยู่ ซึ่งอาจจะเริ่มต้นกำกับในปีหน้า และแว่วๆ มาว่า เขาอาจได้ร่วมงานกับทางดิสนีย์อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต