ดารา (นัก) เลี้ยงเด็ก

วันที่ 20 ก.ค. 2553 เวลา 13:13 น.
วันนี้จึงต้องการบอกต่อกิจกรรมดีๆ ของพวกเขาที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า ที่ทำนั้นเพราะใจอยากช่วยเด็กที่ด้อยโอกาสจริงๆ ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพ หรือหวังผลตอบแทนใดๆ

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว ภาพ – คลังภาพโพสต์ทูเดย์ 

พูดถึงเรื่อง...โฉ่ ฉาว คาว สวาทของดาราแล้ว มีใครบ้างที่ไม่อยากจะรู้ เฉพาะช็อตเด็ดๆ ที่หลุดลอดออกมาสู่สายตาสื่อที่ยิ่งกว่าตาสับปะรด คนโน้นคบคนนี้ แต่ไปกิ๊กคนนั้น คู่นี้รักหวานเยิ้มจนคนอิจฉา แต่พอเลิกราเกลียดยิ่งกว่าอะไร...ประมาณนี้คน (ไทย) เนี่ยช้อบชอบ

แต่จะมีไหมที่เรื่องดีๆ อย่างการอุปการะเด็กยากจนไม่มีทุนเรียนที่มีเหล่าหลายต่อหลายคนทำอยู่จะได้รับการกล่าวถึง ดูช่างเหมือนข่าวพระฉาวที่ขายดี แต่ข่าวดีพระขายไม่ออก

วันนี้จึงต้องการบอกต่อกิจกรรมดีๆ ของพวกเขาที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า ที่ทำนั้นเพราะใจอยากช่วยเด็กที่ด้อยโอกาสจริงๆ ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพ หรือหวังผลตอบแทนใดๆ

กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ : น้องเรียนดีท้องต้องอิ่มก่อน

กาละแมร์

พิธีกรดังช่อง 3 กล่าวว่า รับอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตจำนวน 10 คน โดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชี 5,400 ต่อคนต่อปี เป็นเงินทั้งสิ้น 54,000 บาท โดยรู้สึกว่าเงิน 450 บาท บางครั้งอาจซื้อกินได้แค่มื้อเดียว แต่ถ้าเลี้ยงเด็ก 1 คนก็ได้เป็นเดือน จึงลองอุปการะ 1 คนและเพิ่มเป็น 2 ก่อนได้แชมป์รายการแกะดำ 7 สมัย จึงเพิ่มอีก 7 กลายเป็น 9 คน และวันเกิดปีที่แล้วเพิ่มอีก 1 รวม 10 คน นอกจากให้เงินทุกเดือนบางโอกาสก็ให้อย่างอื่น เช่น วันเกิดก็ส่งบัตรอวยพรและของขวัญให้ วันเด็กก็ให้ของขวัญกับเด็กคนอื่นซึ่งไม่เฉพาะเด็กที่อุปการะ บางครั้งก็ซื้อพันธุ์ปลาให้เขามีอาชีพเลี้ยงตัวเอง

พัชรศรี บอกว่า สังคมไทยใจดีมีน้ำใจ เมื่อมีโอกาสได้เป็นผู้ให้ก็น่าจะได้แสดงบทบาทนั้นบ้าง เพราะยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ถ้าใครพอพอเพียงกับชีวิตหรือมีชีวิตไม่ลำบากเกินไป ก็อยากให้แบ่งปันทรัพย์ของตนหรืออย่างอื่นแล้วแต่ความสะดวกแก่คนอื่นที่ด้อยโอกาส เพราะเมื่อได้ให้คนอื่นแล้วใจย่อมเป็นสุข
พิธีกรคนเก่ง กล่าวว่า ตั้งใจจะทำต่อไปเรื่อยๆ ตามกำลังทรัพย์ที่มี เพราะมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ให้มีคุณค่าต่อเด็กจริงๆ และคิดเสมอว่า การที่พวกเขาจะเรียนดีท้องเขาต้องอิ่มก่อน ถ้าหิวก็จะไม่มีสมาธิเรียน คิดไม่ออก อีกอย่างการให้นี้ก็ถือว่าเป็นการให้การศึกษา จะติดตัวเขาไปตลอด

วสุ แสงสิงแก้ว หรือจิ๊บ ร.ด. : สุขใจที่เขาได้ในสิ่งที่ขาด

จิ๊บ-วสุ

วสุ กล่าวว่า รับอุปการะเด็กที่ ซีซีเอฟ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 3 คน ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเดือนละ 500 บาทต่อคน รวม 1,500 ต่อเดือน เป็นปีที่ 3

จี๊บ กล่าวถึงที่มาของการรับอุปการะเด็กว่าได้มีการพูดคุยระหว่างเพื่อนๆ ว่าอยากทำบุญก็มีคนหนึ่งบอกว่าที่ซีซีเอฟมีเด็กยากจนด้อยโอกาสที่เปิดโอกาสให้คนใจบุญมาอุปการะ จึงได้ขอเอกสารไปทางซีซีเอฟ พออ่านรายละเอียดก็ตัดสินใจในไม่ช้ารับอุปการะเด็ก 1 คน ก่อนจะเพิ่มเป็น 2 คน และตอนที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโครงการของซีซีเอฟที่ทำถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 55 พรรษา ในการคัดเลือกเด็กเพื่อเป็นตัวแทนเด็กๆ ก็รับเพิ่มอีก 1 คนเป็น 3 คน ก็คือเด็กหญิงซึ่งเป็นตัวแทนจากชัยภูมิ ซึ่งอยู่กับยายโดยพ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่

“มีความสุขมากที่ได้ทำตรงนี้ ยิ่งเด็กๆ เขียนจดหมายมาบอกเล่าความเป็นอยู่ การเรียนของตนให้ฟังบางครั้งอ่านแล้วน้ำตาซึม บางครั้งเมื่อถึงวันเกิดเรา เด็กก็จะส่งการ์ดอวยพรระบายสีเทียนมาให้ ไม่ว่าใครได้รับ ก็คงรู้สึกดี หากคิดดูแล้วก็ถือว่าได้ทั้งสองฝ่าย เราผู้ให้ก็ได้ความสุขที่ได้ช่วยเขา เขาผู้รับก็มีความสุขที่ได้ในสิ่งที่ขาด” วสุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร : อยากให้เด็กๆ มีรอยยิ้มทั้งประเทศ

ท็อป-พิพัฒย์

ท็อป พิพัฒน์ กล่าวถึงการอุปการะเด็กที่ทำอยู่ว่า ตอนที่เล่นหนังเรื่องบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ได้มีโอกาสไป จ.ยโสธร กับพี่หม่ำ จ๊กมก ก็คิดอยากอุปการะเด็ก 1-2 คน จึงปรึกษากับครูจุ๋ม เพื่อนของพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว แต่มีข้อแม้ให้เด็กเขียนเรียงความมาให้อ่าน ปรากฏเขียนมาเป็นร้อยฉบับไม่รู้จะทำยังไงจึงต้องตั้งกองทุนขึ้นมาชื่อ “กองทุนช่วยน้องยิ้ม” ที่โรงเรียนบ้านโต่งต้น จ.ยโสธร โดยมีครูจุ๋มเป็นคนดูแล และตนเป็นคนให้ทุนและอื่นๆ

นักออกแบบโครงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทองให้กับ สวทช. กล่าวถึงคอนเซปต์ของกองทุนว่า อยากให้เด็กๆ ทุกคนมีรอยยิ้ม โดยเริ่มจากโรงเรียนบ้านโต่งต้นเป็นที่แรก และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะขยายขึ้นเป็นไปหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค และที่สุดอยากให้เด็กๆ มีรอยยิ้มกันทั้งประเทศ

“สิ่งที่ได้ให้กับกองทุนและเด็กๆ นอกจากทุนที่ให้ทุกปีแล้ว ก็มีคอมพิวเตอร์ประมาณ 10 กว่าเครื่อง ช่วงวันเด็กทุกปีก็จะไปเลี้ยงอาหารและทำกิจกรรมกับพวกเขา แต่หลังๆ มานี้ก็ไม่ได้ไป ได้แต่ส่งเงินไปให้ คิดว่าต้นปีหน้าจะไปให้ได้” ดาราเจ้าของร้านอีโคช็อป กล่าว 
 

ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม : เห็นรอยยิ้มเด็กก็สุขแล้ว

ลูกเกด-เมทินี

ดาราและนางแบบคนสวย บอกว่า อุปการะเด็กที่ศุภนิมิต 7 คน มา 10 กว่าปีแล้ว คนแรกส่งจนถึงมหาวิทยาลัยปี 3 โดยการโอนเงินผ่านบัญชี ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 37,800 บาทต่อปี ถ้าคิดเป็นคนก็ 450 ต่อเดือน และ 5,400 ต่อปี หากคิดเป็นวันก็ประมาณ 30 บาท เป็นเงินที่ไม่มากถ้าซื้อก๋วยเตี๋ยวชามเดียวก็หมดแล้ว แต่ถ้าให้เด็กก็ช่วยให้เขาได้มีโอกาสในการศึกษา แม้จะไม่มากแต่ก็น่าทำอย่างยิ่ง

“ตอนที่ทำงานนั้นงานเยอะ ทั้งละคร หนัง พิธีกร รายได้เกดเยอะมาก ทุกๆ วันเกิดจะรับเด็กเพิ่ม 1 คน จนถึง 7 คน และสต็อปไว้ที่ 7 ตามกำลังที่คิดว่ายังช่วยได้ และแม้ว่าตอนนี้จะมีลูกแล้ว ก็ยังจะส่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะส่งไม่ไหว”

ลูกเกด กล่าวถึงการอุปการะเด็กว่า ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไง แต่ที่ทำนี้และทำมานานเป็นความตั้งใจที่อยากทำบุญ เพราะถ้าจะไปทำที่วัดก็เป็นคาทอลิก ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร ขอเพียงได้เห็นรอยยิ้มเด็กๆ ก็สุขแล้ว เพราะเด็กในวันนี้คือผู้พัฒนาชาติในอนาคต ถ้าเด็กๆ ไม่มีโอกาสได้เรียนเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปีไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง และถ้าพวกเขาที่ไม่ได้รับการศึกษาจะต่อสู้ชีวิตอย่างไร