อ่านกันยาวๆ (ก่อนลุ้นแชมป์) Long List ซีไรต์ 2558

  • วันที่ 15 ส.ค. 2558 เวลา 12:16 น.

อ่านกันยาวๆ (ก่อนลุ้นแชมป์) Long List ซีไรต์ 2558

โดย...แจนยูอารี ภาพ... วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

จากนวนิยายที่ส่งประกวด 59 เล่ม “ซีไรต์” หรือ “รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน” ก็ได้เผยรายชื่อ 18 เล่ม ในรอบ Long List ออกมาเรียบร้อย ก่อนจะคัดให้เหลือแต่ “เทพแห่งนวนิยาย” ปี 2558 เพื่อลุ้นว่าใครจะครองแชมป์และเล่มใดจะได้ชนะ

วงเสวนา “อ่านก่อนซีไรต์” โดยแพรวสำนักพิมพ์และสำนักพิมพ์มติชน เปิดโฉมหน้านักเขียนที่ผู้อ่านยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ บางคนเป็นเด็กรุ่นใหม่ บางคนรุ่นใหญ่แต่ไม่ค่อยปรากฏตัว ส่วนคนคุ้นหน้าค่าตาและคุ้นเคยกับซีไรต์ ทั้งที่เคยเข้ารอบ Long List รอบสุดท้าย กระทั่งเคยคว้ารางวัลทรงเกียรตินี้ ก็มาร่วมงานกันไม่ครบทีม

 

Long List 18 เล่มนั้น มีเพียง 2 คนที่ผลงานเข้ารอบ 2 เล่ม นั่นก็คือ รุ่นใหม่ไฟแรง “ปราปต์” จากผลงาน“กาหลมหรทึก” กับ “นิราศมหรรณพ” อีกคนเป็นรุ่นพี่และเคยได้ซีไรต์มาแล้ว “คนแคระ” เมื่อปี 2555 “วิภาส ศรีทอง” ปีนี้เขาเข้ารอบจากผลงาน “หมาหัวคน” กับ “หลงลบลืมสูญ”

ขณะที่เล่มอื่นๆ ประกอบด้วย “จุติ” โดยเจ้าของซีไรต์ “ลับแล, แก่งคอย” ปี 2552 “อุทิศ เหมะมูล” “ดังนั้นจึงสิ้นสลาย” ของ “นิธิ นิธิวีรกุล” “เนรเทศ” ของ “ภู กระดาษ” “ประเทศเหนือจริง” ของ “ปองวุฒิ รุจิระชาคร” “พลิ้วไปในพรายเวลา” ของ “ผาด พาสิกรณ์” “พันธุ์ไร้ราก” ของ “สุวิชานนท์ รัตนภิมล” “พิพิธภัณฑ์เสียง” ของ “จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์” “ลิงเปลือย” ของ “รัตนชัย มานะบุตร”

 

“มาโนช พรหมสิงห์” เคยมีชื่อติดโผรอบสุดท้ายปี 2548 “สายลมบนถนนโบราณ” ครั้งนี้เขามากับผลงาน “สายรุ้งกลางซากผุกร่อน” “จุงกิง เซ็กซ์เพรส” จากปลายปากกา “อนุสรณ์ ติปยานนท์” ก็ติดโผ เช่นเดียวกับแชมป์ซีไรต์ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” ปี 2547 กับ “จเด็จ กำจรเดช” ปี 2554  มีลุ้นจากนวนิยาย “สวนโลก” กับ “หรือเป็นเราที่สูญหาย”

ในบรรดา 18 เล่ม จาก 16 นักเขียน มีเพียง 2 นักเขียนหญิงที่หลุดเข้ามาชิงชัยกับนักเขียนชาย “เงาจันทร์” กับผลงาน“รักในรอยบาป” อีกเรื่อง “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” ของ “วีรพร นิติประภา” คนแรกนั้นเคยติดรอบสุดท้าย “ในรูปเงา” ปี 2555 คนหลังเป็นครั้งแรกที่ชื่อติดโผซีไรต์

 

มีตัวเลือกใหม่ (ต้อง) อ่านกันยาวๆ  

หลักใหญ่ใจความวงเสวนาให้นักเขียนพูดถึงความดีงามของผลงานแต่ละคน ยั่วน้ำลายไม่น้อยเมื่อได้ฟังพวกเขาสาธยาย แรงบันดาลใจบางเล่มน่าสนใจ บางเล่มก็มาจากเรื่องใกล้ตัว จากประสบการณ์ตรง จากเหตุการณ์การบ้านการเมือง จนหลอมรวมเป็นนวนิยายสะท้อนสังคม บางรายอาศัยความชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็นำไปสู่การสร้างเป็นเรื่องราวชวนค้นหา

จากการไล่เรียงทั้ง 18 เล่ม จะพบว่า Long List ปีนี้มีตัวเลือกใหม่ๆ ให้หนอนหนังสือเลือกอ่านกันเยอะทีเดียว ไม่ว่าจะนักเขียนหน้าใหม่ สดซิงด้วยไอเดียการนำเสนอโดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ หรือคนที่เป็นหน้าเก่าที่เพิ่งติดโผเป็นครั้งแรก ก็มากับงานเขียนที่เข้มข้นขึ้นและคมคายขึ้น ถือเป็นตัวเลือกใหม่ที่ผู้อ่านไม่ควรพลาด

 

นิธิ นิธิวีรกุล : “ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ผมส่งมา 3 ครั้งละ แต่เพิ่งมาติดโผครั้งนี้ครับ ที่ไม่ติดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เพราะผมก็มีหน้าที่แค่เขียนแล้ว ซึ่งงานเขียนผมก็เขียนในแบบที่ผมอยากเขียน ไม่ได้เขียนเพื่อจะส่งซีไรต์ หรือเวทีไหน หรือเขียนเพื่อเอาใจกรรมการ พอถึงเวลาส่งประกวดก็ลองส่ง ติดหรือไม่ติด ได้รางวัลหรือไม่ได้รางวัล มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญละ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องอยากที่จะเล่าหลังรัฐประหารที่มันส่งผลกระทบต่อตัวผมเอง เป็นการสะท้อนความคิดในสิ่งที่ผมรู้สึกและอาจไม่ชอบใจ นิยายเรื่องนี้ผมบอกตรงๆ เลยนะ ไม่ได้เล่าเรื่องด้วยท่วงทำนองที่ใหม่อะไรมากมาย ตรงกันข้ามมันอาจจะเชยสะบัดด้วยซ้ำ (หัวเราะ) โดยเฉพาะภาษา แต่นั่นก็เป็นเทคนิคที่ผมสอดแทรกเพื่อให้คนอ่านซึมซับไปในแต่ละยุคสมัย ถ้าคนอ่านตามอ่านก่อนจะรู้ผล ก็แสดงว่างานเขียนของผมกระทบใจบางอย่างต่อคนอ่านไม่มากก็น้อย”

ปราปต์ : “เขียนหนังสือนี่ผมเขียนตั้งแต่มัธยมแล้วล่ะครับ ส่วนใหญ่แรงบันดาลใจก็มาจากหนังสือที่ผมเคยอ่าน ผมเริ่มเขียนนิยายก่อนครับ กลอนหรือเรื่องสั้นนี่ไม่ถนัดครับ ซีไรต์เป็นอะไรที่ยากนะในความคิดของผม มันดูยิ่งใหญ่มากๆ ผมไม่เคยคิดว่าผมจะมีชื่อติดโผด้วยซ้ำ ครั้งนี้ครั้งแรกก็ตื่นเต้นและดีใจ แค่เข้ารอบ 18 เล่มก็สุดๆ แล้วนะครับ ยิ่งติด 2 เล่มก็ยิ่งแปลกใจอยู่ว่าทั้ง 2 เรื่องมันเข้าจริตซีไรต์หรือวะ (หัวเราะ) เพราะเรื่องที่ผมเขียนเป็นแนวสืบสวนสอบสวน ซึ่งพอผมย้อนกลับไปอ่านซีไรต์เก่าๆ ก็คนละแนวทางเลย ตอนที่รู้ว่ามีชื่อติดโผก็แอบไปสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง เหมือนกำลังงงๆ สับสนว่าตกลงยังไง สุดท้ายก็เรียกสติกลับมาได้ว่านั่นแสดงว่างานเขียนของผมก็น่าจะมีกรรมการชอบบ้างถึงได้ถูกเลือก สำหรับผมแค่นี้มันก็คือการเดินมาถึงจุดสูงสุดแล้วนะ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ผมก็ต้องเดินต่อไปและทำงานเขียนต่อไปครับ”

 

ความน่าจะเป็น ใครคือ (ว่าที่) แชมป์ซีไรต์ 

ในฐานะผู้อ่านและผู้ซื้อหนังสือคงตอบยาก เพราะคนจะได้แชมป์ก็อยู่ที่กรรมการเท่านั้น แต่จะให้เดากันเล่นๆ ขำๆ ก็พอจะเดาออกจากรายชื่อ Long List โผยาวๆ ต้องอ่านกันให้ครบ ไล่อ่านทีละเล่ม ไม่มีความจำเป็นต้องรอรอบสุดท้าย หรือรอเล่มชนะก็ได้ ลองทำตัวเป็นกรรมการ อ่านแล้วให้คะแนนผลงานแต่ละเล่ม

เมื่อให้นักเขียนที่ติดโผปีนี้ลองให้คะแนนกันและกัน จากการได้อ่านผลงาน จากสำนวนและเนื้อหา รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะวิธีนำเสนอ หรือความสดใหม่ในประเด็น หลายคนยิ้มแต่ไม่กล้าฟันธง ด้วยกลัวหน้าแหก บางคนขอเดาแบบว่าไม่ซีเรียสอะไร ก่อนกรรมการจะฟันธง ก็ขอสวมมาดกรรมการเองซะเลย

 

ผาด พาสิกรณ์ : “ส่วนตัวไม่คาดหวังอะไรเลย ผมไม่ได้มองถึงแชมป์เลยจริงๆ นะครับ เพราะผมไม่คิดว่านิยายเรื่องนี้ของผมมันจะใช่แนวทางซีไรต์ ที่ผมคาดหวังว่าจะติดโผคือกรอบอารมณ์ แต่ก็หลุด ก็ยิ่งงงใหญ่ ปีนี้ก็มีนิยายจ๋าๆ เข้าเยอะเหมือนนะ ของผมก็หนึ่งในนั้น ก็ไม่คาดหวังอะไรกับซีไรต์ครั้งนี้ แต่คาดหวังว่าจะมีผู้ชนะ (หัวเราะ) ถ้าผมส่งเอง คือเรื่องนี้ สนพ.ส่ง ผมจะไม่ส่ง เพราะมันไม่ใช่แนวของซีไรต์และไม่ใช่ทางของรางวัล มีชื่อติด Long List ผมก็ยังงงอยู่เลยครับ ซึ่งจริงๆ วงในก็น่าจะรู้กันแล้วล่ะว่าเล่มไหนเข้า Short List ฉะนั้น ผมก็เลยไม่คาดหวังอะไร แล้วคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าไปฟันธงหรอกครับ”

จเด็จ กำจรเดช : “อ่านยังไม่ครบ เพราะหนังสือหาไม่เจอ ในร้านหนังสือก็เลือกวางแค่บางเล่ม ขนาดหนังสือผมเองก็ยังไม่มีวางเลย (หัวเราะ) ถ้ามองถึง Short List ผมว่าหลายคนเลยนะ วิภาส ก็น่าจะถึง รัตนชัยก็มีสิทธิ ปราปต์ก็มีลุ้น เพราะปีนี้ผมว่างานเขียนค่อนข้างหลากแนวนะ มีนักเขียนหน้าใหม่มีชื่อเข้ามา มันก็เหมือนเป็นภาพสะท้อนว่าซีไรต์เปิดกว้างมากขึ้น ไม่ได้มีแค่เรื่องสังคมหนักๆ เรื่องมุมมองอย่างเดียว แต่ยังเปิดกว้างให้แนวอื่น เช่น สืบสวนสอบสวนเข้ามาด้วย ผมว่าในเมื่อซีไรต์เปิดตลาดเปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้น ต่อไปก็อาจไม่จำเป็นต้องมาถอดรหัสสังคมอย่างเดียวละ เรื่องปัจเจก เรื่องสนุก เรื่องที่ไม่ได้อยู่ในกรอบของซีไรต์ก็น่าจะมีโอกาสมากขึ้น”

 

ปองวุฒิ รุจิระชาคร : “อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ กรรมการก็มนุษย์ มีชอบกับไม่ชอบ แค่นั้น แต่ไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายกรรมการจะชอบเล่มไหน ถ้าเกิดเปลี่ยนใจชอบอีกเล่ม ก็เป็นไปได้หมด การเข้ารอบ Long List สำหรับผมก็เป็นเกียรติมากๆ แล้วนะครับ ซีไรต์เป็นรางวัลที่ดังที่สุด เน้นสายซีเรียสๆ งานหนักๆ ซึ่งผมก็ยังเชื่อว่าทุกคนมีลุ้นละครับ ผมเองก็ลุ้น แต่คิดไปคิดมาก็อาจจะไม่รอดมั้ง (หัวเราะ) ส่วนตัวผมก็เลยไม่คาดหวัง เข้ารอบต่อไปก็ถือว่าแจ็กพอต ไม่เข้าก็ถือว่าเท่าทุน ไม่มีอะไรเสียอยู่แล้ว”

 

นิธิ

 

 

ปองวุฒิ

 

 

 

ปราปต์

 

 

 

ผาด

 

ข่าวอื่นๆ