พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก ซีรี่ส์อลังการจากอินเดีย

  • วันที่ 14 มี.ค. 2558 เวลา 09:46 น.
  • | เปิดอ่าน 19,028
Share on Google+
LINE it!

พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก ซีรี่ส์อลังการจากอินเดีย

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

ผ่านพ้นไปแล้ว 4 ตอน กับละครซีรี่ส์“พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก” ที่มีโปรดักชั่นที่มีการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท แถมยังเป็นละครซีรี่ส์ที่ได้รับรางวัลการันตีรางวัลชนะเลิศAsian Television Awards 2014 ในสาขากำกับภาพยอดเยี่ยมอีกด้วย

คนที่ได้ดูแล้ว คงรู้ว่าละครซีรี่ส์เรื่องนี้ออกอากาศทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา10.00-11.00 น. ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ โดยได้รับลิขสิทธิ์จากสหมงคลฟิล์ม งานนี้ สมศักดิ์เตชะรัตนประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล เผยจากใจว่าเขาเป็นคนที่ชอบซื้อภาพยนตร์ดีๆ มาเก็บไว้ ก่อนหน้านี้ ก็เคยซื้อภาพยนตร์เรื่อง Little Buddha มาฉายในไทย ซึ่งก็ทำรายได้อย่างถล่มทลาย จนมาละครซีรี่ส์เรื่องนี้ ที่เขาซื้อเก็บไว้เป็นเพราะเขาเชื่อว่า มันมีคุณค่าต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทยอย่างมากมายมหาศาลแน่นอน

 

“ละครซีรี่ส์เรื่องนี้ ถูกจัดทำขึ้นจากแรงศรัทธาของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ชื่อ ดร. บี.เค. โมดี ซึ่งเขาได้เผยไว้ในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครไว้ว่า เขามีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ตั้งแต่อายุ 24 ปี และต้องการถ่ายทอดเรื่องราวของพระพุทธเจา้ ใหอ้อกสสู่ ายตาคนทัง้ โลกเมื่อเขามีโอกาสได้ทำ เขาก็ได้นำไปฉายยังหลายประเทศทั้งอินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา และอีกหลายประเทศที่รับชมผ่านทางช่อง ZEE TV โดยละครซีรี่ส์เรื่องนี้ได้มีการค้นคว้ามาอย่างละเอียด ทั้งในเรื่องของข้อมูลของพระพุทธเจ้า และการแต่งกายจากวรรณกรรมในประเทศต่างๆ อาทิ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ศรีลังกาไทย และอเมริกา โดยหาข้อมูลมากว่า 30 ปี เมื่อผมฟัง Dr.B.K. Modi พูดไว้ ก็เกิดความประทับใจ เลยซื้อลิขสิทธิ์มาและยินดีมอบให้ทางคุณปัญญา นำไปฉายให้คนไทยได้ดูทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ครับ”

ในส่วนของ ปัญญา นิรันดร์กุล ประธาน บริษัท เวิร์คพอยท์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เผยว่า ที่เลือกเวลาออกอากาศในวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงเช้า เปน็ เพราะเขาเล็งเห็นว่า นี่เป็นเวลาของครอบครัว ที่จะทำให้พ่อแม่ลูกมีห้วงเวลาดีๆ ร่วมกันรวมทั้งได้รับรู้และเข้าใจถึงเรื่องราวพุทธประวัติ และรู้สึกเหมือนอยู่ในพุทธกาลยุคนั้น ด้วยระบบกราฟฟิกในรูปแบบ3D ที่ผู้สร้างนำมาใช้ เพื่อให้คนดูรู้สึกถึงความสมจริง

 

“ผมต้องขอบคุณเสี่ยเจียงที่มอบละครซีรี่ส์เรื่องนี้มาให้เราออกฉาย ก่อนหน้าที่ผมจะได้รับความกรุณาจากเสี่ยเจียง มีเหตุประหลาดเกิดขึ้นกับผมช่วงปลายปีที่แล้วตอนที่ผมไปเที่ยวที่อินเดีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปชื่นชมสังเวชนียสถาน ไปพุทธคยาและพาราณสี ด้วยเหตุที่ทุกคนอยากให้ผมไป แต่ก็ไม่ได้ไปเสียที เพราะมันไม่ได้ไปง่ายๆ เหมือนมีมารมาขวาง แต่ในที่สุดก็ได้ไป พอไปถึงสถานที่จริง ผมถึงกับได้รู้ได้เห็นของจริง และได้เห็นอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ไม่เคยเห็น ทำให้เกิดความเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง เช่นจากที่ผมเป็นชาวพุทธ แต่มักคิดมากเรื่องวัด เรื่องพระที่ไม่ค่อยดี ทำให้ชอบเอาสิ่งเหล่านี้มาขัดขวางความเจริญทางธรรม พอผมมาที่อินเดีย ทำให้ผมเริ่มอยากศึกษาและเข้าใจธรรมะให้มากขึ้น เป็นเพราะผมรู้สึกปีติเป็นที่สุด ขากลับผมได้อธิษฐานจิตบนเครื่องบิน ว่าถ้ากลับมาถึงกรุงเทพฯขอให้ได้เข้าไปศึกษาธรรมะได้อย่างง่ายดายมากขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อจะได้เผยแพร่ธรรมะให้กับคนอื่นๆ ได้ด้วยเช้าวันรุ่งขึ้น ผมเข้ามาที่บริษัทเพื่อมาประชุม ปรากฏว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเป็นของเสี่ยเจียงวางอยู่บนโต๊ะ โดยเสี่ยเจียงอยากให้ผมพิจารณาละครซีรี่ส์เรื่องนี้ เพื่อจะได้ออกฉายทางช่อง 1 พอผมอ่านรายละเอียด ผมก็ตกใจว่านี่เกิดอะไรขึ้น เราเพิ่งตั้งจิตอธิษฐานจิตไป มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ”

หลังจากที่ปัญญาได้ดูซีรี่ส์เรื่องนี้จนจบ เขาถึงกับบอกตัวเองว่า ซีรี่ส์เรื่องนี้ต้องได้ออกฉายทางช่องของตนเอง

 

“บอกได้เลยว่า มันเป็นละครซีรี่ส์ที่โปรดักชั่นยิ่งใหญ่มากไม่คิดว่าละครซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าจะทำได้ขนาดนี้ แค่กรุงกบิลพัสดุ์ก็สร้างอย่างสมจริง ผมถึงกับอุทานว่า กรุงกบิลพัสดุ์ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้นี่เอง องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้า หน้าผม สีสัน เมื่อรวมตัวกันแล้ว มันลงตัวไปหมดเหมือนเราได้เป็นคนในยุคสมัยนั้นจริงๆ ได้เป็นประชาชนของกรุงกบิลพัสดุ์ที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นจริงๆ ในส่วนของเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีมีความน่าสนใจ ทีมสร้างทำได้อย่างน่าทึ่งมากขนาดนกที่บินอยู่ในฉาก ซึ่งเป็นนกจริงๆ ผู้กำกับยังใส่ใจในการบินของนก ผมสัมผัสได้ถึงการเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งทำได้ดีมาก ฉากต่อสู้ก็สมจริง มีความน่าสนใจ ผมคิดว่าละครซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นละครของอินเดียที่ไม่เหมือนละครอินเดียทั่วๆ ไปครับ”

ปัญญาเผยว่า ละครซีรี่ส์เรื่องนี้เหมือนเป็นการทำบุญต่อบุญ นั่นคือ Dr. B.K. Modi ทุ่มเงินสร้างขึ้นมา สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ทุ่มเงินซื้อลิขสิทธิ์มาปัญญานำมาออกฉายให้คนไทยได้ชมกัน

 

“ผมคิดว่า เราอย่าไปทำบุญตอนเราทุกข์ ยากจน หมดสภาพ แก่ และเข้าวัด เพื่อเอาทุกข์ไปให้วัด ตอนนี้เราพร้อมในหลายๆ ด้าน เมื่อมีโอกาสพบเจอสิ่งดีๆ ก็ไม่สายเกินไปที่จะนำสิ่งดีๆ นั้นมาต่อบุญให้ผู้อื่น สำหรับผม ผมรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมธรรมะผ่านละครเรื่องนี้บางคนรู้เรื่องพุทธประวัติของพระพุทธเจ้ามาเป็นอย่างดีเมื่อได้ดูละครซีรี่ส์เรื่องนี้ ดูแล้วก็จะมีความสนุกสนานเพลิดเพลินและเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่เคยถึงเรื่องราวต่างๆ ก็สามารถดูแล้วเข้าใจได้ง่าย คนที่นับถือศาสนาอื่นๆก็ดูได้ ผมเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนทำความดี แต่ศาสนาพุทธจะมีความแตกต่างตรงที่ว่า สอนให้คนอย่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทำ หรือสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้บอก เราต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง พิสูจน์ด้วยตนเอง ถึงจะรู้ได้ด้วยตนเอง ผมเชื่อว่า เราจะได้รับสิ่งนี้จากละครซีรี่ส์เรื่องนี้”

สำหรับละครซีรี่ส์เรื่องนี้มีทั้งหมด 55 ตอน ตอนละ 1 ชั่วโมงโดย 2 ตอนสุดท้าย ผู้สร้างได้นำเสนอเรื่องราวของ 20 ปีต่อมาของศาสนาพุทธ ว่ามีการดำเนินไปอย่างไรบ้าง

“บอกเลยว่าละครเรื่องนี้สนุกมากมันไม่ใช่ละครสารคดี แต่มันมีความเป็นละครแนวเมโลดราม่า ที่รับรองว่าถูกจริตคนไทยอย่างแน่นอนครับ เอาเป็นว่า สิบโมงเช้าวันนี้ อย่าลืมดูตอนที่ 5 กันนะครับ(ยิ้ม)”

 

 

 

Share on Google+
LINE it!