รักหมดอายุ!"ท็อป ดารณีนุช"เปิดใจปมหย่าสามี

วันที่ 25 ก.พ. 2558 เวลา 11:52 น.
รักหมดอายุ!"ท็อป ดารณีนุช"เปิดใจปมหย่าสามี
ท็อป ดารณีนุช เคลียร์ใจ!ปมหย่าสามี "อู๋ กฤต"บอกรักหมดอายุ ไม่อยากเกลียดกันมากกว่านี้

เป็นข่าวช็อกสะเทือนทั้งวงการบันเทิงเมื่อทราบว่านักแสดงสาวรุ่นใหญ่ "ท็อป ดารณีนุช" หย่ากับสามี "อู๋ กฤต โพธิปิติ"หลังใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมานานถึง22ปี ล่าสุด(24ก.พ.58)ท็อป ดารณีนุชออกมาจัดแถลงข่าวเปิดใจปมหย่าสามีมามีกว่าแล้ว พร้อมทั้งเผยถึงปัญหาที่สะสมทำให้รักครั้งนี้ถึงทางตัน จึงทำให้ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะยุติความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยาไว้เพียงเท่านี้

"ปัญหาเป็นปัญหาสะสมซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ จนในที่สุดเราก็เริ่มหมดใจหมดรัก ถามว่าหมดศรัทธาซึ่งกันและกันไหม มันก็คงใช่ค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าชีวิตคู่มันมีช่องว่าง ไม่ได้รู้สึกอยากเห็นหน้ากันอีกต่อไปแล้ว ซึ่งตอนที่หย่า เราสองคนก็คุยกันว่า ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเราจะไม่โทษกันเอง เพราะเราเลือกเองว่าจะให้มันเป็นแบบนี้ เพราะเราไม่ได้สมบูรณ์แบบกันทั้งคู่

ที่ผ่านมา 20 กว่าปี มันก็อาจจะมีเรื่องราวทั้งดีและไม่ดี บางครั้งมันสุขมากกว่าทุกข์ไง จนสุดท้ายเรารู้สึกว่ามันคงต่อกันไม่ติดแล้วจริงๆ และเราไม่อยากสะสมความรู้สึกไม่ดีต่อกันด้วย ดังนั้นเลยตัดสินใจว่าแยกทางกันดีกว่า  ก่อนหน้านั้นเราก็ดูความรู้สึกลูก ดูความพร้อมของลูกก่อน ไม่ใช่ตัดสินใจกันเองแล้วหย่าเลย

หลังจากหย่าช่วงแรกเราก็อยู่ด้วยกันสักประมาณ 1 ปี แต่ตอนนี้แยกกันแล้ว เขาไปอยู่ของเขา คือถึงเราเลิกกันไปเราก็ยังช่วยเหลือกัน ไม่ได้เกลียดกันค่ะ มือที่สามพี่เชื่อว่าไม่ใช่ เพราะปัญหานี้มันเกิดจากคนสองคน ที่สำคัญเราเลิกกันมาปีกว่าแล้วถ้าหลังจากนั้นเขาจะมีใหม่มันก็คงไม่ผิด ซึ่งลูกก็รู้มาตลอดว่ามันไม่มีเรื่องมือที่สามอะไรแบบนี้แน่นอน

ส่วนเรื่องลูกพี่เลือกตั้งแต่ก่อนหย่าแล้วว่าพี่จะดูแลลูก เพราะพี่รู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นภาระอะไร พี่กลับภูมิใจมากกว่ากับหน้าที่ตรงนี้และพี่ก็จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูก็ไม่มีค่ะ พี่เลี้ยงของพี่มาเราทำเองอะไรเอง สำหรับทรัพย์สินคุณอู๋เขาเป็นคนน่ารักค่ะ เขาแยกแยะหมด เขาไม่ได้ต้องการให้เราแบ่งครึ่งตามที่กฏหมายกำหนดเลย"

ตอนนั้นเราก็จะบอกกับลูกว่า ถึงเราแยกกัน มันก็ไม่ได้หมายควมว่าเรารักเขาน้อยลง ลูกไม่มีอะไรขาด ลูกไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะชีวิตลูกจะเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ว่าพ่อเขาอาจจะไม่อยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง พี่ไม่กีดกันเลยค่ะ วันพ่อวันเกิดก็ให้เขาไปหา พี่ไม่รู้หรอกนะว่าลูกรู้สึกยังไง แต่สิ่งที่พี่เห็นคือเขาไม่ได้เลือกพ่อหรือแม่ แต่เขาเลือกที่จะรักเราทั้งคู่

ที่ผ่านมาคนอาจจะเห็นภาพว่าเราเป็นครอบครัวอบอุ่น เพียงแต่เรื่องแบบนี้ในความเป็นจริงมันอาจเกิดขึ้นได้ถ้าหากเราไม่ดูแลไม่เติมเต็มชีวิตคู่ ซึ่งพี่ต้องกราบขอบพระคุณทุกคนจริงๆ ที่เป็นห่วงครอบครัวเรา ขอบคุณมากๆค่ะ"

 

ภาพข่าวจาก @hugmagazine, @topdaraneenute