คริสต์มาสอาถรรพ์

วันที่ 14 ธ.ค. 2557 เวลา 11:33 น.
ใกล้ถึงวันคริสต์มาสของปี 1843 ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ ก็ได้ตีพิมพ์ A Christmas Carol หนึ่งในนิยายสุดคลาสสิกของเขาออกมาในวันที่ 19 ธ.ค. 1843

สำนักพิมพ์ แชปแมน แอนด์ ฮอลล์ คือผู้ได้ลิขสิทธิ์เป็นเจ้าแรก โดยหลังจากที่ออกมานั้น เนื้อหาในหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องของชายชราจอมโหด นามว่า เอเบเนอเซอร์ สครูจ ที่อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนสุภาพ แสนดี หลังจากที่เจอผีของอดีตหุ้นส่วน เจคอบ มาร์ลีย์ รวมทั้งผีวันคริสต์มาสจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้รับการวิจารณ์อย่างหนัก ขณะเดียวกันก็ขายดีแบบถล่มทลายอีกด้วย

A Christmas Carol ตีพิมพ์ในอังกฤษในช่วงสมัยวิกตอเรีย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ผู้คนให้ความสำคัญกับเทศกาลคริสต์มาสเป็นอย่างมาก ทั้งการยึดขนบธรรมเนียมการฉลองแบบเก่าๆ รวมทั้งเริ่มมีธรรมเนียมใหม่ๆ อย่างการประดับประดาต้นคริสต์มาสในบ้าน รวมทั้งการเขียนการ์ดอวยพรให้กัน ซึ่งในนิยายของชาร์ลส์เรื่องนี้ ได้นำเอาข้อมูลจากหลากหลายส่วนมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในยุคสมัยนั้น รวมทั้งเรื่องเล่าเกี่ยวกับคริสต์มาสต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของตัวเขาเอง ที่ต้องผ่านความลำบากยากจนมามาก

 

กว่าจะมาเป็น A Christmas Carol ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือแนวย้อนยุคสมัยวิกตอเรีย 3 เรื่องหลักๆ คือ Some Ancient Christmas Carols (1822) ของ เดวีส์ กิลเบิร์ต Selection of Christmas Carols, Ancient and Modern (1833) ของ วิลเลียม แซนดี แล้วก็ The Book of Christmas (1837) โดย โทมัส คิบเบิล เฮอร์วีย์

นอกจากนี้ ชาร์ลส์ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับต้นคริสต์มาสจากเยอรมนี ที่เจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามีชาวเยอรมันของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ที่มีการนำมาประดับประดาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์วิกตอเรีย แอนด์ อัลเบิร์ต ตั้งแต่ปี 1841 และในช่วงเวลาดังกล่าว (ปี 1843) ก็เป็นครั้งแรกที่มีการส่งการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสกันในอังกฤษด้วย

 

A Christmas Carol ของ ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ นับเป็นการรื้อฟื้นขนบคริสต์มาสแบบเดิมๆ ให้กลับฟื้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ โดยนอกจากทำให้ผู้อ่านได้ตื่นตาตื่นใจกับความสดใส สนุกสนานหรรษา ความมีชีวิตชีวาของคริสต์มาสแล้ว ชาร์ลส์ยังนำเสนออีกด้านตรงข้าม อย่างความผิดหวัง ความมืด ความหนาว ความเศร้า และความตายไปพร้อมๆ กัน

ตัวละครเอกอย่าง เอเบเนอเซอร์ สครูจ ก็เหมือนเป็นคนที่รวมหลากหลายฤดูกาลเอาไว้ในตัวคนเดียว ก่อนที่เขาจะเข้าสู่โหมด “รีเซต” กลับคืนสู่จิตใจที่บริสุทธิ์สดใส เหมือนสมัยที่ยังเด็ก

 

A Christmas Carol กลายเป็นนิยายสุดคลาสสิก ที่มีการนำกลับมาพิมพ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนี้เรื่องราวของ เอเบเนอเซอร์ สครูจ ที่จากร้ายกลายเป็นดีในช่วงวันคริสต์มาสนี้ ก็ได้รับการบอกเล่าออกไปอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที โอเปร่า ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ รวมทั้งหนังการ์ตูน และอื่นๆ

สำหรับ ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ เกิดในปี 1812 ที่เมืองปอร์ตสมัธ บิดาของเป็นเสมียนในกองทัพเรือ แต่ถูกส่งเข้าคุกไปตอนที่ชาร์ลส์อายุได้ 12 ปี เพราะเป็นหนี้ เขาเลยถูกส่งไปทำงานในโรงงานเพื่อล้างหนี้ให้พ่อ การถูกปฏิบัติแบบโหดร้ายในช่วงนั้นปรากฏอยู่ในนิยายหลายต่อหลายเรื่องของเขา

 

ในช่วงปลายวัยรุ่น ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ ได้งานเป็นผู้สื่อข่าว พร้อมๆ กับเริ่มเขียนเรื่องสั้นแนวตลก กระทั่งปี 1936 ตอนนั้นเขาอายุ 21 ปี เรื่องสั้นชุด Sketches by Boz ของเขาได้รับการตีพิมพ์ใน The Posthumous Papers ของพิควิคคลับ

จากยอดพิมพ์ 400 เล่มของ The Posthumous Papers กลายเป็น 4 หมื่นฉบับเพียงชั่วข้ามปี และ ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนชื่อดังที่สุดของเกาะอังกฤษสมัยนั้น

นิยายดังเรื่อง Oliver Twist ออกมาในปี 1838 ตามด้วย Nicholas Nickleby (ปี 1839) หลังจากนั้น ชาร์ลส์เขียนหนังสือออกปีละเล่มสองเล่มเสมอโดยหลัง A Christmas Carol ปี 1843 แล้ว ยังมีเรื่อง David Copperfield (1850) Great Expectations (1861) และ A Tale of Two Cities (1859) ที่ล้วนสร้างชื่อให้เขาจนถึงทุกวันนี้