ละครรักชาติ...งานน้ำดีที่ทีวีไทยต้องการ!?

  • วันที่ 08 พ.ย. 2557 เวลา 10:27 น.

ละครรักชาติ...งานน้ำดีที่ทีวีไทยต้องการ!?

ช่วงเวลาไพร์มไทม์บนหน้าจอแก้วในบ้านเรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุด คือเวลาระหว่าง 19.00-22.30 น.ทว่าช่วงที่พีกสุดๆ นั้นหมายความรวมไปถึงช่วงเวลาที่มีค่าโฆษณาแพงที่สุด  ยังเป็นช่วง 20.00-22.30 น. ซึ่งเป็นเวลาแห่ง “ละคร” ในบางช่องที่ไม่มีละครในช่วงเวลานี้ก็มีหลักฐานบอกว่า ตัวเลขเรตติ้งต่ำกว่าช่องอื่นๆ นั่นหมายความว่า ละครในช่วงไพร์มไทม์เป็นสิ่งที่ “ต้องมี” เพื่อเรตติ้งและค่าโฆษณา

ละครที่มีออนแอร์อยู่บนจอทุกวันนี้มีมากมายหลากหลาย แต่ถึงอย่างนั้น นายกรัฐมนตรีของไทย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็ได้เปรยๆ ถึงละครไทยว่า มีแต่ความรุนแรงและสร้างความแตกแยกให้สังคม อยากให้มีละครเกี่ยวกับความปรองดองสมานฉันท์ สร้างละครสอดแทรกประวัติศาสตร์รักชาติ ให้เป็นแบบอย่างที่ดี ทว่าเสียงของท่านนายกฯ จะดังไปถึงผู้จัดละคร ผู้มีอำนาจในการจัดสรรละครลงจอได้หรือไม่

ละครประวัติศาสตร์งบเยอะ ใจต้องถึง

หน้าจอโทรทัศน์ไทยยังคงไม่ไร้สิ้นละครน้ำดี ละครสร้างสรรค์ หรือละครที่ทำให้คนดูรู้สึกรักชาติ แต่ถ้าจะให้เห็นและเข้าใจกันจะจะ ส่วนใหญ่ละครที่มีเนื้อหาปลุกจิตสำนึก กระตุ้นจิตใจให้ฮึกเหิม หวงแหนแผ่นดิน มักเป็นละครประวัติศาสตร์ ที่นำเสนอถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ หรือบุุคคลที่มีบทบาทในการกอบกู้แผ่นดินสยาม และแน่นอนว่า หากมีละครประวัติศาสตร์มักจัดเป็นละครฟอร์มใหญ่ ซึ่งหลายปีถึงมีสักหน ล่าสุดที่ยังจำกันได้ไวๆ ก็คือขุนศึก ทางช่อง 3 ที่ใช้งบประมาณการสร้างหลายเท่าของละครทั่วๆ ไป เรตติ้งก็ชื่นใจ แต่ก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าละครดราม่ารสเข้ม และอีกเรื่องที่น่าจับตาคือ “บางระจัน” ของค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ที่อลังการงานสร้างเช่นเดียวกัน แต่ต้องอดใจรอดูปีหน้า

 

“ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีซีนเป็นผู้จัดละครมาจน 20 ปี แต่ยังไม่เคยทำละครประวัติศาสตร์ มีหาเกี่ยวกับการรักชาติเลย จนเมื่อครั้งบริษัท ทีวีซีนครบรอบ 20 ปี มีโอกาสได้ทำละคร “ขุนศึก” จนต่อเนื่องมาถึง “ลูกทาส” และเพิ่งปิดกล้องเตรียมออกอากาศปีหน้าคือ “ข้าบดินทร์”

“เราได้โอกาสทำขุนศึกตอนนั้นทำแล้วมีความภาคภูมิใจละครออกมาประสบความสำเร็จด้วย มันเข้าไปในจิตวิญญาณมีพระมหากษัตริย์ทรงพระปรีชาสามารถ เรารู้สึกได้เวลาที่เราถ่ายทำ มันอิน จากพระนเรศวร ก็ทำเรื่องลูกทาส เกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 มาถึงตอนนี้รัชกาลที่ 3 เรื่อง ข้าบดินทร์ ซึ่งไม่ค่อยมีคนทำ ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าพระองค์ทรงทำอะไรให้เราบ้าง มักไม่ค่อยมีใครพูดถึงท่าน พอเห็นเรื่องอยากทำ อย่างขุนศึกออกไปรบ แต่เรื่องนี้เป็นความรู้สึกเสียสละเลือดเนื้อในอีกแง่มุมหนึ่งเพื่อแผ่นดิน

 

พอเราทำไปแล้วอิน ไม่ได้เกี่ยวกับนาย (ประวิทย์ มาลีนนท์)บอกว่าต้องทำแล้ว ถ้าไม่เหนื่อยเกินไปเราจะทำเรื่อยๆ เพราะทำละครแนวนี้ทุกอย่างเยอะไปหมด อย่างเรื่องขุนศึกกับลูกทาส ใช้งบ 60 กว่าล้าน ข้าบดินทร์ 80 ล้านบาท ซึ่งละครปกติอยู่ประมาณ 30 ล้านบาท เวลาการทำงานก็ยาว  เรื่องหนึ่งใช้เวลาทำได้ 2 เรื่อง ใช้นักแสดง 200-300 คน ค่าที่พัก เพราะถ่ายที่ต่างจังหวัด ในป่าในเขา อย่างข้าบดินทร์ใช้ช้างไม่ต่ำกว่าร้อยเชือก รถเวลาไปไม่ต่ำกว่า 50 คัน ไม่มีใครอยากทำ เหนื่อย ยาก เขียนบทก็ลำบาก ช่องทำไม่ได้กำไรทุกคนที่ทำเพราะอยากให้มีละครแบบนี้บ้าง ให้คนรู้สึกถึงความสามัคคี ถึงขาดทุนช่อง 3 ก็ทำ ถ้าช่องไม่ให้ทำเราจะเอางบมาจากไหน เราก็สบายใจที่นายเห็นความสำคัญเห็นคุณค่าของงานแบบนี้ งบเยอะขึ้นค่าโฆษณาก็เท่าเดิม เราทำยังเกรงใจทำงบขึ้นไป รู้ว่ามันแพง ช่องบอกไม่เป็นไรทำเลย ทำออกไปคนชอบ เรตติ้งดีคนพูดถึงเราก็หายเหนื่อย พอจบเรื่องนี้ก็จะเอาอีกแล้ว (หัวเราะ) อยากทำสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินในมุมอื่น ไม่ใช่ทหารเสือพระเจ้าตาก อยากได้เรื่องไม่หนักหนาสาหัสแต่อยู่ในสมัยท่าน คิดพล็อตกันขึ้นมาได้ชื่อเรื่องว่า หนึ่งด้าวฟ้าเดียว พูดถึงความรักความสามัคคี ตอนนี้ได้นำเสนอช่องแล้ว และพล็อตนี้ก็ทำเป็นหนังสือนวนิยายแล้ว  ถ้าไม่เหนื่อยจะทำเรื่องนี้”

ด้านช่อง 7 สี ในปีหน้าก็จะมีเรื่อง “อตีตา”บทประพันธ์ของ “ทมยันตี” เรื่องราวที่จะพาผู้ชมก้าวผ่านกาลเวลาสู่อดีตกาล เพื่อให้เราทุกคนได้เรียนรู้อดีต เข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย เข้าใจถึงความรักที่แท้จริง และเรียนรู้ถึงการเสียสละเพื่อส่วนรวม

 

“ผุสชา โทณะวณิก” รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย กล่าวว่า “ทางช่องคงเห็นว่าเราเป็นบริษัทที่รับเรื่องใหญ่ๆ ได้ เลยให้มา ซึ่งเป็นละครที่ตรงกับเรา จริงๆ ละครก็คือละคร ความบันเทิงต้องมาก่อนและนิสัยเจเอสเอลจะถามว่ามีอะไรเหลือให้คนดูบ้างไหม จะมากน้อยแต่ละเรื่องก็ต่างกัน แต่ที่เราทำต้องฝากข้อคิดอะไรไว้อย่างเราทำเรื่องไฟอมตะ ก็เป็นเรื่องของครอบครัว ความรับผิดชอบ เรื่องเงา เป็นเรื่องของบาปบุญคุณโทษ มาถึงอตีตาซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่เหมาะสุดกับช่วงเวลานี้ เป็นละครที่ชี้ให้เห็นถึงการเสียสละเพื่อส่วนรวม การทำหน้าที่ให้ดีที่สุดพระเอกในทั้งสองยุค (ยุคปัจจุบัน-บางระจัน) คือคนเสียสละเพื่อประเทศ เพราะเรื่องของบางระจันคือความสามัคคีอันนี้ชัดเจนมาก ชาวบ้านคือชาวบ้านไม่ใช่นักรบ พอข้าศึกมาทุกคนจับมือกันสู้รบไม่หนีไปไหน”

อตีตาลงจอให้เห็นช้าหน่อย อาจจะปลายปี เพราะมีรายละเอียดเยอะ “เสื้อผ้าทำใหม่หมดเลย อย่างยุคบางระจันใช้เกวียน เราหาเกวียนได้แต่หาวัวควายมาเทียมเกวียนไม่ได้คือวัวควายมี แต่เขาเทียมเกวียนไม่เป็น เพราะเขาไม่ได้ถูกฝึกให้ใช้งานนี้กันแล้ว การถ่ายทำก็ยังไม่ได้มาก เราไม่อยากถ่ายไปออกอากาศไปเพราะในแต่ละซีนมีรายละเอียดเยอะ ไหนจะช้อน จานใช้แบบไหน จะร้องเพลงต้องร้องเพลงอะไร ละครแนวนี้ผิดไม่ได้ พอเป็นประวัติศาสตร์ต้องทำให้ถูกต้อง เราอยากทำให้มีคุณภาพ ช่องเองก็เข้าใจในจุดนี้”

 

ละครน้ำเน่า-น้ำดี เรตติ้ง-ธุรกิจ

ละครหลังข่าวก็ยังครองตลาดผู้ชมได้มากยิ่งเรื่องไหนที่กลายมาเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้ ทำให้ถนนโล่ง ผู้คนรีบเข้าบ้านเกาะจอรอดูกันเลยเทียว นั่นเท่ากับละครมีอิทธิพลต่อผู้ชม และปฏิเสธไม่ได้ว่า เสียงพูดถึงละครไทยมักจะชมไปบ่นไป ตบตี ด่าทอ กรีดร้อง ชิงรักหักสวาท มีฉากไม่เหมาะสม เช่น ข่มขืน แต่ก็ยังได้รับความนิยมครองเรตติ้งสูงๆ ได้ บ่นๆ กันไปว่าเป็น “ละครน้ำเน่า” และก็ถามหา “ละครน้ำดี” ซึ่งพอมีมาก็มักจะไม่ชมกัน หรือเอเยนซีไม่แล

“ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง” กรรมการผู้อำนวยการสายงานสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ตอนนี้ละครกำลังกลายมาเป็นจุดแข็งของช่อง แข่งขันกับช่อง  7 ช่อง 3 ที่ครองเรตติ้งมาก่อนได้

“เรายินดีจะทำ (ละครแนวรักชาติ) แต่สุดท้ายก็ติดเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ ถ้าอยากให้ทำ เรายินดี อย่างน้อยมีเรื่องการช่วยการสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพราะเราทำธุรกิจเป็นเรื่องของเรตติ้ง ในมุมเราต่อสู้ให้ได้ในเรื่องของเรตติ้งมีเรื่องของตัวเลข ถ้าทำละครแนวนั้น ไม่ได้ห่วงเรื่องใช้เงินเยอะน้อย แต่เรื่องแนวนี้ไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ ไม่ตอบรับเหมือนละครทั่วๆ ไป ต้องเป็นโปรเจกต์พิเศษขึ้นมา นอกเหนือจากงานที่ช่องทำ ในมุมของช่อง 8 ลูกค้าไม่ได้ดูว่าละครน้ำอะไร มองแค่ว่า สร้างเรตติ้งหรือเปล่า เขาทำผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องธุรกิจไม่แปลกที่จะคำนึงถึงเรื่องเรตติ้ง ตัวเลขเพราะวัดได้ในความรู้สึกของลูกค้า  แล้วละครที่สร้างเรตติ้งได้ดี คืออะไรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของสังคมของคนในสังคม นันคือละครที่สร้างเรตติ้งของช่อง 8 อะไรที่ไกลตัวกลุ่มเป้าหมายเขาไม่รับ คนกลุ่มนี้อยากรู้เรื่องที่เข้าใจ สัมผัสได้ในทุกวันของชีวิต”

 

ใช่ว่าช่อง 8 จะมีแต่ละครรสแซ่บถึงลูกถึงคน เพราะในอนาคตก็มีละครพีเรียดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของไทยและเร็วๆ นี้จะมีละครเรื่อง “แหวนทองเหลือง” พระนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ

“ช่อง 8 เราทำละครหลากหลาย ไม่มีแนวไหน 100% อย่างเรื่องที่เราทำตอนนี้ก็มี แหวนทองเหลือง เนื้อหารักชาติล้วนๆ พระเอกเป็นทหารเป็นเสรีไทย ซึ่งได้ผู้พันเบิร์ด (พ.ท.วันชนะ สวัสดี) มาเล่น ละครแนวรักชาติมองได้เป็นร้อยเรื่องไม่จำเป็นต้องเป็นละครประวัติศาสตร์ ละครสร้างเสริมประสบการณ์ให้คนได้เรียนรู้ทางลัด เป็นคนที่อยู่ในสังคมดีได้เป็นยังไง ผลของการไม่ดีเป็นยังไง เป็นการสอดแทรกที่นุ่มลึกและนวลเนียนกว่าการทำอะไรตรงๆ คนไทยไม่ชอบอะไรบังคับ ละครเป็นตัวทำให้คนเปลี่ยน มันมีพลังในการทำงานของมันได้อยู่แล้ว

อย่างฉากข่มขืน ตบจูบ เราก็ยินดีที่จะลด ไม่ใช่เรื่องใหญ่เวลาเราทำยึดบนพื้นฐานบนละคร เราก็เคารพในความเป็นนวนิยายที่เราหยิบมาก็ทำให้มันครบถ้วนสมบูรณ์ เราลดได้แต่วิธีการสื่อสารแบบนี้ ละครหลักการของมันถ่ายแล้วไปเลย มันย้อนกลับมาไม่ได้ สิ่งใดที่ตัวละครคิดละครทำ สื่อสารกับคนหมู่มากมันต้องชัดเจน คนหลายคนต้องเข้าใจตัวละครได้ทันทีที่ออกอากาศในไม่กี่วินาที แสดงอารมณ์ให้ชัดให้คนแยกออกคนดีนะ คนเลวนะ ความเป็นภาพทำให้คนเข้าใจในหลักการสื่อสาร เราลดได้แต่ทำไมเราต้องทำให้คนเห็นเราไม่พูดเรื่องการเลียนแบบมันล้าสมัยแล้ว ดูถูกคนดูเกินไปการที่ กสทช.จัดหมวดหมู่แต่ละช่อง ก็แบ่งเรตของคนดูอยู่แล้ว ละครสร้างสรรค์สร้างก็อยู่ในช่องแฟมิลี่ไป คนดูมาช่องวาไรตี้ก็ได้อะไรที่วาไรตี้ อยู่ให้ถูกที่ถูกทาง ละครทุกเรื่องมีเรื่องซ่อนอยู่ในเนื้อหาเพียงแต่ชื่อแรง ละครแรง ภาพแรงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ข้างใน มีรัก โลภ โกรธหลง มีดีชั่วครบรส การทำละครน้ำดีแล้วจะทำให้เป็นคนดี บางทีการทำละครสะท้อนสังคมกลับสอนคนดูได้มากกว่า คนดูได้ตระหนักอะไร ต้องเปรียบเทียบให้เห็นว่า ขาวกับดำเป็นยังไง”

ด้านช่องดิจิตอลน้องใหม่ โมโน 29 “บรรณสิทธิ์ รักวงษ์”ผู้อำนวยการสถานี ได้พูดถึงนโยบายละครของช่องว่า ละครจัดเป็นสัดส่วน 10 % ของเนื้อหาทั้งหมดของช่อง โดยช่องมีคอนเซ็ปต์ว่า “หนังดีซี่รี่ส์ดัง”

“ที่เราซื้อหนังซี่รี่ส์มาก็เป็นแนวแอ็กชั่น สืบสวนสอบสวนในส่วนของละครเราจะเป็นแนวสร้างสรรค์เรื่องของวัยรุ่นที่กำลังจะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ ซิทคอม แนวโรแมนติก อารมณ์ดีและเราต้องการผลิตละครแนวเดียวกับคอนเซ็ปต์ช่องคือละครแอ็กชั่น ตอนนี้ที่มีอยู่ก็คือ ตี๋ใหญ่ดับดาวโจร แบงคอกฮิทแมนละครของค่าย แบ่งเป็น2 กลุ่ม มีทั้งซื้อบทประพันธ์และแต่งขึ้นใหม่ เน้นสร้างสรรค์สังคม เป็นตัวอย่างเยาวชนพยายามหลีกเลี่ยงละครแนวตบตี ที่เราหลีกเลี่ยงตบตีก็ไม่อยากเดินตามรอยในทางที่ช่องอื่นมีช่องเราต้องการความแตกต่าง ความชัดเจนของเราก็มีละครเดินในทางที่แตกต่างได้ก็น่าจะดีกว่า ในมุมมองของเรื่องสร้างสรรค์สังคมก็ออกจะเป็นทางบวกที่ตรงกับแนวทางผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแนวทางนี้น่าจะถูกใจคนดูโอเคแนวตบตีจะถูกใจมากที่สุด แต่เราไม่ต้องไปตรงมากที่สุดก็ได้ มาแนวทางนี้ก็คนดูมากระดับหนึ่ง เข้ากับคอนเซ็ปต์ของช่องด้วย”

ละครไทยยังคงเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย บางเรื่องได้รับความนิยม บางเรื่องก็ล้มเหลว ทว่าในทุกเรื่องต่างมีแง่มุมที่ดีและไม่ดี นอกจากสารที่ผู้ผลิตต้องการจะสื่อแล้ว คนดูยังต้องมีวุฒิภาวะประสบการณ์ที่จะรับสารอย่างมีวิจารณญาณด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ