‘คู่จิ้น’ อินละคร ฟินต่อนอกจอ

วันที่ 13 ก.ย. 2557 เวลา 09:32 น.
‘คู่จิ้น’ อินละคร ฟินต่อนอกจอ
โย...เสน่ห์จันทน์ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เรียกหา “ณเดชน์-ญาญ่า” “หมาก-คิมเบอร์ลี่” “บอย-มาร์กี้” “เจมส์จิ-เบลล่า” ฯลฯ ก็เพราะ “เขา” กับ “เธอ” ถูกจัดให้เป็น “คู่จิ้น” หรือคู่ขวัญ ที่คนดูชื่นชมมาจากละครที่เล่นด้วยกัน แม้ละครจะจบลาจอไปแล้ว ก็ยังอิมเมจิ้นไม่เลิก อยากเห็นทั้งคู่เล่นละครเรื่องอื่นๆ ด้วยกันอีก เล่นกับคนนี้ไม่เอา ไม่ชอบ และยังฟินกันไกล อยากให้เป็นแฟนกันจริงๆ เลย (เอากับเขาสิ)

วงการบันเทิงเมื่อครั้งกระนู้น แม้จะมีคู่ขวัญอยู่หลายคู่ แต่การจะเกิดคู่ขวัญขึ้นมาได้แต่ละคู่นั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ ที่สำคัญพระนางต้องมีบารมี นั่นคือการแสดงที่เหนือชั้น สมบทสมบาทมาก ฐานแฟนคลับที่มหาศาล ละครหรือหนังที่เล่นคู่กันกวาดเรตติ้งรายได้แบบถล่มทลาย สร้างกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ได้ สำคัญที่สุด ยังเป็นที่นึกถึงและจดจำอยู่ในใจของผู้ชมได้เสมอ อาทิ “มิตร ชัยบัญชา-เพชรา เชาวราษฎร์” “สันติสุข พรหมศิริ-จินตหรา สุขพัฒน์” “วิลลี่ แมคอินทอช-ลลิตา ปัญโญภาส” “ศรราม เทพพิทักษ์-สุวนันท์ คงยิ่ง” “แอน ทองประสม-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์”

คู่ขวัญหรือคู่จิ้นไม่จำเป็นต้องเล่นละครด้วยกันหลายเรื่อง บางคู่เล่นละครด้วยกันมาแล้วหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ถูกจับให้เป็นคู่ขวัญก็มี บางคนมีโอกาสเล่นละครกับพระเอกนางเอกเป็นสิบคน แต่ก็ไม่ได้จิ้นกับใครสักคนก็มี เรื่องแบบนี้อยู่ที่เคมีเข้ากันหรือจริตต้องกันนั่นเอง เพราะนอกจากบทที่ต้องส่งให้คนดูเกิดอาการอินต่อนอกจอแล้ว ความสัมพันธ์ของคู่พระนางนอกจอก็ต้องเป็นกันเอ๊งกันเอง น่ารักกระหนุงกระหนิง คุยกันรับส่งกันอย่างรู้ทันหรือรู้ใจกันนั่นแหละ แบบนี้บรรดาคนดูได้อินกันต่อยาววว

 

แท่งแหม่ม คู่ขวัญในตำนาน

10 กว่าปีก่อน คอละครไม่มีใครไม่รู้จัก “แท่ง-แหม่ม” แห่ง “เพื่อเธอ” “อยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า” และ “รักแท้แค่ขอบฟ้า” เพราะยุคนั้นละคร 2 เรื่อง (แรก) นี้โด่งดังมาก ส่งผลให้คู่พระนาง “แท่งศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” และ “แหม่มคัทลียา แมคอินทอช (กระจ่างเนตร์)” กลายเป็นคู่ขวัญ (ก็ยุคนั้นเขาเรียกกันแบบนี้) ถ้าวัดระดับความดัง ก็พอๆ กับคู่ณเดชน์-ญาญ่า เลยล่ะคุณ

คู่นี้เล่นละครคู่กันเพียง 3 เรื่อง นับว่าน้อยเมื่อเทียบกับความนิยมที่ถาโถมเข้ามา แต่นั่นละ จำนวนไม่ได้บ่งบอกถึงความดัง แต่ความสมบทสมบาทของนักแสดงต่างหากที่ทำให้ผู้ชมสนับสนุนให้เป็นคู่ขวัญกัน และลุ้นต่อให้เป็นแฟนกันนอกจอ

ล่าสุดทั้งคู่หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในซิทคอมเรื่อง “เพราะมีเธอ” ที่กำลังออกอากาศทุกวันพุธ (19.30 น.) ทางช่องวัน 17 ปีแล้วที่ทั้งคู่ฝากชื่อและผลงานไว้ให้เป็นคู่ขวัญ มาครั้งนี้แฟนๆ ยังจะลุ้นกันต่ออีกไหม เมื่อฝ่ายหญิงก็แต่งงานมีลูกน้อยน่ารักๆ ถึง 3 คนแล้ว และคู่ขวัญในตำนานจะสู้คู่จิ้นในยุคนี้ได้หรือไม่นั้น ต้องชมละครก่อนนะถึงจะอิน หากแต่แฟนคลับของแท่งแหม่มตามมาเฝ้าหน้าจอกันแล้ว

 

แหม่ม “ได้กลับมาทำงานกับพี่แท่งอีกครั้งก็ดีใจค่ะ เจอแฟนๆ ทีไรก็บอกว่าอยากให้เรากลับมาเล่นละครด้วยกันอีก คราวนี้ก็สมใจแฟนๆ แล้วเนอะ กับพี่แท่งก็ยังเป็นพี่ชายที่น่ารัก ขี้เล่นเหมือนเดิม ไม่เจอกัน 17 ปี แต่ยังทำงานเข้าขากันเหมือนเดิมค่ะ สำหรับบทบาทในเรื่อง แหม่มรับบท ข้าว เป็นอดีตภรรยาของพี่แท่ง เป็นคนเจ้าระเบียบมาก จู้จี้จุกจิก ปัจจุบันคือเลิกรากับพี่แท่งไปแล้ว แต่เราสองคนยังต้องทำธุรกิจร้านอาหารร่วมกันอยู่ เลยทำให้มีเรื่องต้องทะเลาะและปะทะฝีปากกันตลอดเวลา

เพราะมีเธอถือเป็นซิทคอมเรื่องแรกของแหม่มค่ะ รู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะเราไม่รู้จังหวะการเล่น และอะไรต่างๆ แหม่มก็ไม่รู้ว่ามันจะเหมือนกับเวลาที่เราเล่นละครไหม แต่พอได้มาเล่นจริงๆ ก็ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็ต้องมีปรับในเรื่องของการแสดงและจังหวะการเล่นบ้าง โชคดีได้พี่แท่งนี่แหละคอยแนะนำ จะบอกว่าตั้งแต่วันฟิตติ้งเสื้อผ้าที่เจอพี่แท่งครั้งแรก แหม่มก็รีบฝากเนื้อฝากตัวกับเขา เพราะเขาประสบการณ์มากกว่าเราเยอะ ตั้งแต่สามหนุ่มสามมุม บางรักซอย 9 แต่พี่แท่งดันบอกแหม่มว่า ถ้างั้นก็ต้องทำตัวดีๆ พี่พูดอะไรก็อย่าหือ (หัวเราะ) ก็แซวกันเล่นขำๆ”

แท่ง “มาร่วมงานกับแหม่มอีกครั้งก็เกร็งๆ จะออกมายังไง รูปแบบเป็นยังไง เพราะที่เราเคยเล่นไว้ไม่ใช่ทางนี้ ละครที่เราเล่นเป็นดราม่า ไม่น่ารักหรือกุ๊กกิ๊กยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนี้ ตอนที่เล่นเรื่องเพื่อเธอตอนนั้นละครดราม่า จริงจังมาก น้ำเน่า ร้องไห้วุ่นวายไปหมด เส้นเรื่องเป็นความรักของคนสองคนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค คนดูก็ลุ้นก็เอาใจช่วย มาอยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า ก็เป็นความรักที่ต่างชนชั้นกันอีก แต่ก็เป็นเรื่องรักของสองคนทำให้คนดูอินและลุ้นให้เป็นแฟนกันจริงๆ บ้าง เขาดูแล้วชอบก็อยากให้มีละครเล่นด้วยกันอีก นิตยสารก็มีเชิญไปถ่ายปก ไปออกรายการคู่กัน เรียกว่าพอละครดัง คนก็อยากเห็นเราสองคนด้วยกัน ความรู้สึกกลับมาตื่นเต้น คอยฟังผลว่าคนรุ่นใหม่จะรู้สึกยังไงกับเรา แฟนๆ ของเรามาดูจะรู้สึกยังไง เพราะครั้งนี้บทเราไม่เหมือนเมื่อก่อน

 

เล่นด้วยกันครั้งนี้บทเราต่างจากเมื่อก่อนเลย ตอนนี้เป็นชีวิตคู่ แต่ด้วยการเริ่มเรื่องที่แปลก มาถึงก็หย่ากันเลย ก็เล่นตามวัยของเรา ไม่ได้ฝืนวัยของเราต้องมาเป็นหนุ่มสาวมาจีบกัน แต่นี่แต่งงานกันแล้วเลิก เราหย่ากับเมียจะเดินต่อไปได้อย่างไร เหมือนคนที่ยังรักกันอยู่แต่ก็ต้องเดินไปข้างหน้า และคนที่มีความผูกพันกันมาก็ย่อมรู้ใจกัน รู้ทันกัน ก็จะมีหยอกๆ กวนๆ กัน ซึ่งคนก็คิดถึงความรู้สึกแบบนั้นจากผม เรื่องนี้ก็จะมีให้เห็นกวนๆ นิดหนึ่ง แต่ทางแหม่มเขาก็จริงๆ อย่ามาเล่นนะ เราก็อำๆ แกล้งๆ คือถ้าซีเรียสไปหมดก็ไม่ใช่ซิทคอม แต่คนดูจะชอบไหมต้องรอ เพราะซิทคอมเพิ่งออกไปได้ไม่กี่ตอน แต่แหม่มเขาไม่ได้เล่นละครมานาน ยิ่งพอกลับมาเป็นซิทคอมอีกก็ดูจะตื่นเต้น เราก็จะคอยบอก แต่ละครเรื่องนี้ทำงานหนักมาก จริงจังมากไม่สนุกเลย ทั้งๆ ที่เรื่องราวออกมาสนุกสนาน เบื้องหลังดูจริงจัง”

แหม่ม “ตอนนั้นเขาเรียกคู่ขวัญค่ะ ไม่เคยเล่นด้วยกันมาก่อนแล้วมาจับคู่กัน ละครประสบความสำเร็จ คนดูก็อยากเห็นคู่นี้เล่นด้วยกันอีก คนดูอินกับละครมาก ก็คิดไปในชีวิตจริงอยากให้เป็นคู่กันจริงๆ คนดูชอบให้แหม่มเล่นกับพี่แท่ง แหม่มไปเล่นคู่กับคนอื่นเขาก็ไม่อินเท่าเล่นกับพี่แท่ง แต่จริงๆ เราก็เล่นได้กับทุกคน เพียงแต่ด้วยบทที่ได้รับ ความยึดติดของคนดู เหมือนเราถูกใจอาหารจานนี้ เราชอบมากก็อยากกินอีก แท่งแหม่มก็เป็นแบบนั้นด้วย ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ชอบละครเรื่องนี้มาก ถ้าได้คู่นี้เล่นจะชอบเป็นพิเศษ แหม่มว่าการที่ทำให้คนดูอินคู่พระเอกนางเอก บทสำคัญ เผอิญเรื่องที่เล่นคู่กับพี่แท่งเน้นเรื่องคู่นี้ เน้นความรักของคู่นี้เลย ทำไมชีวิตอาภัพ คนดูลุ้นว่าเมื่อไรพระเอกนางเอกจะลงเอยกันซะที สมัยนั้นไม่มีงานอีเวนต์เยอะแบบนี้ จะได้เจอแท่งแหม่มต้องเห็นในละครเท่านั้น หรือไปงานครบรอบหนังสือ ถ่ายแบบนิตยสาร มาเล่นด้วยกันอีกครั้งมีกระแสกลับมาเยอะมาก แฟนคลับแหม่มก็คือรุ่นที่โตขึ้นมากับแหม่ม เขายังจำภาพที่เขาได้ดูเรา พอกลับมาเล่นด้วยกัน มีภาพประทับใจที่เขาได้ติดตาม เหมือนเขาได้โตมากับแท่งแหม่ม พอแท่งแหม่มกลับมาเล่นกันอีก เหมือนย้อนอดีตเรื่องราวสมัยก่อนน่ารักดี คู่ที่เขาชื่นชมตั้งแต่เด็ก จริงๆ แล้วแท่งแหม่มแค่ส่วนประกอบหนึ่ง ตัวบทพลอตเรื่องสำคัญต้องสนุกด้วย”

 

คู่จิ้น ควงคู่รับทรัพย์

ว่าไปแล้วคู่จิ้นในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เพียงพระนางที่เล่นละครด้วยกันแล้วมีเคมีตรงกัน จนแฟนๆ อยากดูเรื่องอื่นๆ แต่คิดกันไกลไปถึงขั้นอยากให้เป็นแฟนกันจริงๆ ซึ่งบางคู่ก็พัฒนาได้สมใจ แต่บางคู่ในความสัมพันธ์ก็ยังกั๊กปฏิเสธออกไปไม่เต็มเสียง ให้แฟนๆ ได้ตามลุ้นตามเชียร์กันต่อไป

ทว่า บางคู่ก็เป็นที่รู้แน่ชัดว่ายกให้เป็นคู่จิ้นแค่ในละครเท่านั้น ไม่มีผลต่อความสัมพันธ์ กิจกรรมนอกจอแต่อย่างใด เช่น คู่ของพระนางแห่งวิก 7 สี “เวียร์ศุกลวัฒน์ คณารศ” กับ “มิน-พีชญา วัฒนามนตรี” ที่ไม่มีกระแสจับคู่ต่อนอกจอ แม้ว่าในจอจะเล่นเข้ากันจนแฟนๆ อินตาม จินตนาการต่อไปถึงไหนต่อไหน แต่เมื่อละครจบก็จบ กลับมาคู่กันอีกเรื่องไหนก็ยังจัดเป็นคู่ที่เหมาะเหม็งกันมากๆ กระชากเรตติ้งให้สูงขึ้นได้ไม่ยาก

 

อีกคู่เป็นคู่จิ้นใหม่หมาด “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” กับ “จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ” คู่รักต่างวัยในละครเรื่อง “ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล” ที่ละครจบแต่อารมณ์คนดูไม่จบ ยกให้เป็นคู่จิ้นที่เกิดกลุ่มแฟนคลับ “อาเล็ก-จอย” ขึ้นมาใหม่ แต่คู่นี้ดันให้เป็นแฟนกันจริงๆ ยาก แต่ให้หวานใส่กันเพราะหน้าที่ทำได้ไม่ยาก และจากการถูกจับให้เป็นคู่จิ้น ส่งผลให้อาเล็กนักแสดงหน้าใหม่ดีดค่าตัวสูงขึ้นจากเดิม ด้านจอยอยู่ในวงการมาสิบกว่าปี เล่นกับพระเอกมาแล้วหลายต่อหลายคน แต่เพิ่งได้มีคู่จิ้นกับเขาก็ปีนี้แหละ นอกจากนี้งานอีเวนต์ยังวิ่งชน โดยปกติมีรับงานเป็นพิธีกร แต่ตอนนี้มีงานเข้ามาให้โชว์ตัวหลากหลายมากขึ้น เรียกว่ามีคู่จิ้นแล้วควงกันรับทรัพย์

“ที่เห็นภาพไปทะเลแล้วหวานใส่กัน เป็นงานค่ะ ไปถ่ายรายการ ทีมงานบอกให้หวานใส่กัน ดูสวีทหน่อย หยอกกันเราก็ทำตาม แต่ชีวิตจริงเราก็ปกติ คุยกันปกติ อาเล็กก็มีคุยปรึกษาเรื่องการลงทุน เพราะเราทำงานตรงนี้ เรารู้วิธีที่จะจัดสรรปันเงินออมเงินยังไง เอาตรงไหนไปบริหารต่อ ไม่ได้แนะนำแค่อาเล็ก นักแสดงคนอื่นๆ จอยก็แนะนำ” จอย รินลณี กล่าว

 

“รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ล่าสุดเพิ่งจัดงานอีเวนต์ “ขอนแก่นเมืองราชินีไหมมัดหมี่” โดยได้นักแสดง 3 คู่จิ้นสุดฮอตมาร่วมแสดงแบบ คู่จิ้นพันธุ์ข้าวเหนียว “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ” กับ “มิน-พีชญา วัฒนามนตรี” คู่จิ้นพันธุ์เกรียน “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” กับ “มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า” และคู่จิ้นต่างวัย “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” กับ “จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ” ได้ให้ความเห็นถึงการจัดงานกับการเชิญนักแสดงมาร่วมงานว่า

“การจัดงานหนึ่งเชิญแขกสำคัญมาก เพราะอย่างไรคนไทยก็จะสนใจดาราเป็นหลัก อย่างงานที่เราจัดเป็นงานผ้าไหม คนยังไม่ทันเห็นงานเลยก็คิดกันไปแล้วว่าเฉย ถึงแม้ว่าเราจะทำงานให้ดูโมเดิร์นยังไงก็ตาม งานก็ไม่น่าสนใจ แต่พอมีดาราคู่ขวัญมาเดินแบบให้ก็เรียกคนมาได้ เป็นกลุ่ม

 

ทาร์เก็ตที่ไม่อยากมางานผ้าไหม มางานแล้วได้เห็นว่าผ้าไหมไม่ได้ดูเฉย ออกแบบแล้วปรับใช้ได้หลายแบบ ดาราที่เขาชื่นชอบใส่ก็สวย

ดารามาเป็นคู่หรือเป็นแฟนกันจริงๆ มา คนสนใจอยู่แล้ว สังเกตว่าเวลาดาราออกมาคนเดียวเสียงกรี๊ดประมาณหนึ่ง แต่พอเขาออกมาเป็นคู่เสียงกรี๊ดดังมาก ยิ่งเขาคุยกัน จ้องตากันคนดูก็กรี๊ดๆ นั่นคือภาพที่เขาอยากเห็น แต่ยังไงดาราที่เราเชิญมาก็ต้องดูคอนเซ็ปต์ของงานด้วย เชิญมางานก็จะเนียน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไม่ได้คิดเอาใครมาเดิน เราต้องมีเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นคู่นี้ เราเลือกเราดูความเหมาะสมของงาน ถ้างานเอื้อให้มาเดี่ยวก็ต้องมาเดี่ยว แต่แบบนี้เราจัดแฟชั่นโชว์นำเสนอเสื้อผ้าผู้หญิงผู้ชาย การที่เราเลือกคู่จิ้นดึงผู้ชมมาเยอะ และเราดูจากฐานฟอลโลว์ของแฟนคลับในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กระแสจากสื่อที่อยากออกมาทำข่าว ดาราเขาออกงานไปก็โพสต์ขึ้นอยู่แล้ว เราได้คนที่รับทราบงานเราไปโดยปริยาย เพราะเดี๋ยวนี้กลุ่มแฟนคลับมีทั้งเดี่ยว คู่ มีหลากหลายมาก เราเอาไปเสนอลูกค้ามีคนติดตามเขาเท่าไหร่ คาดคะเนว่าคนจะมาประมาณไหน นักข่าวเล่มไหนจะมา ลูกค้าก็สนใจ แม้ว่าราคาคู่กับเดี่ยวก็ต่างกัน บางคู่ราคาก็ต่างไม่มาก บางคู่ก็ต่างมากจนตกใจ ก็ห่างจากเดิมหลักแสน ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์งานว่าเขามาทำอะไร”

ด้าน “ฝน-ศิริลัคณา เอียดวิจิตร์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท จริงใจ ครีเอชั่น บอกว่า ตอนนี้แขกรับเชิญต้องยกให้คู่จิ้น เพราะกระแสมาแรงมาก แถมยังมีฐานแฟนคลับดับเบิลเข้าไปอีก

“ลูกค้าจะดูว่าคนนั้นเหมาะสมกับตัวสินค้านั้นไหม เรียกนักข่าวมามากน้อยแค่ไหน เชิญมาแล้วไม่ดึงนักข่าวการจ่ายเงินนั้นก็ไร้ผล เป้าหมายก็ไม่เกิด เรื่องของการมาดึงนักข่าวก็สำคัญมากพอๆ กับสินค้าจะออกไป ลูกค้าก็ยังสนใจอยากให้

นักข่าวมางานเยอะๆ ถามทุกรายว่า ดาราคนไหนที่นักข่าวจะมาตามเยอะ ลูกค้าก็ยอมทุ่มเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลถึงยอดโปรดักต์ได้มากขึ้นด้วย อย่างคู่จิ้นตอนนี้กลุ่มแฟนคลับมีถึง 3 กลุ่ม อย่างแฟนคลับณเดชน์ แฟนคลับญาญ่า แฟนคลับณเดชน์กับญาญ่า กลุ่มแฟนคลับมาก และตัวคู่จิ้นก็ดังมาก นักข่าวยังให้ความสนใจอยู่ งานนั้นก็เป็นที่รู้จักได้ง่าย อย่างช่อง 3 นี่เป็นตลาดคู่จิ้นเลย ละครก็ดัง คนดูก็อิน งานอีเวนต์ก็มีติดต่อเข้ามาเยอะ นักข่าวตามเยอะ งานก็มีสีสัน”

การเกิดขึ้นของคู่จิ้นในยุคนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย แต่ส่วนประกอบสำคัญต้องมีละครคู่กัน บทต้องส่งให้เป็นพ่อแง่แม่งอนแต่รักกันม้ากมาก มีฉากสวีทหยอกล้อให้คนดูได้จิกหมอน นอกจอต้องเป็นมิตรรักกัน ไม่ใช่ปิดกองแล้วบ๊ายบาย แต่ยังคบหามีกิจกรรมให้แฟนๆ ได้เห็นภาพคู่ที่สำคัญโสดทั้งคู่จะถูกจัดเป็นคู่จิ้นได้เร็วมาก

บทความแนะนำ