การกลับมาอีกครั้งที่ต่างออกไป พล นิกร กิมหงวน

วันที่ 02 ส.ค. 2557 เวลา 12:42 น.
การกลับมาอีกครั้งที่ต่างออกไป พล นิกร กิมหงวน
โดย...พงศ์ พริบไหว

เรียกได้ว่าเป็นบทประพันธ์ขึ้นหิ้งให้กราบกรานกันเลยกับหัสนิยายชื่อดัง “พล นิกร กิมหงวน” หรือสามเกลอ เพราะจากข้อมูลที่รับรู้บทประพันธ์ของ ป. อินทรปาลิต เรื่องนี้ถูกหยิบจับนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่ห้วงปี พ.ศ. 2494 จากนั้นถัดมาอีก 10 ปี เริ่มลงเป็นละครโทรทัศน์ที่ช่อง 4 บางขุนพรหม โดยนำแสดงโดย จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, รอง เค้ามูลคดี, พูนสวัสดิ์ ธีมากร และ ประสาท ทองอร่าม และต่อจากนั้นยังคงถูกหยิบจับมาปัดฝุ่นทำใหม่อีกเป็น 10 เวอร์ชั่น ทั้งหนังทั้งละครก็รวมยี่สิบ

นับเป็นหนึ่งในบทประพันธ์ที่ถูกรีเมกใหม่มากที่สุดของเมืองไทยก็ว่าได้ นั่นคงเป็นเพราะตัวเนื้อเรื่องที่สามารถทำให้ยิ้มได้ทุกสมัยและสามารถสร้างความบันเทิงคู่คนไทยได้มาตลอด โดยล่าสุดหลังเว้นระยะห่างถึง 20 กว่าปี สถานีโทรทัศน์ ช่อง ทรูโฟร์ยู ก็ขออาสานำความสนุกสนานเมื่อครั้นอดีตกลับมาให้รื่นรมย์กันอีกใน “พล นิกร กิมหงวน เดอะ มิวสิคัล” งานสุดสรรค์สร้างอลังการละครเพลงโทรทัศน์ เรียกได้ว่าเป็นการนำบทประพันธ์สุดคลาสสิกมานำเสนอในรูปแบบสุดอินเทรนด์

 

ละครเรื่องนี้จะนำเสนอด้วยรูปแบบละครเพลงที่นำนักร้องดังจากเวทีอะคาเดมี แฟนเทเชีย มารับบทนำ ที่ทั้งยังถ่ายทำในบรรยากาศย้อนยุคที่บอกเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในขณะนั้นตามบทประพันธ์จริง คัดสรรเพลงสุดคลาสสิกทั้งบทเพลงอมตะสุนทราภรณ์ โดยนำมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อให้ฟังติดหูและทันยุคสมัยมากขึ้น แม้จะเปลี่ยนให้แปลกใหม่ แต่ทว่ายังคงความหมายของเนื้อเรื่องไว้ได้อย่างกลมกล่อมไม่ทำให้แฟนๆ รุ่นคลาสสิกต้องผิดหวัง แน่นอนคงเกิดคำถามตามมา แล้วคนรุ่นใหม่จะดูรู้เรื่องหรือเปล่า เพราะมันเป็นบทประพันธ์ประรำประราเหลือเกิน งั้นลองมาเริ่มกันแบบนี้ให้เห็นถึงคุณภาพของผลงานขึ้นหิ้งที่ชื่อว่า พล นิกร กิมหงวน

หนังสือชุด พล นิกร กิมหงวน

หัสนิยายเรื่อง พล นิกร กิมหงวน หรือสามเกลอ ถือเป็นบทประพันธ์ขบขันที่ได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน การันตีความน่าอ่านด้วยการเป็นถึงหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน และถือเป็นรวมชุดหัสนิยายที่เขียนต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 24812511 มีทั้งหมดกว่า 1,000 ตอน แทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่มีผู้อ่านติดตามเป็นแฟนพันธุ์แท้มากมายที่สุดของเมืองไทยตลอด 30 ปี ของการมีขึ้นของหัสนิยายเรื่องนี้

 

พล นิกร กิมหงวน เป็นวรรณกรรมประเภทนิยาย ที่อาจเรียกว่า “หัสนิยาย” คือไม่ใช่เป็นวิชาการหรือสารคดี ไม่ใช่นวนิยายที่มีตอนต้น ตอนจบ หรือเรื่องสั้นที่จบในตัวเอง แต่เป็นเรื่องแต่งที่สะท้อนภาพชีวิตสังคม ของยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่างานเขียนชุดนี้ได้ป้อนรายละเอียดสะท้อนภาพของสังคมไทยในห้วงเวลา 30 ปี คือระหว่างปี พ.ศ. 24812451 อย่างละเอียด ด้วยเพราะเป็นบันทึกที่สะท้อนเหตุการณ์ บรรยากาศและสิ่งแวดล้อม ในทุกด้านของสังคมไทย เกือบจะเรียกว่าทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน และทุกปี ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดเวลา 30 ปี ของการเขียนถึงพล นิกร กิมหงวน มีเพียงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้นที่ทำให้บทประพันธ์ขาดตอน เพราะเกิดปัญหาเรื่องการขาดแคลนกระดาษและอุปกรณ์การพิมพ์ ทำให้งานเขียนชะงักไปถึง 4 ปี เรียกได้ว่าเวลานอกเหนือจากนั้น พล นิกร กิมหงวน เป็นเสมือนเบ้าหลอมความคิดความอ่าน ทัศนคติและปรัญชาชีวิต ทุกตัวละครที่โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ คือตัวละครที่มีคุณธรรม เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ รักชาติบ้านเมือง เกลียดความอยุติธรรมทุกรูปแบบ สิ่งเหล่านี้เป็นแบบฉบับของชายชาตรี ในยุคสมัยที่คำว่าสุภาพบุรุษยังไม่เกิด ทั้งยังเป็นบทประพันธ์ที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มสู่คนไทยได้มากมายจวบจนมาถึงช่วงเวลานี้

ปัจจุบันสำนักพิมพ์หลายสำนักพิมพ์ในเวิ้งนาครเขษม ยังมีลิขสิทธิ์ในการพิมพ์สามเกลอ ซึ่งในลิขสิทธิ์นั้นเป็นเพียงจดหมายบอกชื่อเรื่อง มีเรื่องจำนวนมากที่ไม่มีต้นฉบับ และไม่เคยพิมพ์อีกเลยหลังจากการพิมพ์ครั้งแรก ในนิยายสามเกลอ ป. อินทรปาลิต ได้สร้างภาษา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้มากมาย ใครจะรู้ว่าสำนวน “อมยิ้ม” ซึ่งใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เกิดมาจากมันสมองและปลายปากกาของ ป. อินทรปาลิต ปัจจุบันหนังสือหัสนิยายเรื่องนี้กลายเป็นของสะสมหายากราคาแพงระยับ

 

ผู้ให้กำเนิด พล นิกร กิมหงวน

ป. อินทรปาลิต เป็นนามปากกาของ ปรีชา อินทรปาลิต นักเขียนผู้เป็นต้นกำเนิดของ พล นิกร กิมหงวน ในวันพุธที่ 25 ก.ย. 2511 ป. อินทรปาลิต เจ้าของบทประพันธ์อันลือลั่น ได้เสียชีวิตลง ทิ้งไว้แต่เพียงตัวอักษรที่มีค่าควรยกย่องและศึกษา อีกทั้งชีวิตของบุรุษเช่นเขาก็น่ายกย่องน้อมคารวะไม่แพ้กัน ชีวิตในวัยหนุ่มท่านเองนอกจากจะเป็นผู้มีนิสัยชอบความสนุกสนาน และรักชีวิตอิสระมาตั้งแต่เยาว์วัย ยังคงรักการเขียนหนังสือเท่าชีวิต แม้เรียนไม่จบ

แต่ด้วยความเป็นคนรักการอ่าน ทำให้มีโอกาสรู้จักกับนักประพันธ์ผู้ใหญ่ มิหนำซ้ำคุณพ่อยังเป็นถึงบรรณาธิการหนังสือ ทำให้มีใจรักการประพันธ์ และได้หัดเขียนเรื่องสั้นตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นนอกจากงานราชการที่ทำ ป. อินทรปาลิต ได้ใช้เวลาว่างเขียนหนังสืออยู่เสมอ แต่เป็นแนวเรื่องความรัก กระทั่งได้นำต้นฉบับ “นักเรียนนายร้อย” ไปส่งยังสำนักพิมพ์เพลินจิต ของ เวช กระตุฤกษ์ เจ้าของสำนักพิมพ์ได้รับไว้ด้วยความยินดี เมื่อพิมพ์ออกมาจำหน่ายปรากฏว่าหนังสือขายได้ในเวลารวดเร็ว และเป็นเรื่องที่กล่าวขวัญในหมู่นักอ่านไปทั่วสารทิศ จากนั้นสำนักพิมพ์จึงรีบส่งผู้แทนมาติดต่อขอซื้อเรื่องต่อไปโดยด่วน นับแต่นั้นเรื่อยมาเรื่องของ ป. อินทรปาลิต ก็ทยอยออกสู่สายตาผู้อ่าน สำนักพิมพ์อื่นๆ ก็ติดต่อขอซื้อเรื่องอีกหลายต่อหลายแห่ง

 

เมื่อสามเกลอแสดงบทบาทติดต่อกันนานนับปี พล นิกร กิมหงวน จึงเป็นสัญญาลักษณ์ของ ป. อินทรปาลิต ที่แฟนหนังสือยอมรับ เมื่อมีเงินตัวท่านเองก็ท่องเที่ยวแสวงหากำไรของชีวิต เขียนหนังสือขายมาร่วม 30 ปี จนสำนักพิมพ์ร่ำรวย แต่ท่านคงเป็น ป. อินทรปาลิต คนเดิม เขียนหนังสือหนังหาจนเจ้าตัวจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากี่ร้อยกี่พันเรื่อง เรียกได้ว่าเขาเป็นนักประพันธ์ต้นแบบของยุคสมัย ที่เกิดมาขายความฝัน และปูนิยามใหม่ๆ ให้กับแวดวงน้ำหมึก

ละครเพลงโทรทัศน์

พล นิกร กิมหงวน กับคณะ นอกจากจะมุ่งเน้นในการสร้างความบันเทิงเริงรมย์ให้ผู้อ่านแล้ว ในระหว่างตัวอักษรแต่ละบรรทัด ยังได้สอดแทรกแนวความคิด ความเชื่อ และความรู้ต่างๆ ของผู้ประพันธ์ลงไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศหรือฉากในการดำเนินเรื่องจำนวนมาก ป. อินทรปาลิต ได้หยิบฉวยเอามาจากความเคลื่อนไหวต่างๆ ของสังคมรอบตัว ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในและต่างประเทศ ทั้งจากเรื่องราว ในภาพยนตร์ นวนิยาย และข่าวสารต่างๆ ทำให้หัสนิยายชุดนี้มีลักษณะเหมือนกับเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์สังคมในรูปแบบที่สร้างความขบขันหรรษา

 

จากความนิยมของนักอ่านนิยายชุดสามเกลอ พล นิกร กิมหงวน ทำให้ผู้สร้างจากวงการละคร วงการโทรทัศน์ และวงการภาพยนตร์ ให้ความสนใจติดต่อขอบทประพันธ์หัสนิยายชุดนี้ไปดัดแปลงสร้างภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ในหลายยุคหลายสมัยจวบจนมาถึงปัจจุบันกับละครเพลงโทรทัศน์ พล นิกร กิมหงวน เดอะ มิวสิคัล

เนื่องจากละครเรื่องนี้มีเนื้อหาสนุกขบขันและคลาสสิกชวนให้ติดตาม หัสนิยายเรื่องนี้จึงถูกนำมาสร้างเป็นละครทีวีอยู่หลายครั้ง บ่อยหนละครก็จะหยิบยกตอนสำคัญๆ มาเล่า แต่กับครั้งนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่การขับร้องบทเพลงของตัวละครในเรื่อง โดยเหตุการณ์ที่นำมาให้ชมก็จะประมวลขึ้นจากตอนที่เหมาะสำหรับละครเพลง ซึ่งจะเป็นเรื่องราวในช่วงวัยหนุ่มของ พล นิกร กิมหงาน และ ดร.ดิเรก ที่ได้เข้ามาเกี่ยวดองอยู่ในก๊วนเดียวกัน โดยมีฉากหลังเป็นบรรยากาศรื่นรมย์ของกรุงเทพฯ ในอดีตเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว

 

ทำให้เห็นถึงยุคที่ตัวละครยังนุ่งผ้าม่วง สวมเสื้อราชปะแตน กลัดกระดุมห้าเม็ด จนกระทั่งใส่ชุดสากล สวมหมวกตามสมัยรัฐนิยม และพัฒนารูปแบบเครื่องแต่งกายตามกระแสสังคม เรื่อยมาจนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2511 อันเป็นปีสุดท้ายแห่งชีวิตของผู้ประพันธ์ หัสนิยายชุดสามเกลอ พล นิกร กิมหงวน ได้บันทึกวิวัฒนาการ และเหตุการณ์ต่างๆ นานาของสังคมมาตลอด ซึ่งมักเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์และเรื่องราวสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ แม้จะมิใช่รายงานทางประวัติศาสตร์ที่มีข้อมูลครบถ้วนสมบรูณ์ แต่ก็พอจะทำให้ผู้คนในยุคนี้มองภาพในอดีตได้อย่างชัดเจน

อีกอย่างที่ดูจะพิเศษกลับการกลับมาครั้งนี้ของ พล นิกร กิมหงวน คือการคัดสรรนักแสดงศิลปินคลื่นลูกใหม่มาเป็นผู้ถ่ายทอดความสนุกสนาน ขบขัน สะท้อนเรื่องราวคลาสสิกของบทประพันธ์ได้อย่างลงตัว นำแสดงโดย โบกี้จิตรคุปต์ สุนทรศิลป์ชัย, มิวสิค เอเอฟ 4 รัชพล แย้มแสง และ อุ๋ยนที เอกวิจิตร์ จากบุดด้าเบลส ร่วมด้วยศิลปินนักร้องนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย มั่นใจเลยว่าการกลับมาของหัสนิยายสุดจี๊ดในครั้งนี้ ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่แตกต่างและประทับใจอย่างแน่นอน

พล นิกร กิมหงวน เดอะ มิวสิคัล ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีและศุกร์ เวลา 19.00-20.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ทรูโฟร์ยู