6 ทศวรรษ สายลับในชุดทักซิโด

วันที่ 15 มิ.ย. 2557 เวลา 14:36 น.
6 ทศวรรษ สายลับในชุดทักซิโด
"007" คือ รหัสของสุดยอดสายลับที่รู้จักกันดีในชื่อของบอนด์ หรือ James Bond สายลับหนุ่มหุ่นสมาร์ทสุดเซ็กซี่กระชากใจ ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "พยัคฆ์ร้าย007" ที่ออกมาโลดแล่นและพิชิตภารกิจสุดระห่ำอยู่บนจอเงินมาแล้วหลายต่อหลายภาคเป็นเวลากว่า 61 ปี และได้ขโมยหัวใจสาวๆด้วยมาดสุดเท่ทรงเสน่ห์ จนกลายเป็นภาพยนตร์ในตำนานถูกกล่าวขานถึงในความเป็นสุดยอดของหนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ และเพื่อเป็นการสดุดีในวีรกรรมของบอนด์ ความยิ่งใหญ่ของสายลับระดับโลกผู้นี้ เจมส์ บอนด์ พยัคฆ์ร้าย007 กับทรูวิชั่นส์ ได้รวบรวมภาพยนตร์ เจมส์บอนด์ ทั้ง 23 ภาคให้ชมกันจุใจกับสุดยอดแพ็กหนังเอชดีพากย์ไทย

 

ปี 1953 เจมส์ บอนด์ รหัสลับ 007 เอียนเฟลมมิ่ง นักประพันธ์ชาวอังกฤษ สร้างตัวละคร เจมส์ บอนด์ มาจากชื่อนักปักษีวิทยาที่เขาชื่นชอบเป็นชื่อเรียกง่ายๆแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง ซึ่ง เจมส์ บอนด์ ตอนแรกมีชื่อว่า Casino Royale ส่วนตัวเลข 007 ท้ายชื่อของเจมส์บอนด์ หมายถึงรหัสลับประจำตัวที่ใช้เรียกในฐานะสายลับคนหนึ่ง เลข 00 นำหน้าเลข 7 ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แจ้งให้ทราบว่าตัวเขาเป็นสายลับที่ได้รับอนุญาตให้สังหารชีวิตผู้อื่นได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

 

ปี 1962 ภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องแรกพยัคฆ์ร้าย 007 ผู้ปรากฏกายมายิงปืนในฉากเปิดเรื่องไม่ใช่ ฌอน คอนเนอรี่ ที่รับบทเจมส์บอนด์ แต่เป็น บ็อบ ซิมมอนส์ ซึ่งเป็นสตันต์แมนของคอนเนอรี่ โดยเจมส์ บอนด์ จะใส่ชุดสูทสำหรับธุรกิจ (business suit) และใส่หมวกทรงสูง และภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่มีฉากแอ็กชั่นต้นเรื่องเหมือนภาพยนตร์เรื่องอื่นๆดังนั้นมุมมองที่เห็น เจมส์ บอนด์ กลายเป็นจุดสีแดงใหญ่ในหน้าจอแล้ว จุดสีแดงก็กลายเป็นจุดสีขาว ก็จะเข้าสู่เพลงไตเติลเลย

 

ปี 1964 มีนักประพันธ์อีกหลายคนได้สิทธิในการประพันธ์ หลังจาก เอียน เฟลมมิ่ง เสียชีวิต แม้กระทั่งนักเขียนแนวสยองขวัญ และถูกดัดแปลงออกมาเป็นสื่อต่างๆเช่น ละครโทรทัศน์ ละครวิทยุ การ์ตูน วิดีโอเกม และภาพยนตร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากทั่วโลกทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 2 เริ่มจากเรื่องพยัคฆ์ร้าย 007 (Dr.No)

 

ปี 1969 จอร์จ ลาเซนบี้ รับบทเป็นเจมส์บอนด์ คนที่ 2 ต่อจาก ฌอน คอนเนอรี่ ในตอน On Her Majesty's Secret Service (ยอดพยัคฆ์ราชินี) เพียงครั้งเดียว เนื่องจากแฟนๆ ภาพยนตร์ไม่ยอมรับเพราะเป็นชาวออสเตรเลีย แต่ บอนด์ ในนวนิยายเป็นสายลับอังกฤษ ทำงานให้รัฐบาลและราชินีแห่งอังกฤษชาวอังกฤษจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้จอร์จรับบทเป็นบอนด์ จอร์จจึงต้องออกไปจากบทบอนด์และฌอน คอนเนอรี่ กลับมารับบทบาทเจมส์บอนด์ ต่ออีกหนึ่งตอน ก่อนที่ โรเจอร์ มัวร์ จะก้าวเข้ามาเป็นเจมส์ บอนด์คนถัดไป

 

ปี 1987 ทิโมธี ดาลตัน ได้แสดงเป็นบอนด์คนที่ 4 แต่ดาลตันถูกวิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่ตอนแรกที่แสดงว่าเขาแสดงได้ตึงเครียด ชอบแก้แค้น เลือดเย็นเกินกว่าจะเป็นเจมส์ บอนด์ดังนั้นดาลตันจึงต้องหมดวาระเร็ว โดยเขาได้แสดงเพียง 2 ตอน คือ The Living Daylights และ Licence to Kill (รหัสสังหาร)

 

ปี 1995 เพียร์ซ บรอสแนน รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ เพราะเขาได้ไปเยี่ยมภรรยาขณะที่ถ่ายทำ เจมส์ บอนด์ ตอน For Your Eyes Only (เจาะดวงตาเพชฌฆาต) ทำให้ผู้อำนวยการสร้างอย่าง อัลเบิร์ต อาร์. บรอกโคลี เล็งเห็นว่าเพียร์ซมีสรีระได้ตรงตามที่ เอียน เฟลมมิ่งบอกเป็นคาแรกเตอร์ไว้ จึงเป็นแรงบันดาลใจแรกให้เขาได้เป็น เจมส์ บอนด์

ปี 2005 ชาร์ลี ฮิกสัน แต่งนิยายชุดชื่อพยัคฆ์ร้ายวัยทีน (Young Bond) วางจำหน่ายรวมทั้งหมด 5 เล่มและเรื่องสั้น1 เรื่องโดยเล่มแรกมีชื่อว่าแผนลับพันธุ์พิฆาต (SilverFin)ซึ่งต่อมาได้ดัดแปลงเป็นนิยายภาพ สำหรับประเทศไทยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้รับลิขสิทธิ์และแปลโดย เอื้อนทิพย์ พีระเสถียร

 

ปี 2006 แดเนียล เคร็ก ก้าวมารับทสายลับ 007 พระเอกเจมส์ บอนด์ คนที่ 6 โดยถูกจัดเป็นนักดื่มตัวฉกาจด้วยสถิติการดื่มมาร์ตินี่มากที่สุดในบรรดาเจมส์ บอนด์ ภาคต่างๆ แม้ว่าในภาคล่าสุด Skyfall แม้ไฮเนเก้นได้จ่ายเงินเพื่อให้ฮีโร่เจมส์บอนด์ หันมาดื่มเบียร์แทนมาร์ตินี่ก็ตาม

ปี 2010 ฉากยิงปืนของภาพยนตร์เจมส์บอนด์ (Sky fall) ตอนที่ 23 พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 ถูกนำมาไว้ท้ายเรื่องเช่นเดียวกับคราวพยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก (ตอนที่ 22)โดยภาคนี้หลังจากที่มีเลือดไหลและจอภาพเป็นสีดำแล้ว จะมีคำว่า "50 Years" อยู่ตรงกลางลำกล้องปืน เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ50 ปีของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ และมีคำว่า "James Bond Will Return" อยู่ข้างใต้ด้วย