เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เธอคือ Miss Universe Thailand

  • วันที่ 20 พ.ค. 2557 เวลา 12:26 น.

เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เธอคือ Miss Universe Thailand

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ในฐานะคนที่ชื่นชอบการประกวดนางงาม ผมค้นพบสัจธรรมอะไรบางอย่าง นั่นคือ คนที่เข้ามาประกวดย่อมมีทั้งคนที่มุ่งหวังตำแหน่งสูงสุด มีทั้งลองเข้ามาหาประสบการณ์ มีคนทั้งผลักทั้งดันให้มาประกวด แต่ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะใด คนที่ได้รับตำแหน่งสูงสุด ก็คือคนที่ได้รับตำแหน่งสูงสุด

แม้เธอผู้นั้นอาจจะไม่ได้สวยที่สุด

สูงที่สุด หุ่นดีที่สุด ภาษาดีที่สุด หรือเดินดีที่สุด

เวที Miss Universe Thailand ก็เช่นเดียวกัน หลังจากมีการเปิดรับสาวงามเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2014 ผ่านการคัดเลือกให้เหลือ 40 คนสุดท้าย ร่วมทำกิจกรรมเก็บคะแนน จนเดินทางไปเก็บตัวที่ จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งในคืนวันตัดสิน 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ปรากฏว่าผลการตัดสินได้พลิกความคาดหมาย จนทำให้แฟนนางงามกลุ่มใหญ่ต่างไม่พอใจ เพราะเชื่อมั่นว่าคนที่ตัวเองเชียร์ต้องได้สวมมงกุฎในค่ำคืนนั้น เนื่องจากเธอผู้นั้นสวยที่สุด สูงที่สุด หุ่นดีที่สุด ภาษาดีที่สุด และเดินดีที่สุด

แต่คนที่ได้รับตำแหน่งสูงสุด ก็คือคนที่ได้รับตำแหน่งสูงสุด แถมยังต้องเพิ่มการเป็นคนที่มีจิตใจที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าไปอีกด้วย เนื่องจากต้องรับศึกหนักในการวิพากษ์วิจารณ์ โจมตี ขุดคุ้ยขุดแคะพฤติกรรม และอีกสารพัดที่จะตามมา

“ฝ้าย-เวฬุรีย์ ดิษยบุตร” Miss Universe Thailand คนล่าสุด จะมาเผยความในใจ ที่นี่ ที่แรก และที่เดียว

วินาทีมอบมงกุฎ

 

หนูเชื่อว่ามีคนรักย่อมมีคนเกลียด

“หลังจากได้รับตำแหน่งแล้ว และต้องยืนอยู่บนเวที เพื่อให้ช่างภาพได้ถ่ายภาพ ถามว่าหนูได้ยินแฟนนางงามพร้อมใจกันตะโกนเรียกชื่อแอลลี่ (รองอันดับ 1) แอลลี่สู้ๆ แล้วหนูรู้สึกอย่างไร หนูก็ต้องยืนอยู่ตรงนั้นอย่างคนที่เข้มแข็ง หนูต้องเข้มแข็งให้ได้ และพยายามมั่นใจในสิ่งที่เราได้รับมา หนูอยากบอกว่า หนูก็เป็นคนหนึ่งที่เชียร์แอลลี่ แต่เมื่อผลออกมาเป็นหนู หนูก็ต้องยอมรับคำตัดสินจากท่านคณะกรรมการ”

เวฬุรีย์ เผยว่า เมื่อเราเป็นคนดีและทำดีที่สุดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปฟังคำของคนข้างนอกให้มากมาย “หนูเชื่อว่ามีคนรักย่อมมีคนเกลียด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรับให้ได้ อยู่ให้ได้ และมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเอาสิ่งที่คนติมาปรับปรุงตัวเองให้พัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”

ผมถามเวฬุรีย์อย่างตรงไปตรงมาว่า ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ เธอเหนื่อยมั้ย เธอตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นกันว่า ก็ต้องมีบ้าง เพราะต้องมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายให้ทำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย “หนูไปเก็บตัวที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอากาศร้อนมาก แต่ก็สนุกมาก หนูถึกอยู่แล้ว (หัวเราะ) ได้อยู่กับเพื่อนๆ กับพี่เลี้ยง ก็สนุกดีค่ะ พอได้มาถึงจุดนี้ ยิ่งหายเหนื่อย (ยิ้ม)”

สาวงามในชุดว่ายน้ำ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยพุงใหญ่

 

 

ในวันเก็บตัวที่ จ.ร้อยเอ็ด

ก่อนอื่นต้องขอบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “ฝ้ายเวฬุรีย์ ดิษยบุตร” Miss Universe Thailand คนล่าสุด คือนางงามคนแรกที่ผมได้สัมภาษณ์ตอนไปทำข่าวเก็บตัวที่ จ.ร้อยเอ็ด และผมก็คิดว่าผมน่าจะเป็นผู้สื่อข่าวเพียงคนเดียวที่ได้สัมภาษณ์ผู้หญิงหน้าใสคนนี้แบบใกล้ชิดติดเข่า ผมจำได้ว่าผมเดินไปขอสัมภาษณ์เธอที่เต็นท์ที่พักของนางงาม ระหว่างรอการถ่ายทำวีทีอาร์ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยพุงใหญ่ ด้วยความรู้สึกบางอย่างว่า ผู้หญิงหน้าใสคนนี้น่าจะมีสิทธิได้รับตำแหน่งสูงสุด

นับจากบรรทัดนี้ไป นี่เป็นการย้อนรอยการพูดคุยแบบสบายๆ กับผู้หญิงที่ในวันนั้นคงไม่คิดว่า ในวันนี้ตัวเองจะได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand คนล่าสุด

“ก่อนหน้านี้หนูเคยเป็นพิธีกรรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้ก รุ่นที่ 5 แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว และก็มีละครเรื่องเรือนริษยา ที่กำลังจะออกอากาศในเร็ววันนี้ ที่มาประกวดเป็นเพราะตอนเด็กๆ หนูอยากเป็นนางงามมาก และอยากมาฝึกบุคลิกที่ดีงามด้วย พอมาประกวดแล้วติด 40 คนสุดท้ายก็ดีใจมาก และมุ่งมั่นว่าจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด”

สำหรับการเรียน เวฬุรีย์ เผยว่า เธอกำลังศึกษาอยู่ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เธอเผยว่า ภาษาอังกฤษถือเป็นสิ่งที่ดีที่เธอจะนำเอามาใช้กับการประกวดในครั้งนี้ด้วย

สาวงามร่วมตักบาตรข้าวพันก้อน ณ เจดีย์หินทราย วัดป่ากุง

 

“หนูมองว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่เออีซี ซึ่งภาษาอังกฤษจะมาเป็นตัวกลางในการสื่อสาร และช่วยเราได้ในหลายๆ ด้าน หนูอยากให้ทุกๆ คนหันมาตื่นตัวในเรื่องของภาษาอังกฤษ อยากแนะนำว่าต้องกล้า กล้าที่จะพูด ไม่ต้องกลัวผิด วันหนึ่งเราจะชินและกล้าที่จะพูดมันออกมา หนูบอกได้เลยว่าการกลัวพูดผิดเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนไทย การแก้ไขคือเราต้องมั่นใจที่จะพูดมันออกมาเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย แม้เราจะไม่ได้ใช้เป็นภาษาหลัก แต่หากเราใช้วันละนิดวันละหน่อยมันจะดีกับเราแน่นอนค่ะ”

ผมแอบโยนหินถามทางเวฬุรีย์ไปว่า แน่นอนว่าคนที่เข้ามาประกวดย่อมมีความมุ่งหวังในตำแหน่งสูงสุด ถ้าคืนนั้นเป็นคืนของเธอ เธอจะรู้สึกอย่างไร เธอตอบผมมาเพียงสั้นๆ ว่า คงดีใจมาก และคงพูดอะไรไม่ถูก

“ถ้าหนูได้รับตำแหน่งสูงสุด และต้องไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส หนูคงนำเอาความอ่อนโยน การยิ้ม การมีน้ำใจ ความมั่นใจ การพูดจาฉะฉาน และคล่องแคล่วว่องไวแบบสาวไทยไปเผยแพร่บนเวทีระดับโลกค่ะ”

สาวงามร่วมลอยกระทงคืนเพ็งเส็ง ณ ศาลาเก้าเหลี่ยม บึงพลาญชัย

 

 

นี่คือน้ำตาของผู้แพ้

หลังจากที่สาวงามหมายเลข 27 “แอลลี่พิมบงกช จันทร์แก้ว” พลาดหวังจากตำแหน่งสูงสุด โดยเธอได้เพียงตำแหน่งรองอันดับ 1 ที่แถมมาด้วยการเป็นสาวงามที่ปล่อยโฮบนเวที เนื่องจากแฟนนางงามกลุ่มใหญ่ต่างตะโกนเรียกชื่อเธออย่างกึกก้องเพื่อให้กำลังใจ จนกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดบนเวทีตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่าเธอจะกลายเป็นผู้แพ้

แต่หลังจากวินาทีแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไป จนเธอพร้อมจะตอบคำถามสื่อ เธอพูดกับผมด้วยประโยคสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน เชียร์ และให้กำลังใจเธอมาโดยตลอด

“แม้ว่าแอลลี่จะไม่ได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์สอย่างที่แอลลี่มุ่งหวังไว้ แอลลี่ก็จะเป็นกำลังให้พี่ฝ้ายในการเป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์สในปลายปีนี้ค่ะ”

 

หมายเลข 7 วรัญชนา เต้นเปิดตัวอย่างสุดเหวี่ยง

 

หมายเลข 2 พลอยพัชชา กับชุดว่ายน้ำ

 

หมายเลข 3 สุภัสสรา กับชุดผ้าสาเกตุ

 

น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ รองอันดับ 2

 

หมายเลข 30 มณีรัตน์ ขวัญใจร้อยเอ็ด

 

หมายเลข 27 พิมบงกช บนเวทีงานกาลาดินเนอร์

 

 

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ