20 กว่าปี The Silence of the Lambs

วันที่ 30 มี.ค. 2557 เวลา 10:13 น.
20 กว่าปี The Silence of the Lambs
โดย...เดเซเร่

อาชญนิยายโมเดิร์นคลาสสิก ปี 1988 ของ โธมัส แฮร์ริส ที่กลายเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกันระดับต้นแบบของประเภททริลเลอร์ไปเช่นกัน ในปี 1991 ผลงานของ โจนาธาน เดมมี่ The Silence of the Lambs ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรียกได้ว่าออกมาสั่นสะเทือนวงการไม่น้อย ไม่เพียงสร้างชื่อให้ผู้กำกับและนักแสดงนำอย่าง แอนโทนี่ ฮอปกิ้นส์ กับโจดี้ ฟอสเตอร์ เท่านั้น หากยังการันตีด้วยรางวัลจากเวทีต่างๆ มากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กวาด 5 รางวัลใหญ่ของเวทีออสการ์มาเกลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายหญิงยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และบทดัดแปลงยอดเยี่ยม ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีเพียง It Happened One Night (ปี 1934 แฟรงก์ คาปรากำกับ คลาร์ก เกเบิล และคลอเดตต์ โคลเบิร์ตนำแสดง) และ One Flew Over the Cuckoo's Nest (ปี 1975 มีลอส ฟอร์แมนกำกับ แจ็ค นิโคลสัน และหลุยส์ เฟลตเชอร์นำแสดง) เท่านั้นที่เคยคว้าทั้ง 5 รางวัลมาได้

นอกจากนี้ ยังถือว่าเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญ (Horror Film) เรื่องแรกที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ (ก่อนหน้านี้ ปี 1973 The Exorcist เคยได้รับเสนอชื่อ แต่ไม่ชนะรางวัล)

 

เรื่องราวของ คลาริซ สตาร์ลิ่ง (โจดี้ ฟอสเตอร์) ที่ถูกดึงตัวมาจากโรงเรียนฝึกหัดเอฟบีไอในควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย โดยแจ็ค ครอว์ฟอร์ด (สกอตต์ เกล็น) หัวหน้าหน่วยฝึกหัด เพื่อที่จะมอบหมายให้เธอไปคุยกับ ฮันนิบาล เลคเตอร์ (แอนโทนี่ ฮอปกิ้นส์) อดีตจิตแพทย์ และฆาตกรต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าเขาจะสามารถช่วยไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง “บัฟฟาโล บิล” ที่ถลกหนังเหยื่อสาวหลายต่อหลายราย แต่ยังจับมือใครดมไม่ได้ ซึ่งล่าสุด แคเธอรีน มาร์ติน บุตรสาวของวุฒิสมาชิก ยังตกเป็นเหยื่อด้วย

คลาริซต้องเข้าไปขอความช่วยเหลือจาก ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ ที่โรงพยาบาลอาชญากรจิตเภทแห่งบัลติมอร์ ขณะที่อาชญากรจิตเภทเห็นเธอเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่ต้องปั่นหัว

แน่นอนว่า ฮันนิบาล เลคเตอร์ มีข้อมูลเกี่ยวกับ บัฟฟาโล บิล จริงๆ แต่กว่าจะได้มาแต่ละครั้งคลาริซต้องมีของไปแลกเปลี่ยน แม้แต่ข้อมูลส่วนตัวของเธอเองที่ไม่ต้องการแบ่งปันกับใคร แต่นั่นก็คุ้มค่า เพราะข้อมูลเกี่ยวกับบัฟฟาโล บิล ที่ได้มาล้วนสำคัญ และสามารถนำเธอไปถึงตัวของฆาตกรต่อเนื่องได้จริง

เพียงหวังให้ทันการณ์ ก่อนที่แคเธอรีน มาร์ติน จะโดนถลกหนังไปอีกราย... หากสุดท้ายแล้วจะคุ้มค่าจริงหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ฆาตกรสุดอัจฉริยะอย่างฮันนิบาล เลคเตอร์ ออกไปลอยนวล

 

The Silence of the Lambs นับเป็นหนังเรื่องที่ 2 ที่มีการนำเอาคาแรคเตอร์ของมนุษย์กินคน อย่างฮันนิบาล เลคเตอร์ มาเป็นตัวเอก ต่อจากเรื่อง Manhunter ในปี 1986 (สร้างจากหนังสือของโทมัส แฮร์ริส ชื่อ Red Dragon มีไบรอัน ค็อกซ์ เป็นฮันนิบาล เลคเตอร์) แรกเริ่มเดิมที ยีน แฮคแมน ได้รับการวางตัวจากบริษัท ออไรออน พิคเจอร์ส (Orion Pictures) ให้เป็นผู้กำกับ และรับบทฮันนิบาล เลคเตอร์ โดยจะตั้งชื่อหนังว่า Hannibal Lecter

ด้วยงบประมาณที่จำกัดของค่ายหนังอินดี้ ราว 5 แสนเหรียญสหรัฐ ที่ต้องแบ่งเป็นค่าตัวของยีน กับค่าลิขสิทธิ์ชื่อ Hannibal Lecter แต่ก็เจรจาจนได้ชื่อมาจาก ดีโน่ เด โลเรนตีส ผู้อำนวยการสร้าง Manhunter ที่ถือลิขสิทธิ์ไว้มาได้ฟรีๆ

บริษัทจ้าง เท็ด ทอลลี่ มาเขียนบท เขากระตือรือร้นมาก เพราะนิยมโธมัส แฮร์ริส อยู่เป็นทุนเดิม บทยังไม่ทันเสร็จ ยีน แฮคแมน ก็ขอถอนตัว โครงการเกือบล่ม แต่ออไรออนได้โจนาธาน เดมมี่ เข้ามาทันท่วงที โดยเขารับปากหลังได้อ่านนิยาย เช่นเดียวกับโจดี้ ฟอสเตอร์ ที่แม้ว่าผู้กำกับคนใหม่จะตัดสินใจยาก ระหว่างมิเชล ไฟฟ์เฟอร์ ที่เขาเล็งเอาไว้ก่อน กับโจดี้ นักแสดงมากฝีมือ ที่การันตีด้วยออสการ์นักแสดงนำยอดเยี่ยมจาก The Accused (ปี 1988) ในที่สุดความมุ่งมั่นของโจดี้ก็ชนะใจเขา

ขณะที่บทฮันนิบาล เลคเตอร์ รายแรกที่โจนาธานเล็งคือ ฌอน คอนเนอรี่ ทว่า เขาปฏิเสธ จึงตกเป็นของ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ ตัวเลือกอันดับถัดไป

ออไรออน พิคเจอร์ส ทุ่มทุนสร้างไปทั้งหมด 19 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากเข้าฉายในสุดสัปดาห์วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. 1991 เพียงวันเดียวก็เกือบจะได้ทุนคืน และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ The Silence of the Lambs ก็ติดอันดับบอกซ์ออฟฟิศ หนังฉายถึง 10 ต.ค. ปีเดียวกัน สรุปรายได้ในสหรัฐ 130.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกเป็นกว่า 272.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นหนังที่รายได้สูงเป็นอันดับ 4 ของปี 1991

หนังที่ได้ทั้งเงินทั้งกล่องเรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงบวกมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้กำกับส้มหล่นอย่างโจนาธาน เดมมี่ ที่ได้รับขนานนามว่าสุดแสนจะฉลาดเลิศ ทำหนังได้ลีลาเด็ด สามารถปรุงส่วนผสมระหว่างความสยองขวัญกับศาสตร์จิตเวชได้อย่างสมดุล

นอกจากรางวัลใหญ่ๆ บนเวทีออสการ์ ลูกโลกทองคำ รวมถึงบริท อวอร์ดส์ ของฝั่งอังกฤษแล้ว ในปี 1998 The Silence of the Lambs ยังได้รับการบรรจุเอาไว้ในรายชื่อ 100 หนังที่ดีที่สุดตลอดกาลของสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน หรือเอเอฟไอ (American Film InstituteAFI) ด้วย