ซีรีส์ชุดลูกไม้ของพ่อ จากหนังสือสู่ละครน้ำดี

วันที่ 30 พ.ย. 2556 เวลา 09:05 น.
ซีรีส์ชุดลูกไม้ของพ่อ จากหนังสือสู่ละครน้ำดี
โดย...นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน,ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ละครชุด “ลูกไม้ของพ่อ” ประกอบไปด้วย “ใต้ร่มใบภักดิ์” “ลูกหนี้ที่รัก” “แสงดาวกลางใจ” “ในม่านเมฆ” และ “หัวใจใกล้รุ่ง” ที่กำลังทยอยออกอากาศทางช่อง 3 ตามลำดับ โดยเรื่องแรก “ใต้ร่มใบภักดิ์” ออกอากาศไปแล้ววันแรก คือ วันที่ 26 พ.ย. 2556 ทุกวันจันทร์ศุกร์ ในเวลา 18.30-19.45 น. ถูกสร้างมาจากบทปะพันธ์ นวนิยายชุด “ลูกไม้ของพ่อ” โดย “พิมพ์คำสำนักพิมพ์” เป็นการนำเอาโครงการในพระราชดำริ แนวพระราชดำริ และบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 9 มาถ่ายทอดสู่นวนิยายรักโรแมนติก ผ่านปลายปากกาการเขียนของ 5 นักเขียน ได้แก่ “ชมจันท์” “ชาครียา” “รินท์ลภัส” “ร่มแก้ว” และ “อิสย่าห์”

เรียกได้ว่าตอนนี้สำนักพิมพ์ในเครือบริษัท สถาพรบุ๊คส์ อาทิ พิมพ์คำ มายดรีม ชูการ์บีท กำลังรุ่งจากการสร้างสรรค์นวนิยายชุด ที่คิดคอนเซปต์ขึ้นมาแล้วให้นักเขียนหลายๆ คนเขียน หรือคนเดียวเหมารวบ มีทั้งคอนเซปต์ที่เนื้อเรื่องตัวละครร้อยเชื่อมโยงกัน หรือแยกเป็นเอกเทศเพียงแต่นำเสนอในคอนเซปต์เดียวกันอยู่ การทำการตลาดแนวนี้ไม่เพียงถูกใจนักอ่าน แต่ยังมัดใจคอละครได้อยู่หมัดอีกด้วย เพราะหลายผลงานที่ช่อง 3 คว้าชิ้นปลามันนำไปผลิตเป็นละครและได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม

 

ล่าสุดกับ “ลูกไม้ของพ่อ” ที่กำลังออกอากาศ...

‘ในหลวง’ แรงบันดาลใจในการแต่งนวนิยาย

“หัวใจใกล้รุ่ง” โดย “อิสย่าห์” ที่นำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเขียน ทั้งยังเป็นชีวิตและเป็นแรงบันดาลใจของตัวละครทุกตัวในเรื่องด้วย

อิสย่าห์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของนวนิยายชุดลูกไม้ของพ่อว่า “เริ่มแรกเลย บก.เล่ม (ประดับเกียรติ ตุมประธาน) ให้อิสระกับนักเขียน ให้เขียนตามความสนใจเลย ว่าใครอยากเขียนอะไรเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ก็คิดกันหนักเลย จนมาลงตัวที่โครงการฝนหลวง โครงการในพระราชดำริไบโอดีเซล เศรษฐกิจพอเพียง การอนุรักษ์ป่าไม้ และดิฉันมีความสนใจเรื่องบทเพลงพระราชนิพนธ์ พอได้คอนเซปต์แล้วก็หาข้อมูล จากเดิมที่เราเคยฟังอยู่ไม่กี่บทเพลงก็หามาฟังจนครบ ฟังอยู่นาน และได้ไอเดียมาจากหนังฝรั่งเรื่อง Across the Universe เอาบทเพลงของเดอะ บีเทิลส์ มาเรียงกันเป็นพล็อตเรื่องเรื่องหนึ่งเลย แต่ของเราจะใช้เพลงเป็นพล็อตของเรื่อง อย่างเพลงเกาะในฝัน พระเอกนางเอกต้องติดเกาะ เพลงอาทิตย์อับแสง เพลงเศร้ามาก ก็พูดถึงพ่อนางเสียชีวิต และพ่อชื่อสุริยาด้วย เพลงภิรมย์รัก เนื้อเพลงพูดถึงคนที่ถูกทิ้ง ก็เอามาใช้ตอนที่เพื่อนของนางเอกครูสอนดนตรีเหมือนกัน ถูกผู้หญิงทิ้งตอนบ้านล้มละลาย

ในการเขียนจะนำบทเพลงหนึ่งโดยเอาเนื้อเพลงบางส่วนมาเป็นตอนต้นในแต่ละบท และเพลงกับเรื่องก็ธีมเดียวกัน โดยเรื่องนี้ใช้ประมาณ 20 เพลง ช่วงทำแรกๆ ยากมาก เพลงมาก่อน แล้วพล็อตเรื่องตามเพลง เราต้องยอมตามเพลงทุกอย่าง และการหยิบเพลงมาต้องระวังการเขียนเรื่อง พยายามให้เนื้อเรื่องอยู่ในความเหมาะสมกับบทเพลงพระราชนิพนธ์”

“หัวใจใกล้รุ่ง” นวนิยายที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านเมื่ออ่านจบแล้วรู้สึกมีความสุข มีความหวัง “ปกติเขียนงานแนวคอมมิดี้ แต่เรานั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ หลายสัปดาห์ เราอยากให้เรื่องเราออกมาในอารมณ์ไหน บทเพลงมีคาแรกเตอร์ มีความหวานโรแมนติก หวานจนอิ่มเอิบใจ เราอยากให้นิยายของเราเรื่องนี้ คนอ่านแล้วรู้สึกเหมือนฟังเพลงไปด้วย มีความเศร้า ความหวาน ควาหมวัง สุข เจ็บปวด ในนิยายเรื่องนี้ แต่เราหยิบเพลงที่เป็นไฮไลต์ คือ เพลงใกล้รุ่ง ซึ่งคนส่วนใหญ่เคยฟัง เพลงนี้เนื้อร้องทำนองสดใส ฟังแล้วมีความสุข หยิบธีมหนี้มาเลย หัวใจใกล้รุ่ง ตัวละครทุกตัวจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ แต่สุดท้ายแล้ว ตอนจบทุกคนไม่ว่าชีวิตจะมีอะไร จะล้มเหลว แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความสุข เหมือนกับแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น ซึ่งเป็นแสงแห่งความหวัง จึงอยากให้นวนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง และถ่ายทอดกำลังใจ ความสุข ความหวัง จากผู้เขียนให้แก่ผู้อ่าน”

 

“ใต้ร่มใบภักดิ์” โดย “ชมจันท์” เป็นเรื่องราวของ “ผู้ใหญ่ธม” แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลไว้ใช้ยามที่น้ำมันขาดแคลน โดยมีเพื่อนรัก “เกริกเกียรติ” ให้เงินสนับสนุน แต่เมื่อ “จิรเมธ” ลูกชายเกริกเกียรติทราบเรื่องจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันที ร้อนถึงลูกสาวผู้ใหญ่บ้านอย่าง “ลัลนา” ต้องมาปราบเซียนหนุ่มนักธุรกิจเขี้ยวลากดิน ให้เห็นคุณค่าของการใช้ภูมิปัญญาตามกระแสพระราชดำริ โดยให้ความอิ่มเอมใจมาแทนที่อำนาจเงิน เรื่องราวของความหวังและการรู้จักคำว่าพอ รอพบกับความสุขที่แท้จริงภายใต้ร่มเงาแห่งพระบารมีของพ่อหลวง

“ในเรื่องจะมีคำพูดของตัวละครที่น่าคิด คือ คำพูดของพระเอกที่บอกว่า พ่อเป็นหนี้ของแผ่นดิน เป็นหนี้ในหลวง เงินที่นำมาช่วยเหลือชาวบ้านก็แค่เงินเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะช่วยเหลือคนอื่นได้เท่านั้น กับคำพูดของแม่นางเอกที่สอนพระเอกว่า ถ้ามัวแต่ทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ เขาก็จะไม่พบ ไม่ได้อะไรกลับไปเลย ไม่ได้แม้แต่ความสุข ความอิ่มเอมใจในการทำงานให้คนอื่น ทำให้ที่สุดแล้วเขาจะเริ่มเห็นว่าขนาดในหลวงท่านยังทรงทำได้ ยังทรงสู้ ทำเพื่อคนอื่นได้ เขาก็จะเริ่มซึมซับเรื่องความเสียสละนี้ไปเรื่อยๆ” ชมจันท์ กล่าว

“ลูกหนี้ที่รัก” โดย “ชาครียา” เรื่องราวของ “ออมสิน” สาวนักช็อปไร้สติที่ต้องการปลดหนี้ด้วยการทำบัญชีครัวเรือน แผนมหัศจรรย์เลข 3 เพื่อปลดหนี้ 3 แสนภายใน 3 เดือน กับการเปิดบล็อกปลดหนี้ หยุดซื้อของ 1 ปี เขียนหนังสืออิสรภาพของนักช็อปไร้สติ คือ กลยุทธ์ที่จะพาออมสินให้หลุดพ้นจากบ่วงหนี้ เพื่อชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

 

ชาครียา เปิดเผยความในใจว่า “อยากให้อ่านเรื่องนี้ เพราะมันใกล้ตัวเรามาก คือ เรื่องของทุนนิยม บริโภคนิยม เรื่องหนี้สิน ซึ่งมีคนเมืองมากมายที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจทำนองนี้ แต่เราจะก้าวข้ามมันไปได้อย่างไร ขณะที่เราก็ต้องใช้ชีวิตตามแบบของคนเมืองอย่างนี้ เป็นเรื่องยากนะที่คนจะกลับไปสู่ชนบทด้วยความฝันที่สวยงาม คำถามคือ ทำยังไงถึงจะดำรงชีวิตอยู่ในเมืองได้ ไม่ใช่ผลักคนในเมืองเข้าไปสู่ชนบท เพียงแต่ให้เขาเรียนรู้แล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตในเมืองมากกว่า”

“แสงดาวกลางใจ” โดย “รินท์ลภัส” “อยากให้คนไทยหรือทุกคนที่มีโอกาสอ่านนวนิยายเรื่องนี้ ได้ทราบถึงความพยายามของในหลวงที่ท่านทรงเมตตา ทรงทุ่มเทให้แก่โครงการต่างๆ เพื่อชาวไทยเราทุกคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการปลูกพืชเมืองหนาว ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทย” แกนใจสำคัญที่ผู้เขียนฝากไว้ในเรื่องนี้

“ในม่านเมฆ” โดย “ร่มแก้ว” กล่าวถึงเรื่องพื้นที่แห้งแล้ง ที่พระนางของเรื่องต้องช่วยกันพลิกฟื้น มีการกล่าวถึงโครงการฝนหลวง การแตกแยกแบ่งกันเป็นสองฝ่าย ฝ่ายนายทุนและฝ่ายที่ต้องการพัฒนาพื้นดินบ้านเกิด

 

ลูกไม้ของพ่อครบสูตรละครไทย

“แป๊ปณฤทธิ์ ยุวบูรณ์” ผู้จัดละครน้องใหม่จากบริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ ประเดิมด้วยซีรีส์ชุด “ลูกไม้ของพ่อ” กล่าวถึงการนำบทประพันธ์มาสร้างเป็นละครว่า “จากการที่นำเรื่องราวโครงการในพระราชดำริมาแต่งเป็นนวนิยาย ทำให้เราต้องตั้งใจมากขึ้นอีกหลายเท่า เพราะนับเป็นเกียรติที่ได้ทำละครชุดนี้ ทั้ง 5 เรื่อง ผู้ชมจะได้ชมการถ่ายทำที่เราตั้งใจ นำเสนอทั้งความสวยงามของทิวทัศน์จากทั่วประเทศทางการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้องจะไม่เหมือนละครทั่วไปแน่นอน เพราะผู้กำกับที่มาร่วมงานนี้ล้วนแล้วแต่เป็นมือกำกับภาพยนตร์ทั้งสิ้น และสิ่งที่สำคัญ คือ ผู้ชมจะได้ความรู้และซาบซึ้งไปกับเรื่องราวและโครงการในพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

ในส่วนของผู้กำกับมี “ทวีวัฒน์ วันทา” กำกับเรื่อง ใต้ร่มใบภักดิ์ และ แสงดาวกลางใจ “ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์” เรื่อง ลูกหนี้ที่รัก “ภาคภูมิ วงษ์จินดา” เรื่อง ในม่านเมฆ และ “วิชิต วัฒนานนท์” เรื่อง หัวใจใกล้รุ่ง

“ทวีวัฒน์ วันทา” ผู้กำกับสองเรื่องควบเล่าถึงการทำงานว่า “เป็นละครเรื่องแรกของผมเลย และโชคดีมากที่ผมได้ทำละครกึ่งๆ เทิดพระเกียรติ เพราะบทประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจในหลวง ก็มีเกร็งบ้างว่าจะทำออกมาไม่ดี แต่ละครเป็นละครโรแมนติก บทดี อย่างนักแสดงในเรื่องใต้ร่มใบภักดิ์ คุณกบ ทรงสิทธิ์ บอกผมว่าเขาอ่านบทรวดเดียวจบ สนุกมาก ตัวละครมีมิติ เป็นโรแมนติกคอมมิดี้ ผมอ่านบทแล้วยังนึกภาพต้องทำออกมาดูเกาหลีหน่อยๆ เรื่องนี้เขียนเป็นละครสูตรเลยมีทุกอย่างครบเลย ทั้งเรื่องของการผิดที่ผิดทาง คนรวยรูปหล่อมาอยู่ในที่กันดาร มาแล้วก็มีอคติ พระเอกนางเอกเป็นไม้เบื่อไม้เมา มีสถานการณ์บังคับให้อยู่ด้วยกัน เรียนรู้กัน มีตัวอิจฉา มีเรื่องของการทดสอบความรัก รักทำไมไม่บอกกัน มีไคลแมกซ์ชัดเจน ครบสูตร ละครแบบนี้ดูแล้วสนุก ไม่ใช่ละครที่เราจะมายัดเยียดสาระอะไรเข้าไป แต่ประเด็นคือ ละครเราบริสุทธิ์ ดูสนุกไม่มีพิษภัย และได้สาระความรู้ไปอย่างเนียนๆ คือคนดูจะได้เรียนรู้เรื่องของไบโอดีเซลไปพร้อมๆ กับพระเอกเลย จะเริ่มซึมซับไปเรื่อยๆ”