นางเอกแตงโมงเปิดใจหลังขึ้นเวทีต้านนิรโทษ

  • วันที่ 06 พ.ย. 2556 เวลา 18:05 น.

นางเอกแตงโมงเปิดใจหลังขึ้นเวทีต้านนิรโทษ

"แตงโม"ภัทรธิดาเปิดใจหลังขึ้นเวทีต้านนิรโทษเผยกรณ์ชวนแสดงจุดยืนพร้อมชวนคนมาแสดงพลังคัดค้าน  

แตงโม-นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราช่อง 7 สี เปิดใจหลังจากขึ้นเวทีคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ราชดำเนินร่วมกับคุณพ่อนายโสภณ พัชรวีระพงษ์ กล่าวโจมตีรัฐบาลเมื่อค่ำคืนวันที่ 5 พ.ย.  ถือเป็นการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ และเธอมีมุมมองทางด้านการเมืองที่น่าสนใจ

ภัทรธิดา เล่าเปิดใจถึงแรงบันดาลใจทำให้เธอกล้าขึ้นเวทีดังกล่าวว่า เธอมีเพื่อนสนิทที่อยู่ร่วมในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชดำเนินอยู่แล้ว เธอไปร่วมฟังกับเพื่อนอยู่เรื่อย ๆ  แต่คุณกรณ์ จาติกวณิช พูดชวนเชิญว่า ในฐานะที่เธอเป็นนักแสดงและเป็นคนรุ่นใหม่ มีความกล้า และพูดจาฉะฉาน น่าจะแสดงจุดยืนด้านการเมือง และเป็นตัวอย่างให้กับคนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมือง เธอจึงตัดสินใจทันทีโดยไม่ได้เตรียมเนื้อหาที่จะพูดบนเวทีด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าการขึ้นเวทีของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมือง เธอก็ยินดี    “อยู่บนเวทีรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกตื่นตันใจ เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มายืนบนเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวทีที่คุณพ่อเคยยืน โมไม่ได้เตรียมตัวก็ขึ้นไปให้กำลังคุณลุงคุณป้าให้มีกำลังใจสู้ จริง ๆ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ขึ้นเวที เพราะโมคิดว่ามันเกินหน้าที่ เราเป็นแค่นักแสดง แต่เรามีอุดมการณ์ ถ้าหากโมสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองได้ก็ดี ”  ด้วยความรู้สึกต่อหน้าที่ทำให้ก่อนเวที เธอจึงไม่ต้องใช้แรงบันดาลใจอะไรเลย เพราะการมีจิตสำนึกที่ดี ทำหน้าที่ประชาชนที่ดี รักประเทศชาติ และรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจะมายอมให้แค่คนคนเดียวพ้นผิดไม่ได้ เพราะบ้านเมืองไม่ใช่การเล่นเกมส์เศรษฐี หรือเล่นขายของ การแก้พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ คนคนเดียวสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองมากมาย  ความเสียหายมีมหาศาล ดังนั้นเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้  “โมคิดว่า คนคนหนึ่งตายไปยังน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องตายไปเพราะเขา ความคิดเห็นด้านการเมืองจริง ๆ โมสนใจเพราะคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนิสิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณพ่อเคยอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้านการเมืองวันที่ 14 ตุลาคม คุณพ่อก็ไปร่วมชุมนุมด้วย ดังนั้นคุณพ่อจะมีเลือดรักประเทศและในหลวงอย่างเต็มเปี่ยม เรื่องการเมืองคุณพ่อจะอ่านแล้วเล่าให้โมฟังว่า คนนี้เป็นนักการเมืองที่ดี คนนี้คดโกงแต่เขาจะเก่งบริหารประเทศในเรื่องไหน คุณพ่อไม่ได้ชี้นำแต่เล่าเพื่อให้โมพิจารณาเองว่า คนไหนดีคนไหนเลว ดังนั้นเรื่องการเมืองไม่เคยหายไปจากบ้านเรา โมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราอยากเป็นตัวแทน ทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราไม่เอา เรายอมไม่ได้ มันไม่ใช่ประเทศของคุณคนเดียว ”   การขึ้นเวทีประกาศจุดยืนของตัวเอง ภัทรธิดาบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยากเลย และไม่กังวลกับผลกระทบที่จะตามมา    “ โมไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย โมไม่รู้มากเท่าคุณพ่อ แต่เรื่องการเมืองพ่อเล่าให้ฟัง การเมืองจึงเหมือนอยู่ในสายเลือด พอโมลงจากเวทีมีแต่คนถามว่าเราอยากเล่นการเมืองไหม ตอบได้เลยว่า โมไม่ได้มีความรู้ด้านกฎหมายมาก ขอทำหน้าที่เป็นประชาชนธรรมดาดีกว่า สำหรับเรื่องผลกระทบ ต้องใช้การตัดสินใจของคนอื่น ด้านผลกระทบการงานตอนนี้ยังไม่มี แต่โมมีเพื่อนที่คิดต่างเยอะ แต่โมมาเรียงลำดับความสำคัญ เราไม่มีอะไรควรปกป้องเท่าสถาบันกษัตริย์ เราตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องดีกว่า ใครติดต่าง ๆ การงานไม่จ้าง เพราะเราออกมาปกป้องประเทศชาติ เราก็ไม่รู้จะเคารพไปทำไม โมไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว หรือเรารักประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าแผ่นดิน เราขอตายในแผ่นดินนี้ บนแผ่นดินที่สงบ แทนที่จะมีชื่อเสียงแต่แผ่นดินไม่สงบดีกว่า ”     สำหรับฟีดแบคหลังขึ้นเวที สาวโมบอกว่า ผลตอบรับที่ได้ดีเกินคาดทั้งบนอินสตาแกรมและเฟซบุคแฟนคลับกดไลค์มากกว่า 1 พันราย เช่น คอมเมนต์ว่า หัวใจพี่น่ากราบ พี่สุดยอดมาก ฯลฯ แต่ตัวเธอเองรู้สึกเฉย ๆ ไม่รู้สึกว่าเป็นแบบอย่างที่ดีแต่อย่างใด แค่คิดเพียงว่า ขึ้นไปทำประโยชน์ แสดงตัวว่า รักชาติ รักในหลวง สิ่งเหล่านี้เธอเชื่อว่าจะปกป้องทั้งตัวเธอและคุณพ่อ เธอเชื่อว่า ทางต้นสังกัดก็คงอยากออกมาคัดค้านเช่นกัน    สุดท้ายภัทรธิดาอยากฝากบอกไปถึงคนไทยที่รักชาติทุกคนว่า อย่ากลัว อย่าขี้เกียจที่จะออกมาแสดงพลัง   “ คนที่ขี้เกียจไม่ได้ออกมาร่วมพลัง แต่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนเลว เราไม่ว่ากัน แต่การออกมาร่วมตัวกันเพื่อช่วยประเทศชาติจะช่วยได้เยอะ เพราะหากเรามีพลังไม่มากพอ การคัดค้านอาจไม่สำเร็จ ถ้าเรารวมตัวกันมากเท่าไหร่ คำร้องของเราจะศักดิ์สิทธิ์ อยากทำอะไรเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อในเดือนธันวานี้ อยากให้คนไทยออกมาร่วมตัวกันเพื่อบอกว่า ความผิดไม่ได้ล้มล้างกันได้ง่าย ๆ สำหรับโมจะไปร่วมคัดค้านเรื่อย ๆ ที่ราชดำเนินค่ะ ”

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ