กระแต อาร์สยาม เรียนรู้ เข้าใจ ให้อภัย

  • วันที่ 03 ส.ค. 2556 เวลา 08:43 น.

กระแต อาร์สยาม เรียนรู้ เข้าใจ ให้อภัย

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หากคุณต้องตกที่นั่งเดียวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนตลก สนุกสนานเฮฮา และอยู่ไม่นิ่ง แต่โดนกล่าวหาว่าเป็น “Eแ-ด” แถมยังถูกโจมตีว่าเป็นมือที่สามของชาวบ้านบ้างล่ะ สร้างเรื่องสร้างราวจนเป็นจอมลวงโลกบ้างล่ะ ทำตัวแรงบ้างล่ะ แต่งตัวโป๊บ้างล่ะ ทำศัลยกรรมตั้งแต่หัวจรดเท้าบ้างล่ะ จนกลายเป็นว่า “ทำอะไรก็ผิดหมด” แม้กระทั่ง “อยู่เฉยๆ ก็ยังผิด” คุณจะทำอย่างไร?

สำหรับ “นิภาพร บุญยะเลี้ยง” หรือ “กระแต” หรือ “กระแต อาร์สยาม” หรือ “น้ำหวานน้อย ศ.อาร์สยาม” นักมวยหญิงและนักร้องลูกทุ่งเจ้าของเพลงใหม่ล่าสุดอย่างเพลง “ตื๊ด” ที่โดนข่าวแรงๆ มาโดยตลอด เธอคนนี้มีวิธีการรับมือกับข่าวแรงๆ ได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งวิธีการของเธอคนนี้ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่โดนอะไรๆ เหมือนเธอ หรืออาจจะใกล้เคียง มีชีวิตอยู่เพื่อรับมือกับเรื่องแรงๆ ได้อย่างมีความสุขที่สุด

ที่สำคัญไปกว่านั้น ประสบการณ์ที่เคยผ่านความเป็นความตาย ชนิดที่เรียกได้ว่า “รอดตายอย่างปาฏิหาริย์มาแล้ว” ของเธอผู้นี้ น่าจะทำให้เราได้ตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น มากกว่าอยู่เพื่อตัวเอง

“กระแตว่าไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรมนะ หนูว่าหนูโชคดีที่ได้เจออะไรหนักๆ เหมือนเรายิ่งแข็งแกร่ง ตอนแรกก็เศร้า เสียใจ ร้องไห้ เครียด จนทำให้แม่และคนทางบ้านเครียดตามไปด้วย แต่ก็ขอบคุณปัญหาที่ให้เราต่อสู้ ทำให้เรามองทุกข์ให้เป็นสุขได้ จนทำให้เรามองโลกใบนี้ได้หลากหลายด้าน”

กระแต เผยว่า หากมีอะไรไม่ดีๆ เข้ามาอีก หนทางเดียวคือวางเฉย เมื่อเรื่องไม่จริงเดินทางเข้ามา ก็ให้เข้ามาเลย แต่เธอเลือกที่จะสนุกกับการศึกษาเรื่องไม่จริงเหล่านั้น หากใครเมาท์เรา ก็ปล่อยให้เขาเมาท์ไป ขอเพียงเราไม่เมาท์ตัวเอง ไม่ทำร้ายทำลายใจตัวเอง เท่านี้เป็นพอ

“กับคนที่คิดแบบอกุศล เราต้องหัดเข้าใจเขา การเข้าใจคนที่ทำร้ายเรา มันช่วยทำให้เราให้อภัยเขาได้เร็วนะ เขาไม่ชอบเรา ก็ขอบใจและให้อภัยเขาไปพร้อมๆ กัน ขอบใจที่ทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเอง และให้อภัยในสิ่งที่เขาอาจไม่รู้ในความเป็นจริง”

กับการทำอะไรก็ผิดหมด แม้แต่อยู่เฉยๆ ก็ผิด กระแตเผยทัศนะไว้ว่า เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา อาจจะนานหน่อย ก็ไม่เป็นไร เพราะเวลาจะช่วยทำให้คนที่คิดอกุศลกับเรา มองเห็นความจริงได้ในสักวัน

“หนูอยากบอกทุกคนว่า ทุกคนมีเป้าหมายของชีวิตกันอยู่แล้ว เมื่อมองเห็นเป้าหมายแล้วออกเดินทาง แต่ระหว่างทางกลับพบอุปสรรคปัญหา พบเจอคนคิดอกุศลกับเรา คิดไม่ดีกับเรา เมาท์เรา สร้างเรื่องราว หรือโยนขี้ให้เรา หากเรามองเห็นเป้าหมายของชีวิตได้อย่างชัดเจน แล้วก้าวเดินไป โดยรู้ตัวว่าเราเป็นใคร เรากำลังทำอะไร และใครคือคนที่เราควรใส่ใจมากที่สุด เราจะรู้ว่าปัญหาหนักๆ เหล่านี้จะเป็นเพียงสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเรา แต่ทำร้ายทำลายอะไรเราไม่ได้”

ตลอดชีวิตนับแต่เด็กจนโต จนตอนนี้อายุ 25 ย่าง 26 ผู้หญิงคนนี้ได้เรียนรู้ชีวิตอย่างเข้าใจและลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งบุคคลแรกที่เธออยากจะขอบคุณคือคุณแม่ของเธอเอง

“หนูรักแม่และน้องมาก อยากให้แม่และน้องอยู่สบาย แม้พ่อกับแม่หนูจะแยกทางจากกันนานแล้ว แต่พ่อก็ยังรักหนู มาหาหนู และหนูก็ยังรักพ่อเสมอ ทุกวันนี้หนูกราบพระอรหันต์ในบ้าน นั่นคือแม่ ก่อนนอนหนูก็กราบเท้าแม่นะ กราบเท้าก่อนนอนทุกคืน บางทีไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน หนูก็จะนึกถึงเท้าท่าน แล้วก้มลงกราบ ทำแล้วรู้สึกสบายใจ”

ครั้งหนึ่งกระแตเคยเฉียดตาย ด้วยการติดอยู่ในเหตุการณ์ระเบิดโรงแรมลีการ์เด้นท์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเมื่อเธอผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ นั้นมาได้ด้วยดี เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เธอตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่อย่างถึงที่สุด

“หนูเหมือนคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ หนูไม่เคยคิดว่าหนูจะอยู่ในสถานการณ์นั้น ตอนนั้นอยู่ที่ชั้น 22 ทั้งหนูกับทีมงานอยู่ด้วยกัน แต่คนเดียวที่ไม่อยู่คือแม่ แม่ไปอยู่ชั้นล่าง โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ เพราะโทรศัพท์โดนตัด ณ ขณะนั้นหนูคิดว่าแม่ไปแล้ว หนูสติพังไปแล้ว แต่เมื่อเรามีสติ คิดหาทางเอาตัวรอด คิดถึงทุกคนรอบข้าง และหาทางช่วยเหลือกันและกัน มันทำให้หนูได้เข้าใจถึงคำว่าคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ หนูว่านี่แหละคือชีวิต ชีวิตที่อยู่เพื่อให้คนอื่น ไม่ใช่อยู่เพื่อให้ตัวเอง พอวันนี้เรามีเวลาเหลืออยู่ ทำดีต่อกันเถอะ รักแม่ รักพ่อ ทำบุญ ทำสิ่งที่ดี ทำทุกวินาทีให้ดีที่สุด เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เรามีเวลาเหลือใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้”

หากใครที่เหนื่อยล้าท้อแท้ใจ เหนื่อยที่จะรับมือกับข่าวไม่ดี ข้าวร้าย หรือเรื่องราวที่ทำลายจิตใจ “เข้าใจและให้อภัย” และ “ดำเนินชีวิตของตัวเองไปให้ดีที่สุด” กระแตเผยว่า นี่จะเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้เราทุกคนได้อย่างดีที่สุด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ