เรียกพวกเขาว่า ‘เซเลบแห่งวงการคนเห็นผี’

วันที่ 02 เม.ย. 2556 เวลา 09:23 น.
เรียกพวกเขาว่า ‘เซเลบแห่งวงการคนเห็นผี’
โดย...ชาแมนคิง ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ในวันที่สังคมเต็มไปด้วยคนป่วยไข้ทางใจ สารพัดปัญหาถาโถมรุมเร้าชีวิต เมื่อแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ หลายคนหันไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับเหนือธรรมชาติ

บรรดาหมอดู คนทรงเจ้า นักสแกนกรรม ก้าวออกมายืนอยู่ในแสงสปอตไลต์ ถูกเชิญออกรายการโทรทัศน์ ได้รับการยอมรับนับถือในวงกว้าง โด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งบ้านทั้งเมือง

ใครๆ ต่างเรียกพวกเขาว่า “เซเลบแห่งวงการคนเห็นผี”

ดังสุดๆ หนีไม่พ้น ริว จิตสัมผัส หรือ ปาณรวัฐ ลิ่มรัตนอาภรณ์ ชายหนุ่มผู้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ได้ร่ำเรียนศึกษามาทางนี้แต่อย่างใด

จุดเริ่มต้นของจิตสัมผัส เกิดขึ้นเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เมื่อเทพกวนอูมาเข้าฝันพร้อมกับบอกว่า “เรามีภารกิจร่วมกัน” จากนั้นเขาเริ่มเกิดอาการแปลกๆ เห็นเนื้อสัตว์เป็นก้อนเลือด จึงหันมากินเจ ต่อมาเทพกวนอูได้พาท่องนรกสวรรค์ ดูสถานที่ชดใช้กรรมของมนุษย์ นับแต่นั้นเป็นต้นมาก็สามารถเห็นภาพชีวิต เหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตได้อย่างน่าอัศจรรย์

ชื่อของ ริว เป็นที่จดจำไปทั้งประเทศ จากรายการคนอวดผี ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กว่า 3 ปีเต็มที่ร่วมงานที่นี่ เจ้าตัวเจอทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ เสียงหนึ่งชื่นชมถึงความแม่นยำในการคาดการณ์ ทว่าอีกเสียงหนึ่งระงมไปด้วยถ้อยคำด่าทอต่างๆ นานา

“ริวโดนตั้งคำถามมาตลอดว่าเตี๊ยม จัดฉากหรือเปล่า หลายครั้งต้องกลับมาถามตัวเองว่ากูบ้าหรือเปล่า แต่ถ้าบ้าแล้วกูรู้เรื่องคนอื่นได้ยังไง บ้าแล้วกูจะมีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้เหรอ ทุกวันนี้ญาติพี่น้องของคนที่ดูให้ไม่มีใครมาด่าเราเลย ริวกล้าให้สัตย์สาบานว่าช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผีไม่มีเตี๊ยมแน่นอน ริวตกลงกับเวิร์คพอยท์ในข้อแม้ 3 ข้อคือ อย่าให้รู้เรื่องคนที่จะช่วยก่อน ห้ามไปพูดเพื่อสร้างเรตติ้ง และอะไรที่งมงายริวไม่ขอทำ” เจ้าของฉายาจิตสัมผัส เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หัวสีฉบับหนึ่งไว้ดังนี้

หลักปฏิบัติที่ยึดถือเคร่งครัดมาตลอดคือ ก่อนอัดรายการทุกครั้ง จะจุดธูปบอกเจ้ากรรมนายเวรของคนที่มาร่วมรายการ ทำนองว่า ถ้ามีดวงวิญญาณใดจะเข้ามาเป็นประจักษ์พยานหลักฐานให้มนุษย์โลกนี้ได้เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ขอให้อนุญาตให้วิญญาณดวงนั้นเข้ามา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ไหน”

ปัจจุบันมีผู้คนมากมายหลายชนชั้น ตั้งแต่ชาวบ้านตาดำๆ ยันนักธุรกิจไฮโซ ต่างเดินทางไปขอคำปรึกษาจากริว ถึงขนาดจัดโรดโชว์พบปะแฟนคลับตามสถานที่ต่างๆ ก็เคยทำมาแล้ว

“สิ่งหนึ่งที่ฟ้าให้มาเหมือนกันคือ หนึ่งหัว สองแขน สองขา หนึ่งมันสมอง มนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกันก็คือสติปัญญา ใช้ชีวิตแบบมีสติปัญญา ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ไม่ต้องให้ใครมาตัดสินชีวิตคุณ ก่อนทำอะไรจงใช้ปัญญา การดูดวงไม่ใช่ทางออกของชีวิต แต่การใช้สติปัญญานั่นแหละคือทางออกของชีวิตคุณ”

ส่วนอีกรายที่ดังตีคู่กันมา ในแง่ของการมองเห็นวิญญาณลี้ลับ เจน ญาณทิพย์ หรือชื่อจริง เจนจิรา เรียบร้อยเจริญ เจ้าของประโยคอันน่าขนลุก “ดิฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง” แววตาตื่นตระหนก น้ำเสียงตื่นเต้น จนทำเอาแฟนรายการคนอวดผีใจเต้นโครมครามไปด้วยทุกครั้ง

“ทุกวันนี้ยังเป็นคนเดินดินกินข้าวแกง คนเข้ามาขอลายเซ็นก็ยินดีเสมอ ไม่ได้ร่ำรวยถึงขั้นเป็นหมอดูร้อยล้าน รายได้จากการออกโทรทัศน์ก็ได้มาเป็นเทปๆ แล้วที่รับเปิดกรรม ดูดวงให้ที่บ้านก็จะเปิดทุกวันที่ 3 ของเดือนเท่านั้น เดี๋ยวนี้ก็รับดูน้อยลงแล้ว เราอยากเผยแพร่เรื่องกฎแห่งกรรมมากกว่า พรสวรรค์ตรงนี้ไม่ได้มาให้โกยรายได้ แต่ให้มาช่วยคน”

คำสารภาพจากใจของเจน ญาณทิพย์ บัดนี้เธอมีสถานะคล้ายดารา มีแฟนคลับแห่มารอต้อนรับทุกงานที่ไป หวังให้ตรวจกรรม หรือติดต่อกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แถมยังมีพ็อกเกตบุ๊กขายดีอีกสองเล่ม ภารกิจ Delete กรรม และตัดเวร หยุดกรรมอีกด้วย

อดีตแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ผู้ผันตัวเองมาเป็นหมอดู บอกว่าไม่อยากถูกมองว่าเป็นเหมือนหมอดูทั่วไป

“การดูดวงไม่ใช่ทางเรา ดิฉันจะไม่ทำให้คนหลงกับการดูหมอ ดูดวง เราช่วยชี้กรรมให้เขา ถ้าเราไม่บอกเรื่องกรรมของคุณ คุณก็จะไม่ทำบุญ หลงระเริงอยู่กับทางโลก ไม่ทำความดี แต่ถ้าเราชี้กรรมปุ๊บ คุณจะเริ่มกลัวบาป แล้วเริ่มสร้างบุญ ดิฉันไม่สามารถแก้กรรมหรือตัดกรรมให้ใครต่อใครได้ สิ่งชี้แนะเป็นเพียงแค่บอกให้สำนึกในกรรม บอกได้เลยว่าคนเราไม่มีทางแก้กรรมได้ แต่เรามีโอกาสสร้างกรรมที่ดีได้”

แม่หมอญาณทิพย์ทิ้งท้ายว่าเคยคิดอยากกลับไปเป็นคนเหมือนปกติ ไม่มีสัมผัสพิเศษ ไม่มีญาณล่วงรู้อะไรทั้งนั้น แต่เมื่อมาคิดว่านี่คือสิ่งที่สวรรค์มอบให้ มันจึงเป็นหน้าที่ที่เธอต้องช่วยคนอื่น

เช่นเดียวกับหมอดูดาวรุ่งพุ่งแรง มุ่ย-ชวิศ ชื่นเจริญ ฉายาหมอดูหูทิพย์ เขาเชื่อว่าผลจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้ตัวเองถูกเลือกให้มีสัมผัสพิเศษ เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก

มุ่ยแจ้งเกิดต่อสาธารณชนจากรายการวีไอพี ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ชายหนุ่มที่บอกว่าตัวเองมีสัมผัสที่ 6 ด้วยการได้ยินเสียงปริศนา มิใช่ได้ยินผ่านหูทั้งสองข้างเหมือนกับคนอื่นทั่วไป หากได้ยินเสียงจากบริเวณท้ายทอยของเขาเอง จนใครๆ เรียกเขาว่า หมอดูหูทิพย์

มุ่ย เล่าว่า เริ่มได้ยินเสียงต่างๆ เหล่านี้ตั้งแต่ตอนมัธยมต้น เมื่อตอนที่พ่อกับแม่มีปัญหากัน เขาได้ยินเสียงแว่วที่ไม่รู้ที่มา กระซิบบอกว่าหากพ่อกับแม่ของเขาไม่รักกันแล้ว ก็ให้แยกกันอยู่ เขาจึงเดินไปบอกกับแม่ของเขาให้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก โดยที่ไม่เอะใจเลยว่าเสียงดังกล่าวมาจากไหน แต่สิ่งที่ทำให้เขาแน่ใจว่า เสียงแว่วนั้นคือเสียงของพ่อปู่ฤๅษีมหาฤาษีที่เขาบูชาตั้งแต่สมัยเรียนนาฏศิลป์

ทุกวันนี้เขาเปิดบ้านต้อนรับลูกศิษย์ลูกหามากมายที่หลั่งไหลมาขอความช่วยเหลือไม่เว้นแต่ละวัน โดยใช้หูทิพย์ที่เขาเชื่อ ฟังเสียงสิ่งต่างๆ และใช้มันช่วยเหลือคนอื่น โดยคิดค่าบริการตามศรัทธา

“ใช่ ตอนนี้เราได้รับการยอมรับนับถือจากคนที่มาพึ่งพิงเยอะก็จริง แง่ดีก็มองว่ามันอยู่ที่วิจารณญาณและความเชื่อของเขา เป็นผลดีหนุนให้เรามีชื่อเสียง เพื่อให้เราได้เข้าไปสู่วงกว้างได้ช่วยเหลือคนทุกกลุ่มมากขึ้น แต่อีกด้านเป็นเรื่องของพุทธพาณิชย์ เมื่อมีเรื่องเงินเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวข้อง คนเลยมองไม่ค่อยดี

เราใช้วิธีแล้วแต่ศรัทธา มีเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น ไม่มีก็ไม่เอา น้อยสุดที่เคยได้คือ 3 บาท มาจากชาวบ้านทั่วๆ ไป และที่สูงสุดมีลูกศิษย์ที่มีฐานะเคยบริจาคสิบล้าน” หมอดูหนุ่มเปิดเผยตัวเลขอันน่าตกใจให้ฟัง

สุดท้าย หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ผี และวิญญาณ หลายคนคงจดจำกันได้จากรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทางช่อง 7 แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด เห็นจะเป็นการช่วยชาวบ้านในการหาบุคคลที่สูญหาย ซ้ำยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการติดตามคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

หมอปลา หรือ จีระพันธ์ เพชรขาว หนุ่มเมืองเพชรบุรี อดีตบัณฑิตคณะวิศวกรรมกรรมศาสตร์ เรียนดี อนาคตไกล มีบริษัทยักษ์ใหญ่แย่งกันจับจองตัว แถมเป็นความหวังของครอบครัว

ชีวิตพลิกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายมาเป็นคนทรงเจ้า ถูกมองว่าบ้า เพี้ยน สติไม่ดี ถูกถากถาง หัวเราะ นินทา ทว่าหลังจากใช้พลังเหนือธรรมชาติของตัวเองช่วยเหลือชาวบ้านผู้ทุกข์ร้อนนอนไม่หลับจากเหตุสมาชิกครอบครัวสูญหาย บ้างหาศพไม่เจอ ชื่อของหมอปลาจึงไม่ต่างอะไรจากที่พึ่งสุดท้ายของคนสิ้นหวัง

“ผมเกิดมาเป็นคนชาติหนึ่ง ผมจะไม่หลอกคนด้วยกันเอง” เขาเอ่ยคำสาบานอันหนักแน่น เมื่อถูกตั้งคำถามต่อภารกิจที่ทำอยู่

วิธีช่วยชาวบ้านของมือปราบสัมภเวสีคนนี้ จะใช้เพียงมือสัมผัสร่างกาย ดูจากภาพถ่าย เบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีวิญญาณหรือไม่ ถ้ามีจะแสดงอาการออกมาชัดเจน หาว น้ำตาไหล น้ำมูกออก สีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวดทรมาน ชาวบ้านที่มีอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ โดนของ ตามหาคนรักที่พลัดพรากไปโดยไม่ทราบชะตากรรม ล้วนเดินทางไปหาหมอปลาถึงบ้านทั้งนั้น

หมอปลา ย้ำว่า ไม่นิยมชี้แนะให้คนงมงาย หากแต่จะอธิบายเหตุและผลตามหลักพุทธศาสนา

ไม่ว่าพลังลี้ลับเหนือธรรมชาติ หรือสัมผัสพิเศษของพวกเขาเหล่านี้จะถูกมองจากคนบางกลุ่มว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนอีกจำนวนไม่น้อยปักใจเชื่อเต็มร้อย วัดได้จากชื่อเสียงที่นับวันยิ่งขจรขจายกว้างไกลไปทั่ว และรายได้จำนวนมหาศาลที่มาจากความศรัทธาของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

ส่งผลให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการสัมผัสที่ 6 ไปอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

บทความแนะนำ