อร๊าย... ไฟดับ รับมือไงดี

  • วันที่ 14 มี.ค. 2556 เวลา 09:07 น.

อร๊าย... ไฟดับ รับมือไงดี

โดย...มัลลีนมีนา

เดือน เม.ย.ของทุกปี การันตีได้ว่าร้อนตับแลบ ยิ่งได้ยินข่าวล่ามาไว สถานการณ์ช่วงวันที่ 5-14 เม.ย. อาจมีการหยุดจ่ายก๊าซจากพม่า ที่ว่าจะซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซ แล้วโรงไฟฟ้าไทยที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึง 70% จะอยู่กันยังไง

ต๊าย...ตาย ถ้าไฟดับขึ้นมาจริงๆ เหล่าประชาชนคนดังตั้งท่าเตรียมรับมือวันสุดมหาโหด 5 เม.ย. อยู่อย่างไร้ไฟฟ้า 1 วัน ฉันไม่ง้อ (ก็ได้)

‘ต้องทำใจและยอมรับให้ได้’ กนกพรรณ เหตระกูล

ผู้บริหารยาคูลท์ โบว์-กนกพรรณ เหตระกูล บอกว่า คนเพิ่งมาตื่นตัวเมื่อมีข่าวว่ากรุงเทพฯ ไฟจะดับหนึ่งวัน แต่ยาคูลท์รณรงค์การประหยัดไฟมานาน 40 ปีแล้ว ทีนี้หากมีแนวโน้มไฟจะดับหนึ่งวัน กนกพรรณรู้สึกห่วงผู้ป่วยในโรงพยาบาลมากกว่า เพราะการบริหารภายในโรงงานยังเตรียมพร้อมได้ เช่น นำของใส่ตู้เย็นแล้วเปิดไฟสำรองของโรงงาน เป็นต้น

“โดยส่วนตัวชอบอยู่ลมธรรมชาติ อย่างวันไหนพระจันทร์เต็มดวง ชอบไปนั่งที่ระเบียงดูพระจันทร์และรับลม แต่ถึงวันนั้นเราน่าจะรับสภาพและปัญหานั้นได้ และคิดในทางบวก ตั้งใจจะอยู่กับแสงเทียน เพราะชอบเทียนในช่วงกลางคืน เมื่อเราไม่มีทางออก สิ่งที่เราทำได้คือ ปรับตัวรับสภาพให้ได้ อย่าตีโพยตีพายกับมัน แม้กลางคืนจะลำบากหน่อยอาจร้อน แต่วันนั้นคิดซะว่าอยู่เขาใหญ่แล้วกัน”

ในช่วงกลางคืนอาจมีลมธรรมชาติโกรก แต่ช่วงเวลากลางวันอาจลำบากหน่อยเพราะแดดร้อน ซึ่งผู้บริหารยาคูลท์ไม่ค่อยห่วงตัวเองเท่าไหร่ แต่ห่วงสาวยาคูลท์ที่ตากแดดเข้ามาออฟฟิศก็หวังจะนั่งโกรกพัดลมหรือแอร์ให้เย็นชื่นใจ วันนั้นเขาอาจจะร้อนมากเป็นสองเท่า

‘ใช้ชีวิตในสวนสาธารณะ’ คิม จงสถิตย์วัฒนา

คิม จงสถิตย์วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท นานมีบุ๊คส์ เห็นว่า ถ้ากรุงเทพฯ หรือพื้นที่ใกล้เคียงไฟต้องดับจริงๆ ในฐานะทำธุรกิจด้านหนังสือ สาวคิมตั้งใจจะนั่งอ่านหนังสือทั้งวันใต้ต้นไม้ในสวน เพราะบ้านอยู่ใกล้สวนเบญจกิติ สวนข้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อันเป็นสวนสาธารณะที่เธอชอบมาสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆ อยู่แล้ว

“อาจจะทำให้วันนั้นทั้งวันเป็นวันพักผ่อน อาจจะไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ เหนื่อยก็นั่งพักใต้ต้นไม้ แล้วหยิบหนังสือมาอ่าน อากาศร้อนก็ไม่เป็นไร เพราะคิมชอบอากาศอบอุ่น ส่วนช่วงเวลากลางคืนคงต้องเปิดหน้าต่างนอนไป คือเราต้องทำใจ เพราะเราทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ต้องทำให้วันนั้นเป็นวันที่สนุก คิดแง่บวกไปนั่นคือความคิดในวันที่ไฟฟ้าดับแบบฉุกเฉิน

แต่ถ้าคิมรู้ล่วงหน้าว่าไฟจะดับ คิมวางแผนไว้ว่าจะต้องออกจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ต่างจังหวัด เช่น ที่พัทยา เพราะมีบ้านอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ไปอยู่ในห้องแอร์ คิมชอบใช้ชีวิตเอาต์ดอร์มากๆ ไปอยู่กับธรรมชาติดีกว่า มีทั้งลมและไม่มีมลภาวะด้วย”

‘ทำชีวิตให้เป็นปกติที่สุด’ วิมลภัทร์ ตุงคนาค

เจ้าสาวหมาดๆ เหมียง-วิมลภัทร์ ตุงคนาค เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เธอเตรียมรับมือหากไฟดับ วันที่ 5 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันศุกร์และเธอยังต้องทำงาน หากอยู่ในออฟฟิศก็คงใช้คอมพิวเตอร์ไม่ได้ เธอก็ขอวางแผนไปทำงานลงพื้นที่ที่ต่างจังหวัด เช่น ที่สกลนคร อยู่กับป่าและเขา รับอากาศที่บริสุทธิ์และเย็นสบาย น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

“ตอนนี้เรามีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 (เต่างอย) สกลนคร เหมียงขอไปนั่งทำงานที่นั่น เพราะอากาศของโรงงานหลวงดีมากๆ มีแสงธรรมชาติ ไปนั่งทำงาน ไปพบเด็กๆ ที่โรงเรียนทำแปลงสาธิต พบเกษตรกร พบครูและนักเรียนที่อยู่ที่นั่น

โรงงานที่เต่างอยบางส่วนที่เป็นกรีน เอนโวโรเมนต์ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ เราจะมีอาคารเป็นลานโล่งๆ ไม่ต้องเปิดไฟหรือเปิดแอร์ ลมและแสงไฟก็มาจากธรรมชาติทั้งหมด โรงงานตั้งถูกทิศทางลม มีทุ่งหญ้า นั่งทำงานไปด้วยชมธรรมชาติไปด้วย

หากตอนกลางคืนจะกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำคงต้องอาศัยแสงเทียน และเข้านอนเร็วหน่อย ถ้าแพลนชีวิตแบบนี้เราอยู่ได้ ถ้าจำเป็นต้องดับก็ต้องดับ เราจะได้ไม่เครียด และใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด เพื่อเราจะได้ไม่รู้สึกลำบาก”

‘ไฟดับส่งสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ’ พริม ทยานุวัฒน์

ทายาทแกรนด์โฮมมาร์ท ลูกหมู-พริม ทยานุวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย บอกว่า หากไฟต้องดับ 1 วัน เธอจะพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเดิมที่สุด แต่สำรองแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเอาไว้เพื่อทำงาน แต่คงใช้ไม่ได้ทั้งวัน เปลี่ยนจากนั่งทำงานในห้องที่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศมานั่งทำงานเอาต์ดอร์ ใช้ลมและแสงสว่างธรรมชาติ

หากต้องอยู่บ้าน เปลี่ยนมาเปิดหน้าต่าง และใช้ชีวิตแบบพอเพียงที่สุดเหมือนตอนที่เตรียมรับมือน้ำท่วม เช่น ใช้ไฟฉาย เทียน เตรียมระบบไฟสำรองภายในบ้าน ส่วนช่วงกลางคืน เวลานอนก็คงต้องเปิดหน้าต่าง ส่วนอีกหนึ่งตัวช่วยคือพัดลมก็ใช้แบบชาร์จแบตเตอรี่และสำรองไฟเรียบร้อย แต่พริมคงไม่เดือดร้อนเพราะปกติขี้หนาวนอนไม่เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว

“ปัญหาทั้งน้ำท่วมและไฟดับเป็นปัญหาที่ลูกหมูกลัวเหมือนกัน ถ้าเกิดน้ำท่วมในอีก 5-10 ปีข้างหน้า อาจต้องไปอยู่บ้านพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด แต่ลูกหมูว่าไฟดับก็ไม่หนักหนาเท่าน้ำท่วม เพราะดับแค่ 1 วัน แต่มันเหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่า เราต้องมีจิตสำนึกที่ต้องช่วยกัน ทั้งไฟดับและน้ำท่วมเหมือนธรรมชาติเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า เราใช้เขามากเกินไปแล้วนะ ดังนั้นเราต้องช่วยกันประหยัดแล้วล่ะค่ะ”

‘ผมจะถอดผ้านอน’ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค

พิธีกร นักแสดง และผู้บริหารลักษ์ พับลิชชิ่ง หอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค บอกว่า ถ้าไฟดับจริงๆ เขาจะอยู่บ้านไม่ไปไหน แถมยังอยู่คนเดียว เขาจะถอดเสื้อผ้าให้หมด

“ผมเป็นคนทำตามนโยบายของรัฐบาล ที่บอกให้ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นที่สุดเวลานอน วันนั้นคงไม่ออกไปไหน ผมคิดว่าออกไปร้อนแน่นอน ออกไปตัวจะร้าว ไหนจะรถติด แล้วก็ไม่รู้จะร้อนไปไหน พอดีบ้านผมเพิ่งเสร็จด้วย บ้านเราน่าอยู่กว่า มีเครื่องดนตรีที่เราชอบเต็มไปหมด แต่ผมว่ามันคงไม่เกิดขึ้นจริงหรอก ตอนนี้เราตื่นตระหนกกันเกินไป ผมว่าประเทศไทยเราไม่น่าจะขาดแคลนพลังงานขนาดนั้น

แต่ถ้าเกิดจริงผมมองว่าเป็นไซด์เอฟเฟกต์ไปถึงลูกหลานเราแน่ เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยขาดแคลนพลังงานขนาดนั้น มันจะเป็นเหมือนหนังที่ฉายแบบขั้วโลกเหนือละลาย ลูกเห็บตกเหมือนฝน โลกกำลังจะเปลี่ยนแกน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงน่าตกใจ เราอีกไม่กี่ปีก็ตาย แต่ลูกหลานเราจะทำยังไง ต้องเริ่มหาพลังงานทดแทนกันได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาเราใช้มานานแล้ว ใช้เยอะ ใช้ฟุ่มเฟือยด้วย ยังไงสักวันมันก็ต้องหมด

เมื่อก่อนเคยเปิดไฟแช่ทั้งวัน ก็ปิดทีละดวงสองดวง ผมชอบนะที่จะให้ปิดไฟทั้งประเทศตอนสองทุ่มแค่หนึ่งนาที อยากให้ทางหน่วยงานรัฐบาลรณรงค์อย่างจริงจัง”

‘ถือโอกาสชาร์จแบตตัวเอง’ วรเวช ดานุวงศ์

นักร้อง นักแสดง และผู้จัดละคร แดน-วรเวช ดานุวงศ์ บอกว่า ด้วยหน้าที่การงานการเป็นผู้จัด คงต้องให้ทีมงานหาเครื่องปั่นสำรองไฟ เพราะเขากำลังเร่งตัดต่อหนังอยู่

“ไม่รู้ว่าถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นยังไง ตอนนี้งานหนังก็กำลังเร่งตัดต่อและดูภาพรวมเพราะใกล้จะเข้าฉายแล้ว เลยต้องเตรียมความพร้อมสักหน่อย แต่ละครไม่ค่อยเป็นห่วงเพราะตัดไปถ่ายไปเลยไม่ต้องกังวลใจ แต่อาจจะมีนิดหน่อยถ้าหากไฟดับนาน จะทำให้งานที่ต้องใช้ไฟเดินหน้าไม่ได้สักพัก

ส่วนตัวผมคงอาจจะขอเอาเปรียบเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกันหน่อย (หัวเราะ) ด้วยการหนีไปที่ไหนสักที่ จะเป็นทะเล ภูเขา และถ้าเป็นช่วงคิวละครหมดแล้ว ผมอาจจะไปเมืองนอก ไปชาร์จแบตเตอรี่และพักผ่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดี”

‘จุดเทียนโรแมนติกดีออก’ ซาร่า เล็กจ์

นางเอกช่อง 3 ซาร่า เล็กจ์ แสดงทัศนะว่า เธอเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเราจะรณรงค์ทำเรื่องการประหยัดพลังงาน และสมควรจะทำมาตั้งนานแล้ว เพราะหากเราช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าในหนึ่งวันทั่วทั้งประเทศ น่าจะเห็นผลอย่างชัดเจนและรวดเร็ว

“ซาร่าว่ามันเห็นผลได้อย่างชัดเจนแน่นอน ซึ่งพอรู้ข่าวนี้ก็ยินดีและพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซาร่าก็คิดเตรียมการวางแผนไว้แล้วว่า วันนั้นถ้าอยู่บ้านไม่ไปทำงาน ก็จะงดใช้แอร์คอนดิชัน งดการใช้ไฟที่ไม่จำเป็น เตรียมหนังสือเล่มที่ชอบไว้นั่งอ่าน ใช้ชีวิตเงียบๆ นิ่งๆ อยู่กับบ้าน ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง แล้วก็เตรียมกระติกน้ำใส่น้ำแข็ง เพราะเวลาเราดื่มน้ำจากน้ำแข็งแล้วมันชื่นใจดี แล้วไม่ต้องเปิดตู้เย็นประหยัดพลังงานด้วย

ส่วนไฟที่ไม่จำเป็นก็จะไม่เปิด อย่างตอนกลางคืนก็ถือโอกาสทำอะไรโรแมนติก เช่น จุดเทียนสวยๆ ในบ้าน โรแมนติกดีออก”

‘ปลูกฝังค่านิยมประหยัดการใช้ทรัพยากร’ พริมรตา เดชอุดม

นักแสดง จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม พอทราบว่ามีการรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน เธอดีใจมาก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ต้องรอการรณรงค์ด้วยซ้ำ แต่ว่าคนส่วนใหญ่มักมองข้าม หรือบางคนไปทำอย่างอื่นที่ยากกว่า

“สำหรับจ๊ะจ๋าเรื่องการใช้ทรัพยากรพวกนี้ จ๊ะจ๋าทำเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น ที่บ้านจะช่วยกันประหยัดน้ำ ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้เวลาที่แปรงฟัน หรือฟอกสบู่ตอนอาบน้ำ ไฟในบ้านก็จะเปิดเฉพาะดวงที่จะใช้เท่านั้น คือจะเป็นสิ่งที่คนที่บ้านรู้กันและทำกันมาโดยตลอด

สำหรับวันที่ 5 เม.ย. ที่รัฐบาลจะมีการทำเรื่องนี้ ส่วนตัวจ๊ะจ๋าเองคงถือโอกาสสร้างความใกล้ชิดในครอบครัว ชวนคุณแม่ คุณยาย น้อง มาปลูกต้นไม้ ทำกิจกรรมนอกบ้านกัน หรืออาจจะไปสวนสาธารณะ ปั่นจักรยาน ทำอาหารไปปิกนิกกับครอบครัวประมาณนี้ค่ะ

อยากจะฝากบอกถึงคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆ ที่ยังเด็กอยากจะให้ช่วยกันบอกน้องๆ ให้เข้าใจ ช่วยกันปลูกฝังค่านิยมในการประหยัดการใช้ทรัพยากร เพราะจ๊ะจ๋าคิดว่า ถ้าเริ่มจากจุดเล็กๆ ในครอบครัว แต่ละครอบครัวทำ มันก็กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในสังคมได้ค่ะ”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ