กระแสคลั่ง 4 โค้ช เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์

  • วันที่ 29 พ.ย. 2555 เวลา 09:29 น.

กระแสคลั่ง 4 โค้ช เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์

เมื่อก่อนไปไหนมาไหนก็ว่ามีผู้คนให้ความสนใจมากอยู่แล้วนะ แต่ตอนนี้เสียงกรี๊ดดด

โดย...นกขุนทอง

และผู้คนที่เข้ามาห้อมล้อมชื่นชอบยิ่งมีมากขึ้นๆ ยิ่งมานั่งบนเก้าอี้สีแดงตัวบิ๊กเบิ้ม ในฐานะ “โค้ช” แห่งรายการ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ เสียงจริง ตัวจริง รายการประกวดร้องเพลง สัญชาติเนเธอร์แลนด์ 4 ศิลปิน ก้อง สหรัถ สังคปรีชา เจนนิเฟอร์ คิ้ม โจอี้ บอย และ แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ก็กลายมาเป็นขวัญใจมหาชนเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์

ว่าไปแล้ว ที่มาที่ไปของโค้ชทั้ง 4 ก็หาได้ง่ายๆ ตามกูเกิ้ล และผลงานก็มีเป็นที่ปรากฏให้ได้ชมได้ฟังกันอยู่ตลอด จะมีน้องใหม่หน่อยก็คือ โค้ชแสตมป์ ทำให้หลายๆ คนไม่คุ้นชื่อรู้หน้าและพลอยไม่ให้ความเชื่อถือที่จะอยู่ในตำแหน่งโค้ชเทียบกับศิลปินรุ่นพี่อีก 3 คน

ยิ่งเทปแรกที่ออกอากาศแสตมป์ถูกกลืนหายจมมิดเก้าอี้ไปเลย แต่เพียงแค่สัปดาห์ถัดมาของรอบบลายด์ ออดิชัน เหตุการณ์ก็พลิกผัน เกิดปรากฏการณ์แสตมป์ฟีเวอร์ขึ้นซะอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย!! แม้แต่เจ้าตัวก็ยังเกิดอาการงงตั้งตัวไม่ติด มีเซเสียหลักไปบ้างเหมือนกัน กลายเป็นสร้างปรากฏการณ์งงไปตามๆ กัน

 

 

จากใจ (ปรากฏการณ์) แสตมป์

ทุกคนกรี๊ดแสตมป์ คลั่งไคล้แสตมป์ แต่รู้มั้ย...แสตมป์คิดอย่างไร

“คงไม่ถึงเป็นปรากฏการณ์อะไร นั่นเป็นภาพที่พีอาร์ทีวีสร้างขึ้น แต่ก็มีคนรู้จักเราเพิ่มขึ้นมากจริงๆ จาก 20 มาเป็น 80-100 ไปเล่นที่ไหนก็มีคนมาดูเยอะมากๆ 8 ปีที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังนี่ก็พีกสุดๆ แล้ว แต่ก็ยังหวังว่าจะมีพีกกว่านี้นะ (หัวเราะ) ล้อเล่น ส่วนหนึ่งก็ดีใจที่มีคนสนใจ อีกจุดหนึ่งเราต้องพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น เพราะคนที่มาชอบอาจไม่เคยฟังเพลงเราด้วยซ้ำ เขาชอบเพราะภาพในทีวี ชอบเพราะผมดูน่าสงสาร เหมือนโดนแกล้งในรอบบลายด์ ชอบเพราะผมดูอ่อนโยน ซึ่งตัวตนจริงๆ ผมออกก้าวร้าวด้วยซ้ำ ก็อยากให้ชอบตัวเราจริงๆ ให้ชอบที่ผลงานเพลงเรา”

ในกระแสความคลั่งไคล้แสตมป์ จากเสียงกรี๊ดเริ่มเพียงแผ่วเบาไต่ระดับเดซิเบลจนแซงหน้ารุ่นพี่ทั้งสาม ทว่า ท่ามกลางเสียงกรี๊ดก็มีเสียงก่นด่าซึมแทรกอยู่เช่นกัน “ช่วงแรกๆ ผมยอมรับว่างง มีคนมาชอบเยอะจะทำอย่างไรดี อ่านในเน็ตคนชมก็มีด่าก็มี มีเทปหนึ่งผมไม่พูดอะไรเลย พูดอะไรไปก็โดนด่า ก็ปรึกษาผู้ใหญ่หลายคน ได้รับคำแนะนำมาว่า คำชมได้ยินมาก็หัวโต คำด่าได้ยินก็หัวเหี่ยว ก็บอกทำสิ่งที่เป็นเรานี่แหละ เรียกว่าผมก็วางตัวไม่ถูก ด่ามาก็เขว พอเขาชมเราเยอะๆ ก็เหลิงเหมือนกัน ตอนนี้ไม่อ่านแล้ว กลับบ้านหมาก็ยังเห่าเหมือนเดิม มันก็ไม่รู้ว่าผมดัง แต่ตอนนี้เอาจริงๆ นะ ผมไม่รู้สึกว่ามีผลอะไรกับชีวิต แค่รู้สึกว่าเรามีคนมาดูเยอะขึ้นเราต้องตอบแทนเขาให้ดี พี่โจ้ (โจอี้ บอย) เห็นผมเครียดมากเกร็งไปหมด เขามาคุยกับผมว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ที่จะทำให้คนได้เห็นผลงานเราที่เราตั้งใจมาตลอดให้คนได้รู้จัก ซึ่งจะเป็นจุดที่ทำให้คนชอบเราต่อไป เพราะรายการมันก็ต้องจบ ผมก็ต้องเฟดออกไป ถึงจะมีปี 2 ปี 3 แต่ความสดใหม่ของโค้ชหายไปแล้ว เขาก็จะไปสนใจผู้เข้าแข่งขัน แต่สำหรับผมถ้าผมจะลงไปอยู่ที่จุดเดิมก็ไม่เป็นไร เพราะผมเคยไม่ดังมาก่อนจะกลับไปไม่ดังก็ไม่เห็นเป็นไร”

จากกระแสเดอะวอยซ์ส่งผลให้บัตรคอนเสิร์ต “แสตมป์ เกรียน เดย์” หมดเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง จนถึงขั้นเพิ่มเป็น 2 รอบการแสดง นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน “ผมยอมรับบัตรคอนเสิร์ตที่ขายหมด เป็นเพราะเดอะวอยซ์ เพราะผมเคยดันทุรังจัดมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จสักที (หัวเราะ) มีเสียงเรียกร้องให้จัดรอบที่สาม แต่ผมขอแล้วว่ามีแค่สองรอบพอเพราะผมอยากให้ทุกคนได้ของที่ดีที่สุด ถ้าผมเล่นรอบสามมาตรฐานจะตก อยากให้คนดูได้รับอะไรที่เต็มอิ่มจริงๆ และคอนเสิร์ตนี้แหละเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมจะพิสูจน์ตัวเองและทำให้คนรักผมต่อไป”

 

โจอี้ บอย โชว์เด็ดสีสันจี๊ดโดนใจ

นับเป็นโค้ชที่มีคาแรกเตอร์โดนใจวัยรุ่นเสียจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการแสดงอารมณ์สดๆ ที่ปลดปล่อยออกมาตามเสียงเพลงของผู้เข้าแข่งขัน และสีสันลวดลายของเสื้อผ้าที่เรียกว่าฮือฮาทุกวีก ซึ่งโค้ชโจอี้จัดเต็มมีสไตลิสต์ส่วนตัวเลยเชียว

“เสื้อผ้าผมใช้สไตลิสต์ที่ทำงานเพลงกันมา เขาจะรู้ว่าเราชอบแบบไหนก็จัดมาให้ แต่บางทีก็จัดสีมาแบบ เฮ้ย เอาแบบนี้เลยหรอ แล้วอาทิตย์หน้าจะไปสีไหนต่อละเนี่ย แต่ถ้าอาทิตย์ไหนที่ไม่ใช่ลูกทีมเราโชว์ผมก็จะเบาๆ ลงหน่อย เพราะไม่อย่างนั้นคนจะไม่สนใจอะไรเลยนอกจากสูทเรา ซึ่งการแต่งตัวแบบนี้ผมก็ชิล มันตามคาแรกเตอร์ผม ผมจะไปใส่ชุดสีดำเหมือนพี่ก้องเหมือนแสตมป์ก็คงสู้เขาไม่ได้”

ไม่เพียงแค่โค้ชเท่านั้นที่มีลีลาดึงดูดใจ แต่ทุกโชว์ของลูกทีมก็โดดเด้งไม่แพ้กัน เรียกว่าเป็นทีมที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด “เด็กเขาเก่งกันอยู่แล้ว ผมจะให้ไอเดียในเรื่องการดึงสไตล์ของตัวเองให้ชัดเจน เรื่องของการแสดงบนเวทีที่ชัดเจน ดึงศักยภาพของเขาที่ชัดเจนออกมา มุมไหนที่คนน่าจะชอบ การทำโชว์แต่ละคนก็เอาตัวตนของเขาเป็นหลัก ผมมีหน้าที่ดูและบอกเขาว่าตรงนี้ดีนะ ตรงนี้เยอะไป ตรงนี้น้อยไป ลูกทีมผมมาด้วยสไตล์ที่แปลกๆ โดดเด่น พิลึกพิลั่น นี่ผมยังมีหมัดเด็ดอีกนะ ยังปล่อยไม่หมดต้องรอดูน่าจะสนุกสนาน ตัวละครเริ่มชัดเจน”

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ข่มขวัญโค้ช 3 ชาย

ถูกยกให้เป็นทีมห้องคิง เพราะมีอาจารย์เป็นถึงตัวแม่ระดับนักร้องดีวาส์ของเมืองไทย งานนี้โค้ชคิ้มจึงไม่มาแบบธรรมดา แต่ขอเมาท์ถึงโค้ชก้อง โค้ชโจอี้ และ โค้ชแสตมป์

“ทีมแสตมป์ ใครอยู่ก็ดีนะคะ เพราะว่าแสตมป์ดึงเอาจุดที่เป็นธรรมชาติของเด็กแต่ละคนมาใช้ ไม่เปลี่ยนแปลงมากมาย ปล่อยให้คนนั้นเป็นแบบนั้น แต่จะบอกลดลงหน่อยนะ เพิ่มขึ้นหน่อย ของโจ้เน้นเรื่องการทำความประหลาดใจ เขาเป็นเจ้าพ่อฮิปฮอปก็จะวูบวาบ เฟี้ยว เลยคำว่าเปรี้ยวไป ใครดูต้องบอกว่ามึงเอาอย่างนี้เลยเหรอ แต่ว่าโจ้เขาจะย้ำคิดย้ำทำ ชอบมาถามว่า พี่ช่วยฟังหน่อยอันนี้ดียัง เขาเฟี้ยวฟ้าวก็จริงแต่รอให้ตกตะกอนถึงจะให้โชว์นั้นออกไป เป็นคนลุ่มลึกวางแผนรอบคอบ เหมือนเป็นคนสองบุคลิก ส่วนก้องเหมือนแวมไพร์ตัวพ่ออยู่มานาน เขาก็จะชิลๆ อะไรก็ได้ยังไงก็ได้ แต่ล่าสุดพอเด็กเหลือน้อยเขาก็จะติวหนักขึ้น เหมือนเป็นสเต็ปของก้อง แต่ก้องเหมือนหอกข้างแคร่นะ ชอบมาถามเราให้ช่วยดูให้หน่อย แล้วก้องก็เอาทุกอย่างที่เราบอก (เสียงเริ่มสูง) หล่อขนาดนี้เป็นหอกข้างแคร่ เมื่อก่อนเลิฟมากตอนนี้น่าจะเป็นศัตรูกันกลายๆ แต่ทั้งหมดไม่อยากจะคุยว่าเด็กกิจกรรมหรือจะสู้ห้องคิงของฉัน”

 

ก้อง สหรัถ ขวัญใจมหาชนตัวจริงเสียงจริง

เพียงแค่เอ่ยชื่อ ก้อง สหรัถ หรือ ก้อง นูโว ตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงจนถึงรุ่นป้ารุ่นยายต่างก็รู้จักและชื่นชอบ เรียกว่าเป็นคนของประชาชนตัวจริงเสียงจริง ดังนั้นจึงลอยลมมานั่งหล่อบนเก้าอี้สีแดงได้อย่างชิลๆ รับเสียงกรี๊ดไปอย่างดังดีไม่มีตก ส่วนลีลาการโค้ชลูกทีมก็ทีมนั้นก็ดูละมุนละม่อม เป็นพี่ชายที่แสนดี

“แต่ละคนในทีมผมมีความเก่งอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่แค่ดึงความสามารถในตัวเขาออกมาได้มากที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้เขาทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุด ใครชอบแบบไหน ใครเป็นยังไง ไม่ต้องปรับเปลี่ยนเขาให้ทำอะไรที่แหวกแนวออกไป ผมก็มีหวังนะว่าลูกทีมเราจะได้เป็นที่หนึ่ง แต่ผมก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ เราทำหน้าที่ของโค้ชให้ดีที่สุด เพราะคนจะดังเป็นซูเปอร์สตาร์มีหลายอย่างประกอบกัน โค้ชมีส่วนแค่ 20% เด็กร้องเก่ง คนรัก ดวงชะตา หลายๆ อย่างประกอบกันกว่าจะเป็น 100% บางคนร้องเก่งให้ตายยังไงดวงไม่ถึงก็เป็นไม่ได้”

ส่วนทีมอื่นนั้นโค้ชก้องไม่เคยมองว่าเป็นคู่แข่ง “รายการเราไม่ได้มาแข่งกันนะ มีสู้กันในรอบแบทเทิลในทีมตัวเองรอบเดียว นอกนั้นเหมือนเราเล่นกีฬากอล์ฟ ทำคะแนนให้ดีที่สุดในทีมตัวเอง เทรนด์เด็กของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด ฟอร์มแต่ละทีมก็ไม่เหมือนกัน บุคลิกก็ออกมาตามโค้ชอยู่นะ อย่างทีมโจอี้ ก็สนุก มีสีสันตั้งแต่การแต่งตัว มุมมองความคิด ทีมเขาออกมาก็จะแหวกแนวไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นอะไรที่สนุก ส่วนแสตมป์เขาเป็นคนแต่งเพลง จะมีความคิดที่เป็นเรื่องเป็นราว ดูจริงจัง มีการร้องมีการนำเสนอที่เนี้ยบเหมือนเขา ลูกทีมคุณคิ้มก็จะเน้นร้องเลย เพราะคุณคิ้มก็เป็นนักร้องจอมพลังตัวแม่ของเมืองไทย ส่วนของผมจะดูน่ารักๆ มีความนิ่มนวล (ยิ้ม)”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ