เจมส์ขอโทษแฟนคลับย้ำไม่ได้บังคับร่วมทำธุรกิจ

วันที่ 08 ต.ค. 2555 เวลา 20:28 น.
เจมส์ขอโทษแฟนคลับย้ำไม่ได้บังคับร่วมทำธุรกิจ
"เจมส์"แถลงขอโทษแฟนคลับหลังถูกโวยจัดมิตติ้งแฝงชวนสมัครธุรกิจเครือข่าย ยืนยันไม่ได้บังคับใคร ยอมรับไม่ได้แจ้งแฟนคลับก่อน

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ได้เปิดแถลงกรณีถูกแฟนคลับโพสต์ข้อความในแพนเพจบนเฟซบุ๊กระบุว่า ได้เข้าร่วมกิจกรรม “Follower ครบแสน ชวนแฟนกินข้าวกับเจมส์-เรืองศักดิ์” เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นที่ห้อง แพลททินั่มโรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูน แต่กลับพบว่าในงาน มีการแอบแฝงชักชวนให้แฟนคลับสมัครเป็นสมาชิกธุรกิจเครือข่ายของบริษัทหนึ่ง 

เจมส์แถลงว่า ที่นัดทุกคนมาวันนี้เพราะมีประเด็นจะชี้แจงอยู่ 2 เรื่องคือ ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการขอบคุณแฟนๆ ฉลองฟอลโลว์เวอร์ครบ 1 แสน ก็มากินข้าวด้วยกัน และเป็นการขออภัยกับความรู้สึกไม่สบายใจของแฟนคลับบางส่วน

ทั้งนี้หลังจากที่มีคอนเสิร์ตแล้วปรากฏว่าทวิตเตอร์ส่วนตัวมียอดคนติดตามเกิน 1 แสนคนจึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อให้แฟนๆ มารวมตัวกัน เหมือนเป็นการฉลองใน 1 แสนแรก โดยจัดกิจกรรมเป็นกินข้าวกับ เจมส์ เรืองศักดิ์ ก็สนุกสนานกันมาก บรรยากาศในงานก็จบลงด้วยดี ประเด็นที่สองเรื่องของความไม่สบายใจของแฟนคลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแคร์มาก

“เรื่องมันมีอยู่ว่าในวันที่ผมจัดกิจกรรม เราก็มีการร้องเพลง ร่วมพูดคุยกัน เราก็พูดคุยกันถึงอัพเดทชีวิตก้าวต่อไปของผม ก็เล่าว่าพี่เจมส์กำลังทำอะไรอยู่ แล้วชีวิตก้าวต่อไปของพี่เจมส์จะเป็นยังไง ขณะที่เล่าผมก็เล่าถึงเรื่องธุรกิจที่ผมทำอยู่ ก็มีความรู้สึกว่าเราทำธุรกิจนี้แล้วมันดีต่อชีวิตเรา คนแรกที่เรานึกถึง ก็นึกถึงแฟนคลับ ผมก็เลยมีการตั้งคำถามกับแฟนคลับต่อเลยว่า พี่เจมส์กำลังทำธุรกิจซึ่งเป็นธุรกิจเน็ตเวิร์คมาเก็ตติ้ง ไม่ใช่ขายตรงนะครับ”

“ผมพูดช้าๆ ชัดๆ เลยว่าน้องๆ คนไหนสนใจที่จะฟังเราก็อยู่กันต่อ แล้วพี่เจมส์จะให้ข้อมูลว่า ธุรกิจนี้มันเป็นยังไง แต่ถ้ามีใครคนใดคนนึงไม่สนใจ หรือคิดว่าตัวเองยังไม่สะดวก ก็ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น สามารถกลับได้ และทุกคนที่เดินออกไปจากที่นี่เวลานี้”เจมส์ระบุ

เจมส์กล่าวว่าขณะนั้นได้บอกด้วยว่า ถ้ามีการจัดมีตติ้งครั้งต่อไป เราก็มาร่วมสนุกสนานเฮฮากันอีก เรายังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการบีบบังคับ ไม่มีการสร้างเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นก็คาดคะเนในใจ ว่าน้องๆ คงจะเดินออกไปสักครึ่งนึง สัก 60-70% แล้วก็เหลือคนที่สนใจจริงๆ ก็จะให้ข้อมูลธุรกิจ

"ปรากฏว่าเราคาดคะเนผิด บอกเลยว่าคำที่ผมพูด ผมพูดไป 3 รอบช้าๆ ชัดๆ และใช้เวลา แล้วก็หยุดกิจกรรมทั้งหมดของน้องๆ ประตูก็ไม่ได้มีการล็อคใดๆ ทั้งสิ้น ก็บอกว่าน้องๆ ว่านี่มันเป็นกิจกรรมคนละส่วนนะ กิจกรรมแฟนคลับก็กิจกรรมนึง กิจกรรมนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึง น้องๆ คนไหนสนใจที่อยากฟังก็อยู่ ปรากฏว่าน้องๆ ก็นั่งอยู่กันเกือบครบ มีคนลุกออกไป 1-2 คนเท่านั้น"

เจมส์กล่าวอีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ก้คาดว่า ทุกคนคงจะอยากฟังจริงๆ ทุกคนคงอยากรู้ว่าคืออะไร ผมก็เล่าถึงโปรเจ็กต์ที่กำลังทำอยู่ ว่าเป็นยังไง แล้วให้อะไรกับน้องๆ บ้าง การเล่ามันมีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกเล่าถึงการทำธุรกิจ มันให้อะไรได้บ้าง ใช้เวลา 5-10 นาที ก็พูดประโยคเดิมอีกครั้งนึงคือ ถ้าใครไม่สนใจไม่ต้องอึดอัดใจสามารถกลับได้ตอนนี้เลย อย่าอยู่ด้วยความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้นเพราะยังไงพี่ก็ยังเป็นพี่ของน้องๆ เหมือนเดิม

“ไม่มีว่าฟังจนจบแล้วเรียกเก็บเงิน บังคับให้เขียนใบสมัครใดๆ ไม่มีการสร้างเงื่อนไขใดๆ แก่น้องๆ แฟนคลับ เพียงแต่ผมบอกว่าใครอยากรู้เพิ่มเติมเดี๋ยวเราไปกันต่อ ผมจะให้ข้อมูลที่มากกว่านี้ เวลาช่วงนั้น 3 ทุ่มกว่าแล้ว ก็มองว่ามันดึกจนเกินไปแล้ว ก็บอกน้องๆ ว่าถ้าอยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม เดี๋ยวพี่เจมส์จะนัดน้องๆ มาคุยกันต่อว่าลึกๆ แล้วมันเป็นยังไง จบก็มีการถ่ายรูปกัน ทุกคนเฮฮาปาร์ตี้สนุกสนาน มีกอดกัน”

เจมส์กล่าวว่า พอผ่านไป 3 วัน ก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจของน้องบางกลุ่มเกิดขึ้น ตนขอประกาศตรงนี้เลยว่าแคร์ความรู้สึกทุกคน ก็เห็นมีความระบายความในใจผ่านกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งวันนี้ที่ออกมาพูด ก็อยากจะขออภัยความรู้สึกของน้องๆ หรือแฟนคลับที่ไม่สบายใจทุกคน

“ผมขออภัยจากหัวใจของผมจริงๆ ว่าผมคิดไปเอง ว่ากิจกรรม 2 กิจกรรมนี้ ผมมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนแล้ว ผมคิดไปเองว่ามันชัดเจนแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะชัดเจนไม่เพียงพอ ก็เลยทำให้เกิดความไม่สบายใจของน้องๆ หลายฝ่ายจากเหตุการณ์นี้ ผมขออภัยจริงๆ กับน้องๆ ที่มาโพสต์ ซึ่งอาจจะนั่งฟังด้วยความรู้สึกที่เกรงใจไม่กล้าลุกออกไปอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเหตุผลของแต่ละคน”

เจมส์กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นประสบการณ์ว่า ถ้าจะเล่าเรื่องธุรกิจครั้งต่อไป จะมีความชัดเจนยิ่งกว่านี้ อาจจะแยกออกเป็นคนละวัน หรืออะไรก็ตาม

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าไม่ได้แจ้งแฟนคลับก่อนว่าจะจัดกิจกรรมเป็น 2 ช่วง ช่วงสุดท้ายเป็นเรื่องของธุรกิจ ทำให้บางคนเข้าใจว่าตัวเองโดนหลอกไป ซึ่งต้องขออภัยว่าตนคิดไปเอง ว่าน้องๆ คือคนกันเอง พอเรามองอย่างนั้น เราก็จะสร้างเส้นแบ่งขึ้น เราก็จะบอกน้องๆ ในงาน ใครไม่อยู่ก็คือไม่อยู่ ใครอยู่ก็อยู่ต่อ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะขออภัย ตนรอบคอบน้อยไปนิดนึง เรารู้สึกว่าคนกันเอง ทำอะไรก็บอกกันเดี๋ยวนั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ       เจมส์กล่าวอีกว่า หลังจบงานก็ให้น้องที่ทำงานด้วยกันอยู่โทร.ไปหาคนที่มาในวันนั้น แล้วสอบถามอย่างชัดเจนว่า วันนั้นอยู่ฟังจนจบไหม ถ้าอยู่ฟังจนจบกิจกรรมสุดท้าย อยากได้เพิ่มเติมไหม ผมก็ถามกันอย่างชัดเจนว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถมาบอกพี่เจมส์ได้ จะทำหรือไม่ทำ ชอบหรือไม่ชอบ เราก็ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม

เจมส์ยังชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่นัดพบแฟนคลับรายหนึ่งด้วยว่า ได้นัดเวลาพบกันไว้ตอน 1 ทุ่ม ปรากฏว่าน้องมาเลท และด้วยตนมีภารกิจค่อนข้างเยอะ ระหว่างที่น้องมาเลท ก็คุยกับคนอื่นอยู่ น้องเขาก็นั่งรอ น้องก็สั่งน้ำสั่งอาหารอะไรที่ผมไม่ได้สังเกตจากนั้นก็มานั่งคุยกับน้อง แล้วอธิบายเพิ่มเติมเรื่องราวว่าเป็นยังไง ใช้เวลานั่งคุยกันประมาณ 1-2 ชั่วโมง

"ระหว่างที่ผมคุยก็ยังมีอีกทีมที่รอผมอยู่ แล้วเป็นทีมที่รอผมมานานมากแล้ว พอผมคุยจบ ผมทิ้งประโยคสุดท้ายกับน้องว่า น้องครับวันนี้ฟังข้อมูลพี่เจมส์แล้วสนใจไหม น้องก็เหมือนบอกว่าไม่สนใจ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ เราก็ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เดี๋ยวนัดครั้งหน้าเดี๋ยวพี่จะนัดน้องมาทานข้าวอีก เดี๋ยวพี่เจมส์ต้องไปแล้ว เพราะต้องไปสอนอีกทีมนึง"

"ระหว่างที่น้องนั่งอยู่ ก็มีน้องทีมงานของผมดูแลเขามาตั้งแต่ต้น ทีมผมเองใหญ่มาก เวลาที่เราไปทานอาหารร่วมกัน จะไม่มีใครคนใดคนนึงเลี้ยง ใครสั่งอะไรก็จะจ่ายกันเอง วันนั้นน้องเขาก็นั่งอยู่ด้วย เขาก็นั่งโต๊ะเขา ผมก็สั่งน้ำแดง 1 แก้วราคา 39 บาท แล้วผมก็ฝากไปบอกน้องทีมงานผมว่า ฝากจ่ายน้ำให้พี่เจมส์ด้วย อันนี้ผมอาจจะมองข้ามไปว่า มันเป็นความรู้สึกของน้องเขา ว่าทำไมไม่ดูแลคนทั้งโต๊ะ ผมไม่รู้ว่าจะมันจะเป็นความผิดพลาดอะไร มันก็เป็นธรรมเนียมการปฎิบัติของเราอยู่แล้ว ผมก็วางเงินไว้ 100 บาท แล้วบอกว่างั้นไปก่อนนะ แล้วผมก็ไปด้วยความเร่งรีบ"

เจมส์กล่าวว่า หลังจากนี้ตั้งใจจะโทรไปหาแฟนคลับคนดังกล่าว อันไหนที่น้องไม่สบายใจ ก็จะอธิบายว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ทราบมาว่าน้องเขาก็คงจะรู้สึกนิดนึง เพราะน้องได้เตรียมเรื่องของแผ่นซีดี หนังสือมาให้พี่เจมส์เซ็น ก็ต้องขออภัยน้องจริงๆ อย่าโทษหัวใจพี่เลยดีกว่า ให้โทษสมองพี่ดีกว่า วันนั้นมันอาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างเยอะ ทำให้มองข้ามบางจุดไป

“วันนี้ถ้าให้ผมเลือกระหว่างความสัมพันธ์กับแฟนคลับกับเรื่องที่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง วันนี้ผมไม่เลือกเสื่อมเสียชื่อเสียงมากกว่า ผมขอรักษาความสัมพันธ์กับแฟนคลับที่ผมมี ถามว่าวันนี้กลัวไหม ผมไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียงครับ วันนี้สิ่งที่ผมแคร์ที่สุดคือผมแคร์เรื่องของความรู้สึกแฟนคลับมากกว่า บอกเลยว่าผมเหมือนเดิม ผมยังเป็นเหมือนเดิม”

"ผมต้องมีอาชีพผมเป็นนักร้อง แล้วผมก็ทำอาชีพอื่น อาชีพผมเป็นอาชีพไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมาย เป็นอาชีพที่ผมเลือกแล้วว่าดี น้องๆ กลุ่มใหญ่ที่ชื่นชมที่ผมเป็นนักร้องทุกคนก็ยังเหมือนเดิม หรือว่าน้องๆ ในกลุ่มใหญ่ที่อยากจะร่วมอาชีพกับผม ชื่นชอบผม อยากประสบความสำเร็จไปกับผม ผมก็ยินดีจะดูแลน้องๆ ไปทุกแบบ"

เจมส์กล่าวว่า ผลกระทบระยะสั้นจากเรื่องนี้ก็คงจะมีอย่างที่เห็น แต่ตนไม่เลือกนิ่งเงียบให้กระแสมันจางๆ ไปเอง โดยเลือกที่จะมาให้ข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง มันเกิดจากความผิดพลาดของตนคนเดียว และขอยอมรับผิดคนเดียว

"ผมยังร้องเพลงอยู่แน่นอน ปีหน้าก็คงจะมีอะไรดีๆ ที่มาเซอร์ไพร์สแฟนๆ กันอีกเหมือนที่ปีนี้ มีคอนเสิร์ต ผมจะบอกให้ว่าการร้องเพลงหลังจากที่ผ่านอะไรแบบนี้แล้ว ผมคิดว่ามันจะมีอะไรซาบซึ้งมีอะไรตื่นเต้นมากกว่านี้อีก"เจมส์ระบุ