เปิดอกคุยแบบลึกสุดใจ กับ ไอซ์ สุดยอดนักล่าฝัน

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 08:14 น.
เปิดอกคุยแบบลึกสุดใจ กับ ไอซ์ สุดยอดนักล่าฝัน
โดย...จตุรภัทร หาญจริง

คุณรู้จัก ไอซ์-ภรภัสสร ชัยอนันต์นิธิ บ้างหรือเปล่าครับ?

บางคนอาจจะรู้จัก บางคนก็อาจจะไม่รู้จัก เธอคือนักล่าฝัน วี8 จากรายการ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซัน 9 ที่สามารถคว้ารางวัลสุดยอดนักล่าฝัน และเป็นแชมป์ผู้หญิงคนที่ 2 ต่อจากซานิ ซีซัน 6 ซึ่งการที่ผู้หญิงได้เป็นสุดยอดนักล่าฝันไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะทำให้ใครต่อใครเทใจโหวตให้ผ่านเข้ามาแต่ละรอบได้ ต้องใช้ความสามารถ เสน่ห์ และความทุ่มเทตั้งใจแบบสุดตัว

เพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟ ผมจะพาคุณไปทำความรู้จักกับเธอคนนี้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการไม่ยอมรับในตำแหน่งสุดยอดนักล่าฝันของเธอ และกรณีที่นำเธอไปเปรียบเทียบกับนักล่าฝันผู้หญิงอีกคน รวมทั้งหลายเสียงต่างพูดเป็นทำนองเดียวกันว่านักล่าฝันหญิงคนนั้นเหมาะสมที่จะได้ตำแหน่งมากกว่า

“สวัสดีค่ะ ไอซ์-ภรภัสสรณ์ ชัยอนันต์นิธิ อายุ 20 ปี ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกขับร้องค่ะ” คำทักทายและแนะนำตัวแบบง่ายๆ ปูทางให้คุณได้รู้จักตัวตนของเธอคนนี้ว่าเป็นใครมาจากไหน ซึ่งเท่าที่ผมทราบมา เธอเป็นคนกรุงเทพฯ มีความสามารถพิเศษหลายด้าน เรื่องร้องเพลงหรือเรื่องเต้นนี่เราคงไม่ต้องพูดถึง เพราะต่างก็เห็นๆ กันอยู่ เอาเป็นว่า เธอยังสามารถเล่นอูคูเลเล คีย์บอร์ด และร้องเพลงคลาสสิกได้อีกด้วย

 

สำหรับการประกวดเอเอฟ 9 นี้ ไอซ์มาประกวดเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือเอเอฟ 6 ที่ผ่านเข้ารอบเพียงแค่ 50 คนสุดท้ายที่ภาคกลางเท่านั้น

“ไอซ์ดูรายการเอเอฟมาตั้งแต่ซีซันแรก พอซีซัน 6 อายุถึงก็มาประกวด แต่ไอซ์ยังไม่สามารถเข้ารอบลึกๆ ได้ คอมเมนเตเตอร์บอกว่าไอซ์ยังดูไม่พร้อม ยังดูไม่ใช่ ยังเด็กไป ก็เลยรอ พอมาซีซันนี้ รู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว ก็เลยมาประกวดอีกครั้งค่ะ”

ไอซ์บอกกับผมว่า ความรู้สึกในช่วงแรกที่เข้ารอบ 24 คน แล้วต้องให้กรรมการเลือกนั้น มันเต็มไปด้วยความกดดัน “กดดันมากจริงๆ ค่ะ ไอซ์คิดว่าตัวเองต้องตกรอบแน่ๆ ตกแน่ๆ เพราะในกลุ่มมี 6 คน แล้วต้องเอาออก 3 คน คือมันจะเดาไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนออกในวันนั้น แต่พอผ่านเข้ารอบเป็น 12 นักล่าฝันตัวจริง แล้วต้องใช้คะแนนโหวต ก็ไม่คิดแล้วค่ะว่าจะออกหรือไม่ออก มันผ่านจุดนั้นมาแล้ว คือไม่คิดแล้ว ปล่อยตัวเองไปตามสบาย และเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด”

เมื่อไอซ์ผ่านเข้ารอบมาเป็น 12 นักล่าฝันตัวจริง ไอซ์ยอมรับกับผมอย่างตรงไปตรงมาว่า เวลามีคนต้องออกจากบ้าน ในช่วงแรกๆ จะร้องไห้มาก ซึ่งเมื่อตอนเป็นคนดูรายการเธอก็เป็นคนหนึ่งที่มีความสงสัยว่า ก็แค่ออกจากการแข่งขันไป คนอื่นๆ จะร้องไห้กันทำไมนักหนา แต่พอได้มาเจอกับตัว ถึงได้รู้ความจริง “ช่วงวีกแรกๆ ทุกคนร้องไห้กันเยอะมาก เพราะเหมือนเข้ามาวันแรกๆ ก็รู้สึกผูกพันกันแล้ว แค่อาทิตย์เดียวก็เหมือนรู้จักกันมานาน ตอนดูในทีวีก็เกิดคำถามว่าถึงขั้นร้องไห้กันจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ แต่พอมาอยู่ตรงจุดนี้จริงๆ ทำให้ได้รู้ว่าที่เราร้องไห้กันมาก เพราะเรารักและสนิทกันมาก จนทำให้เราเสียใจร้องไห้ที่มีคนออกจากบ้านไป”

 

ฟังไอซ์พูดมา ทำให้ผมสรุปใจความได้ว่า รายการประเภทนี้คือรายการที่ใช้ความผูกพัน กดดันให้การแข่งขัน มันสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้คนที่เป็นเพื่อนกัน รักกัน แต่กลับต้องระลึกอยู่ภายในใจอยู่เสมอว่า นี่คือการแข่งขันที่ต้องเอาชนะใจคนดู เพื่อที่เขาจะได้โหวตให้เราก้าวไปสู่จุดหมายปลายทาง ซึ่งระหว่างทาง ไม่เรา ก็เพื่อนเรา ที่ต้องเป็นคนออกจากการแข่งขันไป และเราทุกคนต้องยอมรับมัน

เพราะนี่คือเกม เพราะนี่คือกฎกติกา!

แต่เมื่อเกมการแข่งขันนี้ และกฎกติกานี้ เลือกให้ไอซ์เป็นผู้ชนะ ไอซ์กลับตระหนักอยู่เสมอว่า มันคือชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งนั่นรวมถึงก้อนหินที่ใครหลายคนปาใส่เธอด้วย

“ครูป้าแจ๋ว ยุทธนา ครูใหญ่ประจำบ้าน บอกกับพวกเราทุกคนเสมอว่า ชัยชนะที่เราจะได้มานี้ มันเป็นทุกขลาภ ที่ได้บางอย่างมา ก็ต้องเสียบางอย่างไป เช่น ได้รางวัลมา แต่เราก็อาจจะต้องเสียใจ หรือเสียความรู้สึกไปกับกระแสต่อต้าน ตอนที่อาต้อยกำลังจะประกาศผล มันมีแวบหนึ่งที่ไอซ์รู้สึกว่าอย่าเป็นเราเลย แม้เราจะมีส่วนที่เหมาะสม แต่เพราะเรารู้ว่าเราจะต้องเจออะไร ก็ทำให้ไอซ์แอบคิดนิดนึงว่าอย่าเป็นเราเลย”

แต่เมื่อเธอได้เป็นสุดยอดนักล่าฝันตัวจริงเสียงจริงแล้ว ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว การรับมือกับกระแสต่อต้านที่โจมตีว่าเธอไม่เหมาะสมกับตำแหน่งบ้างล่ะ บ้านรวยทุ่มโหวตบ้างล่ะ นักล่าฝันผู้หญิงอีกคน (เนสท์ วี7) สมควรจะได้รับตำแหน่งนี้มากกว่าบ้างล่ะ ไอซ์ก็ได้เปิดอกแบบลึกสุดใจระบายความรู้สึกให้ผมฟังว่า

 

“ตอนอยู่ในบ้านคุณครูพยายามถามทุกคนตลอดว่าอยากให้ใครเป็นแชมป์ มันก็มีคนนี้บ้าง คนนั้นบ้าง ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าถ้าคนไหนได้ มันเป็นเพราะสาเหตุอะไร สำหรับคนดู เขาอาจจะรักและเห็นข้อดีของคนนั้นคนนี้ เลยอยากให้เป็นแชมป์ หากมีคนเห็นว่าไอซ์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ไอซ์ก็ยินดีน้อมรับ แต่ไอซ์ก็จะพยายามทำให้สักวันหนึ่งเขายอมรับในตัวไอซ์ให้ได้ และเชื่อว่าไอซ์ก็เป็นคนหนึ่งที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เหมือนกัน สำหรับคนที่โหวตให้ไอซ์ แม้คุณจะไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ไอซ์ แต่ยังโหวตให้ ไอซ์ก็ขอขอบคุณมากๆ ส่วนคนที่ไม่ชอบ ไม่โหวต หรือต่อต้าน ถ้าไม่ถูกตาต้องใจ ไม่เป็นไรค่ะ แต่ไอซ์จะพยายามทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด ให้โอกาสไอซ์ด้วยนะคะ”

ในกรณีนี้ เนสท์ วี7 นิศาชล สิ่วไธสง คู่กรณี (ที่คนดูจับคู่ให้) ได้เปิดใจคุยกับผมในประเด็นนี้ว่า

“ไม่ว่าใครจะได้ที่ 1 ทุกคนต่างเหมาะสมที่จะได้ตำแหน่งนี้เท่าๆ กัน แต่ ณ เวลานี้ ผลการตัดสินจากคนดูก็ออกมาแล้ว และเราทุกคนต่างก็ยอมรับในคำตัดสินนั้น อีกทั้งเรายังคงเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ที่รักและห่วงใยกันไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกับกระแสข่าว เนสท์คิดว่าพี่ไอซ์เป็นคนที่มีความสามารถที่เหมาะสมจะได้ตำแหน่งสุดยอดนักล่าฝันนี้ไม่แพ้ใครค่ะ ช่วยเปิดใจให้พี่ไอซ์ด้วยนะคะ”

ไม่ว่าจะอย่างไร เส้นทางเดินหลังจากนี้ต่อไป เป็นเส้นทางที่ทุกคนต้องแข่งขันกันด้วยผลงานเพลง หรืออื่นๆ ที่ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งนี่อาจเป็นบททดสอบที่ชี้ชัดได้มากกว่าว่า ไอซ์ วี8 จะสามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศยอมรับในผลงานและตัวตนของเธอได้มากน้อยแค่ไหน

“ไอซ์มีจุดพีกสุดๆ เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ข้อนี้ไอซ์รู้ดี ไอซ์เลยจะขอทำหนึ่งปีนี้ให้สุดกำลังความสามารถค่ะ เพื่อที่ปีต่อๆ ไปไอซ์จะได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานต่อไปอีกเรื่อยๆ” ไอซ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตาที่มุ่งมั่นตั้งใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

และผมก็เชื่อมั่นว่าเธอคนนี้ก้าวไปได้เกินกว่าที่เธอหวัง!