ฝึกฟุต ฟิต ฟอ ไฟ สไตล์ดาร๊าดารา

วันที่ 14 ส.ค. 2555 เวลา 08:08 น.
ฝึกฟุต ฟิต ฟอ ไฟ สไตล์ดาร๊าดารา
โดย...ตุ้ย วรธาร

อยากจะบอกว่า ณ เวลานี้ดารา นักร้อง คนบันเทิง เขาแห่กันไปวัด...โอ๊ะๆ ไม่ใช่ แห่ไปเรียนภาษาอังกฤษ กันแล้วนะขอบอก...และคงไม่ต้องบอกนะว่า ภาษาสากลของโลกภาษานี้สำคัญแค่ไหน ยังไง แต่บอกได้เลย ต่อไปถ้าใครที่พูดอังกฤษไม่ได้ สื่อสารไม่เป็น ฟังคนอื่นพูดไม่รู้เรื่อง ระวัง! จะตามคนอื่น (ชาติอื่น) ไม่ทัน ยิ่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเปิดในปี 2558 หากคนไทยยัง “นิ่งเฉย” ไม่เห็นความสำคัญ เสียเปรียบชาติอื่นๆ ในอาเซียนชัวร์ ฟันธง!!

งั้นมาอัพเดตว่าดาราคนไหนที่กำลังฟุต ฟิต ฟอ ไฟ กันใหญ่เลยตอนนี้ ว่าแล้วก็ขอบุกไปที่สถาบันสอนภาษาหลายแห่งแถวสยามสแควร์ แม้ไม่พบมีดารากำลังเรียนในช่วงนี้ แต่คำตอบจากสถาบันทั้งหลายบอกว่าเคยมีดารามาเรียนแต่ก็นานนม ผมจึงไปต่อและโชคดีที่ไปจ๊ะเอ๋กับดาราและนักร้องสาวสวยหน้าใส นิว-ปทิตตา อัธยาตมวิทยา และดาราเซ็กซี่ช่อง 3 เจสซี-เจสสิกา ภาสะพันธุ์ ที่สถาบันไอฟาส ของ ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย จึงได้รู้ว่าที่นี่มีดาราเรียนหลายคน อาทิ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ออม-สุชารัตน์ ดีเจเตยหอม อ๊อฟ แฟนฉัน ฯลฯ

เพิ่มคุณค่าและจำเป็นในการทำงาน

นิว ปทิตตา ที่ตอนนี้โด่งดังมากๆ ในญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวันด้วยผลงาน แค่เพลงเพลงเดียว เพลงนี้ “ถามสักคำ” เรียกว่าไม่น่าเชื่อว่า เพลงไทย ร้องด้วยภาษาไทย จะเป็นที่ติดอกติดใจของแฟนเพลงในประเทศเหล่านี้ จนค่ายเพลง “โคลัมเบีย เรกคอร์ด” ห้ามใจไม่อยู่คว้าเธอไปจรดปากกาเซ็นสัญญา 2 ปี เล่าถึงเหตุผลที่มาเรียนภาษาอังกฤษว่า เพราะงานในปัจจุบันและต้องการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

งานของนิว คือ ต้องทำงานเพลงกับชาวต่างชาติ และต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ แต่เหนืออื่นใดเธอต้องการเพิ่มคุณค่าและศักยภาพให้ตัวเอง คือทำให้ตัวเองฉลาดยิ่งขึ้น และการเรียนของเธอครั้งนี้จึงต้องเอาจริง...

“สมัยเรียนมัธยมคุณแม่ก็เคยให้ไปเรียนในโรงเรียนสอนภาษา แต่จบคอร์สแล้วก็พูดอะไรไม่ได้ ครั้งนี้เอาจริง นิวต้องพูดได้ สื่อสารได้ ฟังคนอื่นรู้เรื่อง มันจำเป็นจริงๆ ต้องใช้ในการทำงาน ยิ่งนิวทำงานเพลงกับต่างประเทศ จะใช้ภาษาไทยสื่อสารด้วยเขาก็คงฟังไม่ออก แต่ภาษาอังกฤษแม้เขาจะไม่ถนัดเหมือนกัน ถ้าเราสื่อสารไปแล้วก็น่าจะเข้าใจบ้าง”

ตอนนี้เรียนมาได้ 3 เดือน นิวบอกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ และน่าพอใจมาก ที่เห็นชัดคือ กล้าที่จะพูด มีการออกเสียงที่ดีที่ขึ้น เรียกว่าเห็นฝรั่งไม่คิดจะเดินหลบอีกต่อไป ล่าสุดทำงานถ่ายหนังกับผู้กำกับชาวอเมริกัน เธอบอกว่า ตอนนี้ฟังแล้วเคลียร์ๆๆๆ รู้เรื่องมากขึ้นและกล้าที่จะพูด ถ้าเป็นเมื่อก่อนฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง

อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาจะให้ได้ผลเร็วต้องฝึกใช้บ่อยๆ นิวเองก็เช่นกัน หลังเลิกเรียนทุกครั้งเธอต้องทบทวนในสิ่งที่เรียนพร้อมหมั่นฝึกฝนตลอดโดยเอาเรื่องใกล้ตัวและเรื่องที่ตัวเองชอบมาเป็นบททดสอบพัฒนาการของเธอ

“นิวฝึกจากเรื่องใกล้ตัวค่ะ เช่น ฟังซาวด์แทร็กภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษบ่อยๆ และรู้เรื่องมากขึ้น บางครั้งฟังเพลงอังกฤษแล้วพยายามร้องตามให้ทันและสำเนียงให้ได้ตามเขา ส่วนความหมายค่อยมาดูที่หลัง นิวว่าอย่างนี้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” นิวที่ตอนนี้เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นดาราช่อง 7 เมื่ออาทิตย์กว่าๆ กล่าว

เสียเงินมาเยอะ...ครั้งนี้ต้องพูดได้

ด้าน เจสซี-เจสสิกา ภาสะพันธุ์ ดาราสาวที่มีบทบาททั้งภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง ล่าสุดที่จบไปทางช่อง 3 “รักนี้หัวใจมีครีบ” ซึ่งเธอรับบทวิฬาร์ เป็นลูกไทยแท้ไม่ใช่ลูกครึ่งแต่เกิดที่สหรัฐ ทว่ามาโตที่เมืองไทย ในวัย 3 ขวบ พูดอังกฤษปร๋อๆๆ แต่หลังจากย้ายมาอยู่เมืองไทย เจสซีก็คืนให้เจ้าของภาษาไปด้วย (อิอิ) เพราะไม่ได้ใช้ อีกอย่างเมื่ออยู่ไทยคุณแม่ไม่ให้เรียนโรงเรียนอินเตอร์เพราะไม่อยากให้ทิ้งภาษาไทย...เลยกลายเป็นทิ้งภาษาอังกฤษไปเลยตั้งแต่นั้น

แม้ว่าตอนหลังจะเรียนพิเศษกับอาจารย์ฝรั่งก็ไม่สัมฤทธิผล สปีกอิงลิชก็ยังไม่ได้ มาครั้งนี้ เธอหมายมั่นยืนยันคำเดียวสามครั้งดังๆ ต้องได้ ต้องได้ และต้องได้

พร้อมใช้คำพูดจากใจเป็นแรงผลักดันและให้กำลังใจตัวเองซึ่งใครจะยืมไปใช้บ้างเธอก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ว่า โตปานนี้...ถ้ายังพูดไม่ได้ก็อายเขา และเรียนตอนโต...ก็ยังไม่สาย อย่างน้อยก็ทำให้กล้าขึ้น

เห็นเอาจริงซะขนาดนี้ เจสซีเปิดใจว่า ครั้งหนึ่งคุณแม่เคยจ้างครูฝรั่งมาสอนภาษาอังกฤษให้ถึงที่บ้านอยู่พักใหญ่ด้วยเงินจำนวนไม่น้อย แต่ว่าที่สุดก็ไม่ได้ช่วยให้พูดได้ตามต้องการ ภาษาอังกฤษยังคงงูๆ ปลาๆ เวลาฝรั่งมาถามก็ไม่กล้าพูด บางครั้งก็ยิ้มเจื่อนๆ “ชี้ไม้ชี้มือ” ให้มันผ่านๆ ไป แต่ตอนนี้หลังจากที่มาเรียนได้ประมาณ 3 เดือนก็พูดได้เยอะ แม้จะยังไม่เก่งไม่คล่อง แต่ก็กล้ากว่าเมื่อก่อนแยะ

“พัฒนาการของเจสดีขึ้นเยอะ กล้าพูด เมื่อก่อนอายค่ะ เวลาคุณแม่ไปทำงานซึ่งเกี่ยวกับล่าม แล้วเจสต้องไปกับคุณแม่เจอเขา (ล่าม) จะไม่กล้าคุยกับเขาหรอก ก็จะได้แต่นั่งเงียบ เวลาเขาคุยด้วยก็จะได้แต่ยิ้ม แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เจสเริ่มกล้าขึ้น กล้าคุยมากขึ้น ฟังเขาพูดแล้วรู้ว่าจะตอบเขายังไง แต่บางครั้งเรียกว่ามั่วๆ ไปก็ยังดีกว่าไม่กล้า ซึ่งอันนี้เจสมองว่าเป็นพัฒนาการจากการเรียนของเราซึ่งกำลังให้ผลผลิตออกมา”

อย่าช้า...มาเรียนอังกฤษกันเถอะ

นิวบอกว่า ภาษาอังกฤษสำคัญมากและเป็นจุดบอดของเด็กไทยและนักศึกษาไทย สมมติจบปริญญาตรีมา 1,000 คน ถามว่าพูดอังกฤษได้กี่คน อันนี้เป็นคำถามที่กระแทกตัวเองได้มากแค่ไหน เราจบปริญญาตรี แต่ทำไมภาษาอังกฤษยังงูๆ ปลาๆ เผลอๆ ปัจจุบันภาษาไทยยังใช้ผิดด้วย ฉะนั้นมันสำคัญมากที่เราคนไทยต้องพูดอังกฤษได้

“ตอนนี้เราลงทุนกับชาวต่างชาติก็เยอะนะ แต่ต่อไปเขาจะมาเข้าทำโปรเจกต์กับประเทศไทยเยอะกว่านี้ ถ้าเรารู้ไม่ทันเขาเราก็เหนื่อยมากขึ้น เพราะต้องวิ่งตามเขาและเหนื่อยมากขึ้นหลายเท่า จึงอยากชวนทุกคนมาเรียนโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน นักศึกษาต้องเรียนและต้องพูดได้ด้วย อย่าให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนเรียนตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยก็ยังพูดไม่ได้” ดาราช่อง 7 สดๆ ร้อนๆ กล่าว

ด้านเจสซีเสริมว่า ทุกวันนี้ภาษาอังกฤษเริ่มเข้ามามีส่วนสำคัญกับชีวิตประจำวันของทุกคนมากขึ้น และเราจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับมันในหลายมิติอย่างมิอาจเลี่ยงได้ เช่น การทำธุรกิจกับต่างชาติ การสื่อสารกับต่างชาติ ที่ต่อไปในอนาคตจะมีมากขึ้นเป็นพลวัต

สุดท้ายสองสาวได้ฝากข้อคิดสำหรับคนที่จะเรียนภาษาอังกฤษว่า ถึงแม้จะเรียนภาษาอังกฤษก็อย่าทำให้ภาษาไทยของเราวิบัติ เช่น พูดไทยแต่สำเนียงอังกฤษ แต่ควรพูดให้ชัดเจนในทุกภาษาที่ตัวเองเรียน

คงต้องให้กำลังใจเหล่าดาราที่ใฝ่ในการพัฒนาตนเองทั้งหลายประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษอย่างที่ตั้งใจ