สไตล์คุณแม่คุณลูกเซเลบ

  • วันที่ 09 ส.ค. 2555 เวลา 09:21 น.

สไตล์คุณแม่คุณลูกเซเลบ

โดย... วิกตอเรีย / ภาพ (โมนา โดย ทวีชัย ธวัชปกรณ์ / น้อยหน่า โดย พงษ์ไทย วัฒนาวณิชย์วุฒิ / ตุ๊กติ๊ก โดย วิศิษฐ์ แถมเงิน)

เมื่อออกงานสังคมบ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นคุณแม่คุณลูกควงกันมา หลายคู่หลายครอบครัวแต่งเนื้อแต่งตัวคล้ายคลึงกลมกลืนกันดูน่ารักน่าชม วันนี้พวกเราชาว Z เลยจะพาไปส่องดูสิว่า สาวสังคมคนสวยและลูกๆ แต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างไรยามต้องออกงาน รวมทั้งเคล็ดไม่ลับการเลี้ยงดูลูกๆ ในแบบฉบับของ 3 แม่ 3 สไตล์

วิภาวี คอมันตร์ ... ทำให้เขาเติบโตเป็นเด็กที่มีความสุข

คุณแม่คนสวย โมนาวิภาวี คอมันตร์ เจ้าของศูนย์การเรียน บี บูเลอวาร์ด เอดูเคชั่น พาร์ค ย่านกิ่งแก้ว บางพลี แต่งงานกับ อามร์อธิดุลย์ คอมันตร์ มา 9 ปี มีโซ่ทอง 2 เส้น เป็นลูกชายและลูกสาวฝาแฝด วัย 3 ขวบ 3 เดือน น้องธิ เอกวิทย์ และน้องดา วรดา คอมันตร์

“ปกติไม่ค่อยพาไปไหนมาไหนบ่อยนัก ยกเว้นงานญาติพี่น้องหรือลูกเพื่อน เพราะตอนนี้ถ้าคนหนึ่งซนอีกคนหนึ่งก็จะซนตาม บางทีสร้างแรงจูงใจหรือให้รางวัลเขาว่าเขาทำความดีมีน้ำใจก็พาออกไปเที่ยว ปกติเน้นออกไปต่างจังหวัดมากกว่า แต่ภายใต้รั้วบ้านเดียวกันก็มีญาติๆ อยู่หลายหลัง พอมีวันเกิดใครสักคนก็มารวมตัวกัน สังสรรค์ ไม่ได้อยากพาเขาไปงานฟังก์ชัน อีเวนต์ข้างนอก

 

ส่วนตัวแล้วสไตล์การแต่งตัวของตัวเองก็แล้วแต่อารมณ์จริงๆ โมนาเป็นคนไม่เปรี้ยว ชอบใส่ที่รู้สึกว่าเรามั่นใจ แล้วก็ไม่โป๊ แต่งเพลนๆ ไม่ค่อยเลือกพวกลวดลายมาก เพราะโดยปกติถือว่าลงทุนซื้อเรียบๆ ได้ เก็บไว้ได้นาน แต่ก็ไปหาแอกเซสซอรี ผ้าพันคอ เข็มขัด ฯลฯ มาเติมแทน

สำหรับเด็กๆ เขาเริ่มหัดเลือกเอง แต่เวลาเลือกมันจะไม่เข้ากัน บางทีเราไปขัดใจเขาก็ไม่พอใจ อย่างน้องดา ผู้หญิงก็จะชอบสีชมพู สมมติว่าไปข้างนอกเราก็ใส่ให้โทนสีเดียวกัน อย่างสีแดงก็แดงด้วยกัน แต่คนละเฉด หรือสีน้ำเงินกับฟ้า เวลาออกไปคนเขาจะทัก อุ๊ย...ฝาแฝด แต่ว่าที่ใส่กันเองทุกวันนี้ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร คือต่างคนต่างใส่ บางทีไปทะเล น้องธิ ผู้ชายก็อยากใส่เป็นบีชบอย ฮาวาย น้องดาจะแบบเป็นเจ้าหญิง แล้วแต่อารมณ์ ไม่ได้มีธีมชัดทั้งคู่ แต่รวมๆ จะเน้นให้โทนสีไปโทนเดียวกันได้ ดูออกมาแล้วกลมกลืนน่ารัก ไม่อยากให้แก่แดดมากเกินไป

ถ้าย้อนกลับมองว่าตัวเองก็ไม่ค่อยเป็นผู้หญิงแต่งตัวเก่งเท่าไร ส่วนมากเวลาเลือกให้ลูกก็เลยจะอิงตัวเองเป็นหลัก เลยเอาแบบใสๆ แต่แบบพอตอนนี้เริ่มแต่งตัวกันเป็นขึ้น ก็จะเริ่มมิกซ์แอนด์แมตช์ สไตล์น้องดาก็จะเริ่ม อันนี้ไม่เอา จะเอาอันโน้น จะเป็นเจ้าหญิง ซินเดอเรลลา สโนไวท์ แต่โมนาไม่ได้ซื้ออะไรแบบนั้นให้เลย ขณะที่ลูกชาย ธิเขาจะอะไรก็ได้ และพอได้ ของเขาเลย อันนี้แน่ๆ เวลาจะพาออกไปไหนเด็กๆ จะทราบล่วงหน้า ธิจะชอบสังคม เฟรนด์ลี ยิ้มให้ทุกคน ชอบถ่ายรูปและเก๊กท่า ส่วนดาไม่เอาด้วยเลย หลบอยู่ที่อื่น

ในมุมการเลี้ยงดู โมนามองว่า เขาอยากเป็นอะไรก็ได้ถ้าเขามีความสุข บางทีเราเห็นพ่อแม่บางคนบอกลูกต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เอาลูกไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น มันไปสร้างความกดดันให้เด็ก แต่เราขอยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นแล้วเขาจะมั่นใจในตัวเอง เหมือนกับเราซัพพอร์ตเขาตลอดเวลา ส่งเสริมเขาในสิ่งที่เขาชอบ จะทำให้เขาเติบโตเป็นเด็กที่มีความสุข แม้ว่าหลายครั้งคำถามวัยเรียนรู้ของเขาจะพรั่งพรูมาตลอด จนเราเบื่อตอบ แต่ก็ต้องทำให้เขาอย่างเข้าใจ

 

โมนาเคยมองเห็นคุณแม่ของเราทุ่มเทมาก ทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย คือไปรับไปส่งลูกเอง ไม่เคยมารับเราช้า ท่านเป็นแม่ที่ให้เวลากับเรามาก ก็เลยรู้สึกว่าได้แบบอย่างตรงนี้มา เขาทำอะไรก็มีส่วนร่วม และต้องอยู่ใกล้ชิดกันค่ะ”

เพ็ญสุภา คชเสนี ... เลี้ยงลูกเหมือนที่ถูกเลี้ยงมา

ซิงเกิลมัมคนเก่ง เป็นทั้ง พีอาร์ โซเชียล ไดเรกเตอร์ ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล และคุณแม่เต็มเวลามาตลอด 13 ขวบปี น้อยหน่าเพ็ญสุภา คชเสนี กับ หนูนวลสาริศา คชเสนี ลูกสาวคนสวย ทั้งแสดงบทบาทของแม่ มุมของพี่สาว และเพื่อนคนดี วันนี้ทั้งคู่เพิ่งสูญเสียญาติผู้ใหญ่คนสำคัญ คุณหญิงจงกล กิตติขจร ไปหมาดๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์ให้มุมสนุกของแม่ลูกระหว่างพิธีการที่บ้านย่านสามเสน

“ที่ผ่านมาเลี้ยงลูกเหมือนที่ถูกเลี้ยงมาเลยค่ะ จากที่คุณแม่เลี้ยงเรามาก็ผสมกับหนังสือที่อ่าน บวกกับครอบครัวที่มีคุณทวด คุณยาย มีผู้ใหญ่หลายๆ คน คอยร่วมกันสั่งสอนเสมอ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป บ้านเราก็ไม่ลืม เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย กิริยามารยาท หรือความนอบน้อมแบบผู้หญิงไทย เรารู้สึกว่าถูกสอนมาดี มีรากฐานที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบอย่างที่ไม่เหมาะไม่ควร ลูกหลานทุกคนก็ทราบดี

ในมุมของการแต่งตัว ลูกก็ใส่ชุดแม่ได้ เดี๋ยวนี้โตเท่ากันแล้ว (หัวเราะ) แต่ก่อนจะจับเขาแต่งตัวให้น่ารักเหมือนตุ๊กตา กระโปรงทรงบานๆ ทำผมน่ารักๆ พอเริ่มโตขึ้นเขาก็มีแบบอย่างจากทีวี แมกกาซีน อยากใส่กางเกง เริ่มไม่ใส่กระโปรง เลือกสไตล์ของตัวเองได้ แต่สิ่งที่ยึดกันไว้เลยเป็นข้อห้าม คือต้องไม่ขนาดกางเกงขาสั้นมากๆ ก็ไม่ควร แต่ถ้าไม่สั้นมากตัวเองก็ยังใส่อยู่ โอเค ทันยุคทันสมัยแฟชั่นบ้าง

 

ส่วนเรื่องทั่วไปอย่างไปวัดต้องใส่กระโปรง ไม่ใส่เสื้อแขนกุด ก็เป็นสิ่งที่สอนกันมาทุกคน เวลาไปเจอคนอื่นใส่ที่ไม่เหมาะหน่าเองก็รู้สึกขัดลูกหูลูกตา คนไทยทำไมแต่งตัวแบบนั้น แล้วอย่างงานต่างๆ ที่มีโอกาสพาน้องนวลไป สมัยหนึ่งก็จะไม่ค่อยมีคนพาเด็กๆ ไป ตัวเองก็ไม่ค่อยอยากพาไป จำเป็นก็ต้องพาไป ติดขวดนมไป เวลาลูกหิวก็เดินเข้าห้องน้ำให้นมลูก (หัวเราะ)

ถ้าเป็นงานครอบครัวนี้ให้อยู่ด้วยตลอด อย่างงานวันเกิดคุณตา งานวันเกิดคุณยาย เขาก็จะมาร่วมด้วยตลอด ส่วนงานข้างนอกช่วงที่มีลูกก็ห่างหายไป เพื่อนๆ ก็คิดถึง บอกให้กลับมาหน่อย พาลูกไปด้วยนะ ตรงนี้แต่ละครั้งก็ต้องดูสถานที่ ดูเวลา อย่างงานที่นานๆ มากไม่ไป อันไหนที่ไม่เข้ากับเด็ก อย่างงานเหล้า งานดึกๆ ก็ไม่ให้ไป บางทีก็กลัวว่าเดี๋ยวลูกโดนทิ้ง เพราะคุณแม่ต้องทักทายประชาชน (หัวเราะ) มีงานหนึ่งตอนนั้นไม่กี่ขวบเอง หนูนวลร้องไห้ลั่นบนบันได ทุกคนบอกหน่าเอาลูกกลับบ้านเถอะ สงสาร แต่จริงๆ หนูนวลไม่อยากกลับ กลายเป็นอย่างนั้นไป

เขาสนิทกับแม่นะ ปรึกษาทุกเรื่อง แต่ประสาวัยรุ่นก็มีบ้าง เริ่มมีมุมส่วนตัว อย่างเรื่องบีบี ไอโพน ไอแพด แชตเยอะก็เป็นห่วงเหมือนกัน

เวลาช็อปปิ้งเลือกของกัน ส่วนใหญ่ถ้าไปกับคุณยายจะได้เยอะหน่อย (หัวเราะ) ไปกับแม่ไม่ค่อยได้เท่าไร คุณยายสอนว่าแต่งให้เหมาะกับกาลเทศะ แต่งตัวให้ดีเกินไว้ก่อน โอเวอร์ เดรส ต้องดีกว่า อันเดอร์ เดรส อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่หลุดโลกนะคะ เราแต่งดีเพราะให้เกียรติและเคารพสถานที่ที่ไป

ส่วนตัวหน่าชอบแต่งทุกแบบ ไม่ใช่เป็นนักทดลอง แต่คิดว่าตัวเองใส่ยังไงก็ได้ สำหรับน้องนวลก็บอกเสมอว่าแต่งที่เป็นเรา ไม่ใช่แต่งตามคนอื่น ต้องเรียบร้อย...อันนี้หน่าจะบอกจะสอนตลอด และแม้จะแยกกับคุณพ่อแล้วแต่เขาก็จะมารับทุกอาทิตย์ ซื้อเสื้อผ้าให้เยอะมาก แถมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ด้วยนี่แหละ

เรื่องหนึ่งที่ต้องขอกันไว้เลย คือ ตัวอย่างดารา หรือคนในสื่อที่โป๊มากๆ เอาเรื่องเซ็กซี่มานำ มาขาย ไม่ใช่ตัวอย่างเลย อีกเรื่องหนึ่งคือ การศัลยกรรม อันนี้คือไม่ชอบกันเลยจริงๆ”

อภิภาวดี เครือโสภณ ... ให้อิสระในการที่จะเลือก

 

ลูกสาว 2 คน เพลงรำไพ วัย 9 ขวบ และพิณไพเราะ 5 ขวบครึ่ง กับคุณแม่อภิภาวดี เครือโสภณ คนเก่ง แวะมาเล่าถึงความสัมพันธ์สนุกประสา 3 สาว

“พื้นฐานคนเล็กจะเงียบและเป็นตัวของตัวเองมาก คนโตจะนักกีฬา ลุยๆ หน่อย ไม่ค่อยหวาน จะเลี้ยงทั้งคู่ให้เต็มที่กับชีวิต อยากเรียนอะไรต้องเรียนจริง ให้เรียนหมด กิจกรรมที่โรงเรียนเขาเยอะมาก กีฬาหลากประเภท ดนตรี บัลเลต์ ทำกันหมดทุกอย่าง เพราะโรงเรียนเป็นสไตล์เลิกบ่าย แล้วหลังจากนั้นทำกิจกรรมให้เด็กๆ ผ่อนคลาย เรียนรู้อย่างอื่น

เรามีแบบอย่างจากที่บ้าน คือ เรื่องกาลเทศะ ไม่ร้องเพลงบนโต๊ะอาหาร ไม่เล่นอาหาร และจากคุณตาก็เรื่องความสะอาด ไม่สวมรองเท้าแตะออกนอกบ้าน ถ้าใส่รองเท้าผ้าใบต้องใส่ถุงเท้าด้วย เพราะเขาอยู่โรงเรียนอินเตอร์บางทีจะเห็นเพื่อนบางคนใส่ชุดนักเรียน แต่รองเท้าสวมหรือแตะแบบรัดส้น แต่ตุ๊กติ๊กจะไม่ให้ใส่ มีความรู้สึกว่าไปโรงเรียนแบบนั้นไม่เหมาะสม

ถ้าเป็นเรื่องนิสัยใจคอ น่าจะเป็นเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สมมติว่ามีเกมๆ หนึ่งอยากจะเล่นกันมาก คนหนึ่งเล่นก่อน 1 ชั่วโมง อีกคนเล่นต่อ 1 ชั่วโมง อะไรอย่างนี้ เวลาว่างก็จะไปตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปเลี้ยงข้าว ไปสอนร้องเพลง สอนศิลปะ ไปอาบน้ำให้ ทาแป้ง ให้น้องๆ

ตอนจะมีเด็กๆ ชอบลูกสาวอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่องแต่งตัวนะ คิดถึงว่าก็ยังได้เพื่อนไปโน่นไปนี่ด้วยกันบ่อยๆ ได้ ถ้าพูดเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว ตอนนี้เขามีพัฒนาการตามวัย อย่างคนเล็กจะผู้หญิงนิดหนึ่ง กระโปรงลูกไม้ สีหวานๆ ส่วนคนโตจะเน้นเล่นกีฬาอย่างเดียว บัลเลต์สวยๆ ไม่เอา มีช็อปปิ้งด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แม่จะเลือกให้ โดยที่เซอร์เวย์ก่อนว่าโอเคไหม ต้องคอยสืบว่าชอบ ไม่ชอบอะไร บางทีไปบางงานแล้วเขาอยากตามแม่ไปด้วย ก็จะบังคับว่าต้องใส่กระโปรงนะ ถ้าอยากไปก็ต้องใส่ คืออย่างน้อยให้อิสระในการที่จะเลือกแบบไหน จากที่เราเป็นคนเลือกมาให้ ส่วนคนเล็กตอนนี้ยังไม่มีปัญหา สไตล์เขาค่อนข้างผู้หญิง ต้องสีชมพู หรือลายจุด ช่วงนี้ก็ชอบใส่เป็นฟ้า

ตอนเด็กๆ ชอบให้เขาใส่เหมือนกัน แต่พอโตแล้ว ถ้าไปงานศพชุดสีขาวก็โอเค อย่างงานลี้ยงที่จะต้องไปเจอผู้ใหญ่ ถ้าเป็นงานอีเวนต์เนี่ย ตามห้างต้องดูความเหมาะสมค่ะ แต่บางวันเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ และแม่ๆ ก็อยากพาไปเพราะเป็นเรื่องของพวกเขาโดยตรง หรือไปที่คนพลุกพล่านหน่อยแต่มีพี่เลี้ยงมาด้วย ก็ไปได้ เพราะจะช่วยกันดู

การแต่งตัวของตุ๊กติ๊กเอง ปกติก็เรียบๆ ส่วนมากโทนขาว ดำ เทา ไม่ได้ฉูดฉาดมาก ส่วนใหญ่คล่องตัวก็สวมกางเกงแล้วก็ถ้าใส่ส้นสูงก็สูง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ