คลื่นลูกใหม่ ‘รายการเฟ้นหาดาว’ เดินตาม หรือแตกต่าง?

วันที่ 06 ส.ค. 2555 เวลา 08:49 น.
คลื่นลูกใหม่ ‘รายการเฟ้นหาดาว’ เดินตาม หรือแตกต่าง?
โดย...จตุรภัทร หาญจริง

ถ้าถามว่า มีรายการเฟ้นหาดาวมาประดับวงการบันเทิงรายการใดบ้าง ที่เฟ้นหาดาวจนโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์มาจนถึงทุกวันนี้

หากนึกถึง เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ต้องนึกถึงการประกวดร้องเพลงชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สยามกลการ (ที่เปลี่ยนมาเป็นการประกวดร้องเพลงถ้วยพระราชทานชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นเปลี่ยนมาเป็นนิสสันอวอร์ดเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง เป็นซูบารุอวอร์ด แล้วเปลี่ยนมาเป็นรายการเคพีเอ็น อวอร์ด ที่ปัจจุบัน คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ได้มอบหมายให้ทายาทสุดหล่อ กรณ์ ณรงค์เดช ปรับโฉมรายการจนทำให้ดูดีมีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น)

หากนึกถึง บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ต้องนึกถึง รายการเดอะ สตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ที่เอาชนะใจคนไทยทั้งประเทศด้วยรูปแบบดรามา เรียกน้ำตา และทำให้เด็กที่เข้าตามีผลงานอย่างต่อเนื่อง จนฐานเสียงแฟนคลับแน่นหนาขึ้นทุกวัน

หรือหากนึกถึง ออฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ต้องนึกถึง อะคาเดมี แฟนเทเชีย หรือเอเอฟ รายการเรียลิตีที่คนดูสามารถเฝ้าดูชีวิตจริงของผู้เข้าแข่งขันได้ 24 ชั่วโมง ทางหน้าจอทีวี ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี (และมีแฟนคลับช่วยกันโหวตกระหน่ำพุ่งขึ้นทุกปี)

เมื่อท้องฟ้าแห่งวงการบันเทิงยังมีที่ว่างมากมายให้ทั้งดาวดวงใหม่ จึงไม่แปลก หากจะมีคลื่นลูกใหม่ลุกขึ้นมาทำรายการเฟ้นหาดาวเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่เราอยากรู้คือ รายการเฟ้นหาดาวที่เป็นคลื่นลูกใหม่นี้ เดินตาม หรือแตกต่าง? ถ้าแตกต่าง แตกต่างอย่างไร? แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปกับดาวที่เขาเฟ้นหามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก?

ต่อไปนี้คือคำตอบ

มาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด...ฝันไกลสู่ซูเปอร์สตาร์

มาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด คือ รายการเฟ้นหาดาวที่ แต๋ง-ภูษิต ไล้ทอง เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ หมายมั่นปั้นมือให้เวทีแห่งนี้ คือ ที่แจ้งเกิดของซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของเมืองไทย (ที่ไม่ว่าจะมาเร็วหรือมาช้า แต่ก็ขอให้มา และขอให้เจอ)

“ผมเชื่อว่าผู้จัดละครก็ยังต้องการนักแสดงหน้าใหม่ วงการเพลง ก็ยังต้องการศิลปินหน้าใหม่ เพียงแต่ว่ามีรายการประกวดเยอะ แต่ตัวซูเปอร์สตาร์ยังไม่เกิด หรือเกิด ก็ยังเป็นดาวดวงเดิม เพราะฉะนั้นเรายังมีโอกาสที่จะพบเจอดาวดวงนั้น ซึ่งทีวีธันเดอร์และช่อง 3 พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อเราเจอเด็กที่มีความสามารถที่พร้อมจะสู้ไปกับเรา เราก็พร้อมที่จะสู้ไปกับเด็ก พร้อมจะทำให้เขามีผลงานออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด”

หากมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมยังต้องทำรายการประกวดร้องเพลง เดินตามความสำเร็จของรายการอื่นหรือเปล่า ภูษิตยอมรับว่า เดินตามในแง่ของการประกวดร้องเพลง แต่สิ่งที่แตกต่างคือรูปแบบการนำเสนอ ที่ต้องเข้าถึงใจคนดู และทำให้คนดูสนุกไปกับรายการ

“ผมเชื่อมั่นว่าการร้องเพลงเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่จะสื่ออารมณ์ได้ และทำให้เราเห็นถึงความสามารถ พลังภายใน และการสื่อสารเรื่องราวของผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งช่วยทำให้เรามองเห็นว่าใครมีแววที่จะก้าวไปเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่การประกวดร้องเพลงจะน่าเบื่อและไม่จับใจคนดู หากทำออกมาด้วยวิธีการเดิมๆ เราเลยทำรูปแบบรายการที่ทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วม เหมือนได้ลุ้นได้เชียร์คนในครอบครัว

เรายังมีคณะกรรมการที่เป็นที่ยอมรับในวงการมาให้คำแนะนำ เช่น ต๊งเหน่งรัดเกล้า รวมทั้งมีโค้ชที่เป็นนักร้องที่มีคุณภาพ เช่น เบน ชลาทิศ มาช่วยทำให้รายการมีสีสัน ทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้ความรู้ และทำให้คนดูมีความสุขจากการรับชม อีกทั้งเรามีงานให้เด็กทำอย่างแน่นอน ซึ่งผมคิดว่านี่แหละคือ หัวใจสำคัญของรายการเฟ้นหาดาวครับ”

จี จูเนียร์...เป็นได้มากกว่าศิลปินฝึกหัด

จากแนวคิดที่ว่าเด็กวัยรุ่นมีความสามารถมากขึ้น มีโรงเรียนสอนร้องเพลง สอนเต้น สอนการแสดงเกิดขึ้นเยอะมาก เด็กไปเรียนกันเยอะ แต่ไม่มีที่ระบายออก นี่จึงเป็นโอกาสของ ป๊อป-ศักดิ์สกุล แก้วมาตย์ อาร์ติสต์ แมนเนจเมนต์ ไดเรกเตอร์ จี.ไอดี มิวสิก เลเบิล จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่อยากจะทำรายการ G-Junior รายการที่ให้เด็ก 12 คน เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัด เพื่อคัดเลือกว่าใครพร้อมที่จะทำงานได้จริงมากที่สุด หากใครพร้อมก็ออกจากรายการ เพื่อไปทำผลงานจริงได้เลยทันที แต่หากใครไม่มีพัฒนาการ หรือท้อแท้ หรือใจไม่สู้ ก็สามารถออกจากรายการได้ทันทีเช่นเดียวกัน เพราะรายการนี้เปิดโอกาสให้น้องๆ ทางบ้านที่มั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถ กล้านำเสนอตัวเอง เพื่อเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดในรายการได้ทุกเมื่อ

“นี่คือความแตกต่าง” ศักดิ์สกุลยืนยัน “แตกต่างทั้งในแง่รูปแบบการนำเสนอ กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรายการ และทิศทางที่เด็กของเราจะก้าวไปต่อ อย่าลืมว่าแกรมมี่พร้อมมากในแง่ของมีเดีย ทั้งหนัง เพลง ละคร วิทยุ โทรทัศน์ นิตยสาร เราพร้อมให้เด็กทำงานจริงได้ทันที ไม่ต้องรอให้จบรายการ เพราะรายการเราไม่มีตอนจบ ไม่มีแบ่งว่าซีซัน 1 หรือ 2 หรือ 3 ไม่มี เรามีการไหลเวียนเด็กเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา

อีกทั้งเรายังมีคอนเนกชันทั้งจีน ทั้งเกาหลี ที่สามารถผลักดันเด็กของเราโกอินเตอร์ เราจึงเตรียมพร้อมด้วยการให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีน นี่จึงเป็นความแตกต่างที่เราทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง” ศักดิ์สกุล ตบท้าย

ขวัญใจไทยแลนด์...ต้องคนที่มีออรา

“นี่คือรายการเดียวของโลกที่มี ดร.ขวัญใจ ตู้สแกนเนอร์ความมีออราที่อัจฉริยะที่สุด ซึ่งเราคิดขึ้นเอง ไม่ลอกเลียนแบบใคร” นี่คือคำบอกเล่าของ แพม-ลลิตา ตะเวทิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออเคสตร้า เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ที่จัดทำรายการ Thailand’s Most Famous ขวัญใจไทยแลนด์

“รายการเราต้องการคนที่มีออรา อย่าลืมว่า หน้าตาหล่อสวย มีความสามารถดีก็จริง แต่ถ้าไม่มีเสน่ห์ ไม่มีออราที่ทำให้คนหลงใหลคลั่งไคล้ จบรายการไปก็เท่านั้น มันไปต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มีออราไม่จำเป็นว่าต้องหล่อสวย หรือมีความสามารถดีเลิศ ตลกก็ได้ ขอเพียงเขาทำให้คนดูมีความสุข จดจำเขาได้ สามารถเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศได้ นี่แหละคือสิ่งที่เราเฟ้นหา ซึ่งคนที่เฟ้นหาเขาก็เป็นคนที่มีออราด้วย ไม่ว่าจะอนันดา หลุยส์ สก๊อต หรือมอส ปฏิภาณ”

ขึ้นชื่อว่าการแข่งขัน เมื่อจบการแข่งขัน ทุกอย่างก็พร้อมจะถูกกลืนหาย เพราะรายการประกวดอื่นๆ จ่อคิวรอยาวเหยียด ลลิตา กล่าวว่า ผู้ที่ได้เป็นขวัญใจไทยแลนด์ มีงานต่อที่ช่อง 3 ทันที เพราะนี่คือการเฟ้นหาคนที่จะมาเซ็นสัญญากับทางช่อง 3

ลลิตา ยังกล่าวถึงผู้ชนะการแข่งขัน (น้องสาว) จากรายการทีนซูเปอร์สตาร์ (รายการที่เธอจัดทำก่อนหน้านี้) ว่าน้องสาวได้ไปทำงานที่เกาหลีกับค่ายเพลงสตาร์ชิป เอ็นเตอร์เทนเมนต์จริง ไม่ใช่จบรายการแล้วทุกอย่างก็จบตามไปด้วย

“น้องสาวไปอยู่ที่เกาหลีแล้ว เป็นคนไทยคนเดียวในค่ายที่ฝึกฝนจนได้คะแนนสูงสุด และตอนนี้โปรดิวเซอร์กำลังแต่งเพลงให้ ซึ่งเราต้องรออย่างใจเย็น ปล่อยให้เมล็ดพันธุ์ได้เติบโตตามที่มันควรจะเป็นไป

น้องสาวเคยโทร.มาเล่าให้ฟังว่า ค่ายเพลงที่เกาหลีมีศิลปินเยอะมาก แต่ห้องซ้อมน้อย น้องสาวเลยไม่กล้าไปแย่งห้องซ้อมใคร แต่เปลี่ยนวิธีด้วยการตื่นหกโมงเช้า เพื่อจะได้ซ้อมในห้องซ้อม ซึ่งน้องสาวทำอย่างนี้ทุกวัน อีกอย่างน้องสาวเต้นได้เหมือนเด็กผู้ชาย ซึ่งหายากในเกาหลี เด็กคนนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองของค่ายเพลงเกาหลีมากๆ ซึ่งรับรองได้เลยว่า เมื่อผลงานเพลงออกมา น้องสาวจะดังไปทั่วโลก เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างแน่นอน”

ไม่ว่าจะเดินตาม หรือแตกต่าง ท้ายที่สุด การผลักดันดาวดวงใหม่ให้มีผลงานออกมาสู่สายตาประชาชน (อย่างต่อเนื่อง) จนเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าแห่งวงการบันเทิงให้ได้นานที่สุด คือ หน้าที่ที่สำคัญกว่า และเป็นสิ่งที่ต้องทำมากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้ดาวดวงใหม่...เลือนหายไปตามสายลม!