ครั้งแรกในจอ (เงิน) "สู่ขวัญ บูลกุล"

วันที่ 26 ก.ค. 2555 เวลา 09:36 น.
ครั้งแรกในจอ (เงิน) "สู่ขวัญ บูลกุล"
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ / จีทีเอช

นอกจอ ใครๆ ก็รู้ว่า “สู่ขวัญ บูลกุล” คือนางเอกของสามีสุดเลิฟ “โชค บูลกุล” แถมเธอก็ยังเป็นนางเอกในดวงใจที่ลูกชาย “น้องปราบ บูลกุล” ทั้งรักและหวง

ในจอ สู่ขวัญก็เป็นนางเอก (นะจ๊ะ) ที่คุ้นหน้าคุ้นตาคือ เธอเป็นนางเอกรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ที่มีคาแรกเตอร์สดใส ไม่ว่าจะเล่าข่าวอะไร น้ำท่วม ไฟไหม้ ปาระเบิด ปล้นห้าง สงครามกลางเมือง สู่ขวัญก็ทำได้ดี

แต่ที่น่าจับตาล่าสุด ก็เห็นจะเป็นการมารับบทนางเอกเต็มตัวครั้งแรก ในหนังฉลอง 7 ขวบของค่ายจีทีเอช ที่ยั่วล้อและหยอกเย้ากับตัวเลขมงคลได้อย่างสนุกซึ้ง “รัก 7 ปี ดี 7 หน”

“เรื่องการแสดงนี่ค่อนข้างจะไกลตัวขวัญมากกกก ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมาข้องแวะเลย สมัยเรียนก็ไม่มีนะคะ” เธอยอมรับพร้อมกับโปรยยิ้มหวาน

 

แม้ไม่เคยรับงานแสดงมาก่อน แต่บทบาท “หล่อน” ที่สู่ขวัญเล่นไว้ในตอน “42.195” ก็ถือว่าสอบผ่านได้อย่างสบายๆ (ใครไปดูหนังมาแล้ว ยกมือขึ้น) เพราะสู่ขวัญทำให้ตัวละคร “หล่อน” มีชีวิต มีมิติ เห็นได้ถึงภาวะความสับสนทางใจของแม่ม่ายสามีตาย ที่กำลังโดนศรรักปักอก จนเกิดอาการพะอืดพะอมต่อหนุ่มน้อยหน้าใสกิ๊ก (นิชคุณ หรเวชกุล) ที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดเข้ามาโดยมีการวิ่งมาราธอนเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์

“ตกลงเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะขวัญชอบผู้กำกับ พี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) ชอบเนื้อเรื่อง ชอบบท แต่พอจะเล่นจริงๆ ขวัญก็เริ่มไม่มั่นใจ ขวัญกลัวว่าจะไปเป็นตัวถ่วงคนอื่น ก็ถามพี่เก้งนะว่าทำไมไม่เลือกนักแสดงเก่งๆ มาเล่น พี่เก้งบอกว่า พี่อยากได้ผู้หญิงแบบขวัญนี่แหละ ซึ่งวันนั้นหลังคุยกัน ขวัญได้เห็นอย่างหนึ่งในตัวพี่เก้ง นั่นคือความไว้วางใจที่มอบให้กับขวัญ ไว้วางใจให้ขวัญเล่นหนังเรื่องแรก ไว้วางใจให้เป็นนางเอก ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีประสบการณ์การแสดง ขวัญเลยรู้สึกว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจขนาดนี้ ก็ต้องให้ความไว้วางใจกลับคืนไปเหมือนกัน”

โอกาสมักมาพร้อมความท้าทายและมักจะจบลงที่ความเข้าใจในสิ่งที่กำลังได้ทดลองทำ เช่น ที่สู่ขวัญได้รับหลายๆ โอกาส ตั้งแต่เป็นผู้ประกาศข่าว เป็นพิธีกรเล่าข่าว จนถึงการเป็นนักแสดง ทุกๆ โอกาสต่างก็แฝงมาด้วยเรื่องราวมากมายให้ค้นหาและพิสูจน์ตัวตน

“การแสดงทำให้ขวัญได้เป็นอีกคน ได้เป็นคนที่ไม่ใช่ตัวขวัญ ขวัญเป็นสู่ขวัญมา 30 กว่าปี แล้วอยู่ๆ ระยะเวลาเพียงแค่ 3 สัปดาห์ ขวัญก็ต้องกลายไปเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งขวัญคิดว่าการที่ขวัญเข้าไปสวมบทเป็นคนอื่น เข้าไปมีประสบการณ์ร่วมกับคนคน หนึ่ง เข้าไปตีความในคาแรกเตอร์ของคนอื่น หรือมีจุดยืนอย่างอื่น มีความคิดที่ไม่ใช่แบบเดิมๆ ทำให้มีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไปในการใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ว่าจะทัศนคติ หรือมุมมองเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ แรกๆ ก็รู้สึกต้านนิดๆ ในความเป็นตัวละครตัวนี้ แต่พอสักพักขวัญกลับเริ่มเข้าใจในความเป็นตัวละครตัวนี้ ถ้ากลับมามองชีวิตขวัญเองก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจชีวิตและพร้อมยอมรับอะไรได้เยอะขึ้น”

มาชิมลางงานแสดงในเรื่องนี้เรื่องแรก สู่ขวัญใช้ความเป็น “หน้าใหม่” และ “มือใหม่” ได้อย่างคุ้มค่า เป็นการกรุยทางนำไปสู่ “ความสด” ของตัวละคร บวกกับ “ความเข้าถึง” ในตัวบท ที่ถ้าไม่บอกว่านี่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็คงหลงเชื่อว่าเธอเป็นนักแสดงมืออาชีพ

ประสบการณ์หน้ากล้องทีวีกลายเป็นอุปสรรคสำหรับนักแสดงมือใหม่ สู่ขวัญบอกแรกๆ เธอมีชอบจ้องกล้อง กล้องอยู่ทางไหนเธอก็รีบหันไปจ้องทันควัน หลังๆ ก็ปรับตัวได้ ไม่เอาจ้องกล้องอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงที่ออกมาจากข้างใน แล้วใส่ความเป็นธรรมชาติ

“คนที่เคยเป็นพิธีกรทีวีมาก่อน เจอปัญหานี้เหมือนกันค่ะ พี่เก้งว่านะคะ เห็นกล้องไม่ได้จ้องทันที หรือกล้องไปทางไหนก็จะตาม เหมือนคนติดกล้อง แต่การเล่นหนังไม่ใช่ ไม่จำเป็นต้องมองกล้อง ทุกอย่างต้องมาจากความเข้าใจ มาจากข้างใน ซึ่งงานพิธีกรเล่าข่าวมันเน้นความรวดเร็วและรีบจับประเด็น เล่าๆ เพื่อให้ทันเวลา ส่วนการแสดงมันคือความประณีตและช้า ต้องอาศัยอารมณ์และความรู้สึกช่วยด้วย บทหนึ่งบรรทัดต้องมานั่งแปลอีกว่ามันหมายถึงอะไร สคริปต์ข่าวไม่ต้องขนาดนั้น”

ที่สุดแล้วไม่ว่าจะงานอะไร หัวใจสำคัญที่สู่ขวัญเรียนรู้และถือเป็นครู ก็คือ การฟัง ฟังจากสิ่งที่คนอื่นพูด แล้วตอบจากความรู้สึกของตัวเอง

“จะงานพิธีกรหรืองานแสดง ขวัญว่าการฟังสำคัญมากๆ ถ้าเราฟังด้วยความเข้าใจ เราก็ตอบจากความเข้าใจของเรา ซึ่งก็เป็นคำตอบที่มาจากความรู้สึกของเราจริงๆ”

ด้วยที่สู่ขวัญเป็นสะใภ้ฟาร์มโชคชัย แน่นอนเธอจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนคำถาม “ไฮโซมาเล่นหนัง” ซึ่งเจ้าตัวก็รีบปฏิเสธ เปล่าไฮโซ เธอคือคนธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นภรรยา เป็นคุณแม่ เป็นพิธีกร แล้วตอนนี้ก็มีงานแสดงหนึ่งเรื่อง

“คนจะติดภาพมากกว่าค่ะ จริงๆ ภาพนั้นก็น่าจะมาจากชื่อเสียงของบรรพบุรุษของสามีมากกว่าค่ะ (ยิ้มๆ) ตัวขวัญเองเป็นคนง่ายๆ คุณโชคยิ่งเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ลุยมาก กินข้าวแกงข้างถนน ขวัญก็ทำงานกลับบ้าน เลี้ยงลูก ไปรับลูก ไปจ่ายตลาด แทบไม่ได้ไปออกงานสังคมที่ไหนเลย ไฮโซมั้ย ขวัญว่าไม่ใช่นะ”

“รัก 7 ปี ดี 7 หน” มีเลข 7 เป็นเลขนำโชค ใครเล่าจะเชื่อ

สู่ขวัญก็มีความผูกพันกับเลข 7 พอสมควร รู้หรือไม่ว่าเธอเกิดวันที่ 27 หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ก็เป็นเลข 7 เกือบยกเซต ยังไม่หมดแค่นั้นนะ สู่ขวัญยังเป็นศิษย์เก่านิเทศศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 27 ซะด้วย

“คิดตลอดเลยนะคะว่าเลข 27 เป็นเลขของขวัญ จนมาเล่นหนังเรื่องนี้ ที่ตอนแรกพี่เก้งโทรศัพท์มาหา แล้วพี่เก้งก็บอกว่าหนังเรื่องนี้ครบรอบ 7 ปีจีทีเอช ขวัญก็อึ้ง มารู้ชื่อหนังอีก ก็ยิ่งอึ้งสิคะ ยังคิดในใจเลยนะ อะไรมันจะประจวบเหมาะขนาดนั้น ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างมันลงล็อกไปหมด” สู่ขวัญทิ้งท้าย

บทความแนะนำ