'ฝนตกขึ้นฟ้า'จากนิยายนัวร์สู่แผ่นฟิล์ม

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2554 เวลา 07:45 น.

'ฝนตกขึ้นฟ้า'จากนิยายนัวร์สู่แผ่นฟิล์ม

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

มันเป็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับชีวิตของมือปืนคนหนึ่ง ซึ่งรอดตายราวปาฏิหาริย์จากการถูกลอบยิง กระสุนทะลวงศีรษะจนต้องนอนโคม่านานสามเดือน ก่อนจะตื่นมาพบว่าโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เขามองเห็นภาพทุกอย่างกลับหัว

“ฝนตกขึ้นฟ้า” นวนิยายแนวทดลองของ วินทร์ เลียววาริณ ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แนวฟิล์มนัวร์ ว่าด้วยเรื่องของการทรยศหักหลัง ชายร้ายหญิงเลว ตำรวจชั่ว อาชญากรรมและคอร์รัปชัน นี่คือผลงานเด่นอีกเล่มที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างอื้อฉาว

“ฟิล์มนัวร์ (Film Noir) คำว่า นัวร์ ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ดำ เรียกว่า ภาพยนตร์ดำ หรือภาพยนตร์มืด หนังที่จัดอยู่ในประเภทฟิล์มนัวร์จะใช้โทนมืดๆ หม่นๆ ตีแผ่ด้านมืดในจิตใจมนุษย์ แฉด้านอัปลักษณ์ออกมา”

“ฝนตกขึ้นฟ้าในทีแรกเขียนเป็นบทภาพยนตร์ แต่ต่อมาได้พัฒนาจนจบเป็นนวนิยาย แรงบันดาลใจมาจากการหวนรำลึกถึงหนังฟิล์มนัวร์ในอดีตที่ชอบดู เรื่องของอาชญากรรม การทรยศหักหลัง ตำรวจ โจร โสเภณี ปัญหาคอร์รัปชัน ผมพยายามฉายสะท้อนปัญหาสังคมในบ้านเราออกมาตีแผ่ ฉากของเรื่องก็แทบจะเป็นกรุงเทพฯ โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว”

นั่นเป็นคำบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของนิยายนัวร์ๆ ตามแบบฉบับของวินทร์ เลียววาริณ ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นนักทดลองแห่งวงการวรรณกรรมไทย

หนังสือเล่มนี้ปรากฏต่อสายตาคนอ่านอย่างเงียบเชียบ แต่หลังได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ ในวันนี้โดยฝีมือผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง ก็ได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ อีกครั้ง

“เนื้อหาทั้งในหนังสือและภาพยนตร์ผมถือว่าเบามากนะ เมื่อเทียบกับข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ้านเรา ตั้งแต่เด็กจนโตผมก็เห็นว่ามันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน ยังเต็มไปด้วยการฆ่าฟัน คดโกง ข่มขืน ศพนองเลือด บรรดาเรื่องเลวๆ ทั้งหลาย โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ ทั้งนั้น

“ฝนตกขึ้นฟ้าตีความได้ทั้งในแบบรูปธรรมและนามธรรมคือ มองทุกอย่างกลับหัว เป็นสัญลักษณ์ของการมองภาพที่บิดเบี้ยว มองภาพในสังคมอีกแง่มุมหนึ่ง”

เรื่องราวของ ตุล อดีตตำรวจตงฉินผู้อยู่ตรงข้ามกับอบายมุขทุกรูปแบบ แต่วันหนึ่งกลับถูกสถานการณ์จำเป็นผลักไสเข้าสู่โลกอันมืดดำของอาชญากรรม ด้วยบทบาทของมือปืน ภายใต้องค์กรลับที่รับจ้างสังหารนักการเมืองคอร์รัปชันและนักธุรกิจชั่ว

จนวันหนึ่งเกิดพลาดพลั้งส่งผลให้มือปืนผู้ฟื้นจากความตายต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท มองทุกสิ่งทุกอย่างกลับหัว สายตาที่เขามองโลกก็พลันเปลี่ยนแปลงไป หลายสิ่งจะซับซ้อนพร่าเลือน แต่บางอย่างก็กลับกระจ่างแจ่มชัดขึ้น

นักเขียนดับเบิลซีไรต์บอกว่าจะดูหนังก่อนแล้วค่อยอ่านนิยาย หรืออ่านก่อนดูทีหลัง อรรถรสก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

“คงเหมือนกับคุณกินข้าวราดกะเพราไก่ไข่ดาว จะตักข้าว กินกะเพราไก่ หรือไข่เป็นอันดับแรก ไม่สำคัญเท่ากับอาหารจานนั้นอร่อยหรือเปล่า มันยากที่ผู้กำกับจะทำให้หนังออกมาเหมือนที่นักเขียนจินตนาการ แต่เวอร์ชันคุณเป็นเอกถือว่าน่าสนใจ เพราะสามารถถ่ายทอดฟิล์มนัวร์ออกมาผสมกับความเป็นเป็นเอกได้ชัด สด ใหม่ แปลก ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทยทั่วไป ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ

“ผมเชื่อว่ามีคนไทยเป็นล้านๆ อยากให้มีองค์กรมือปืนที่ไล่ฆ่าพวกนักการเมืองเลวๆ นักธุรกิจชั่วๆ เหมือนในหนังสือ แต่ยังไงผมก็หวังว่าคงไม่ต้องถึงขั้นนั้น ถ้าระบบดี คนฉลาดขึ้น มีปัญญามากขึ้น นักการเมืองเลวๆ อยู่ไม่ได้หรอก “ทุกวันนี้เวลาเราโทษนักการเมืองเลวๆ เมื่อมองอีกด้านหนึ่ง มองย้อนกลับมาแบบฝนตกขึ้นฟ้า เราอาจต้องโทษตัวเองด้วย เพราะความไม่รู้ เพราะเงินทอง เพราะระบบอุปถัมภ์ เพราะเราโง่เอง ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม ในที่สุดเราก็เลือกเขากลับมา”

ท่ามกลางความมืดหม่นของโลกกลับหัวกลับหาง ผิดที่ผิดทาง ภาพที่เห็นวิปริตผิดเพี้ยนไปจากเดิม แต่ความจริงแท้แน่นอนที่สุดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ก็คือสัจธรรมที่ว่า

อย่าได้หวังว่าโลกนี้จะมีความยุติธรรม

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ