โอปอล์ เลือกได้ ไม่ง้อรัก!

วันที่ 22 ก.พ. 2553 เวลา 19:20 น.
วันนี้ โอปอล์ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ยังตอกย้ำว่า ของแปลกมาแรงส์ อย่างไม่หยุดยั้ง ถึงเวลาที่คนสวยใสยังต้องถอย!!!

หลังจากที่หาญกล้าลุกขึ้นมาสลัดผ้าโชว์ของดำ (เนียน) บนเรือนร่างอันอวบอึ๋มส์ ในการถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำครั้งแรกในชีวิตให้นิตยสารลิปส์เมื่อซัมเมอร์ปีก่อน กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ ถึงขนาดที่ได้รับโหวตจากเว็บไซต์แมกกาซีนดี ให้เป็นแฟชั่นที่เริ่ดที่สุดแห่งปี อีกหลายเว็บไซต์ก็ยกให้เธอเป็นรองแค่ อั้ม พัชราภา แม้แต่หลุยส์ วิตตอง เจ้าของแบรนด์ที่เธอสวมใส่ถ่ายแบบยังออกปากชมเปาะ...!

ล่าสุด!! เธอไม่หยุดความแรง ไปนั่งให้ช่างหั่นผมจนสั้นกุด เปรี้ยวได้ใจอีกระลอกในภาพเสือสาวสยบให้กับนิตยสารเล่มเดิม ขายดิบขายดีไปตามความคาดหมาย...

โอปอล์

ณ เวลานี้ใครๆ ก็อยากได้เธอไปร่วมงาน เพราะเธอทั้งทุ่มเท ทั้งตั้งใจ และเต็มเหนี่ยวทุกอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นลีลา ลูกล่อลูกชน ไม่รู้ขนมาจากไหน มาใส่แบบไม่ยั้ง แม้ “ไม่สวยไม่ใส” แต่ “ไม่ไร้สมอง” นั่นคือสาเหตุให้โอปอล์แจ้งเกิดในวงการนี้ได้เต็มตัว

เฮอะ... ไม่ต้องพึ่ง “ความสวย” ก็ “รวย” ได้ (ย่ะ) ล่าสุดผู้จัดการส่วนตัวบอกว่า ทั้ง 7 วันโอปอล์แทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง กับบทบาทพิธีกรกว่า 6 รายการ ตั้งแต่ แอลจี เอนเตอร์เทนเนอร์ ดาวอาสา คลิกไปเที่ยวไป ซิสเตอร์เดย์ ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ ซิตคอม เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร (แสดงและทำงานเบื้องหลัง) นอกจากนี้ ยังเป็นดีเจสาวให้กับคลื่น 94.0 EFM คู่กับดีเจเชาเชาอีก ยังไม่นับงานอีเวนต์ที่เข้ามาไม่ขาดสาย บ่อยครั้งที่ 1 วันเธอต้องวิ่งถึง 3 งาน

“น้องปอล์ทำงานเป็นมืออาชีพมาก ตรงต่อเวลา ไม่เคยให้ใครรอ เธอมีความตั้งใจทำงานสูงมาก ไม่เคยหลุด มีพรสวรรค์ในการเป็นพิธีกร และไม่เคยทำงานเป็นแพตเทิร์น งานอีเวนต์ฟีดแบ็กดีมาก เจ้าของจะโทรศัพท์มาชื่นชม และจะเรียกใช้อีก”

เรื่องราวจากปากผู้จัดการส่วนตัว ที่ไม่มีใครเห็นเป็นอื่น เช่นเดียวกับตัวโอปอล์ที่ค้นพบตัวเองว่า งานพิธีกรและดีเจเป็นงานที่เธอ โคตะระ รัก

หลายคนมองว่าทำไมโอปอล์จึงเป็นผู้หญิงที่มั่นใจนัก ทุกครั้งที่เจอคำถามนี้ เธอจะบอกว่า ไม่ได้มั่นใจอะไรมากมาย ถ้ามั่นใจเธอคงไม่ใส่ถุงน่องดำ ไม่ทาอายไลเนอร์เสียขนาดนั้น... ก็เธอรู้ว่ามีข้อบกพร่องเยอะไปหมด แต่เลือกเกิดไม่ได้ จึงขอเลือกมีความสุขกับสิ่งที่เป็น อย่าให้สังคมมาทำให้คิดว่าเป็น “ขยะ” เพราะความ “ไม่สวย”

หะนั้น แม้งานจะรุ่งพุ่งไม่หยุด แต่ด้านความรักกลับอับเฉา ไร้เงาชาย ถึงจะมีข่าวชู้สาวออกมาเป็นระยะๆ ทั้งกับหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ หนุ่มซันนี่ที่เล่นหนังเพื่อนสนิทด้วยกัน กระทั่งออฟ ปองศักดิ์ ที่ข่าวว่าเธออยากได้เขามาเป็นสามีจนตัวสั่น เข้าขั้นหนักคือ รักเพศเดียวกัน โอปอล์บอกว่า “ขำ ขำ ไม่มีอะไรในกอไผ่” และไมมีวันสปาร์คเด็ดขาด

ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ยิ่งถามถึงสเปกผู้ชายเธอตอบอย่างสบายๆ ว่า “ปอล์ไม่มีหรอกฮ่ะ ปอล์ชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่ ที่สำคัญต้องรักปอล์คนเดียวเท่านั้น” เธอเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าได้คบกับผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่ เขาจะหยุดอยู่ที่เธอ ชีวิตนี้ขอสาปส่งผู้ชายเจ้าชู้ ถ้ามันไม่ดี ก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า...!

สาวมั่นอย่างโอปอล์ ไม่รู้สึกว่าต้องง้อรัก หรือวิ่งหาให้เหนื่อยใจ

“ปอล์ไม่รู้สึกว่าต้องขวนขวายหาความรักให้วุ่นวาย ไม่ได้รู้สึกเหงา ไม่รู้สึกว่าขาดอะไร มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ บางคนอกหักจะเป็นจะตาย ปอล์ว่าพอเถอะเรารักตัวเองดีกว่า ถ้าเรามานั่งฟูมฟาย ก็เหมือนมองโลกแคบๆ มีอะไรอย่างอื่นให้เราทำอีกเยอะ”

โอปอล์ประกาศว่า สถานะเป็นโสดไร้รอยตำหนิ ชีวิตนี้ขอทุ่มเทกับงานและครอบครัว

“ปอล์เชื่อว่าชีวิตยังมีเรื่องอะไรที่มาเติมเต็ม ทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัว โดยเฉพาะงาน ซึ่งปอล์มีความสุขมากกว่าจะไปคิดเรื่องความรัก”
แม้จะไม่รู้สึกรู้สากับฤดูรักเดือนกุมภาฯ แต่วาเลนไทน์ก็มีความหมายอยู่ไม่น้อย

“พ่อปอล์เกิดวันที่ 13 ก.พ. ฉะนั้นวาเลนไทน์ของทุกปีปอล์จะซื้อดอกไม้ ซื้อของขวัญให้คุณพ่อ ยิ่งปีนี้วันวาเลนไทน์ตรงกับตรุษจีน ปอล์ไม่มีโปรแกรมก็อยู่กับครอบครัว กินข้าวกัน อยู่ท่ามกลางคนที่เรารักและรักเรา เท่านี้ก็มีความสุขและหายเหนื่อย”

ทำงานหนักทุกวันนี้เพื่อให้พ่อแม่ได้หยุดพัก และอยู่อย่างสบาย ตราบใดที่เธอยังมีแรงและยังมีคนจ้าง ครอบครัวจะไม่มีวันลำบาก นี่คือความตั้งใจอันสูงสุด

ใครเคยปรามาสว่า เธอเป็นของดำ ของแปลก โหย...ตอนนี้รุ่งซะไม่มี อิจฉากันล่ะสิ !!!