‘คนโขน’ บนเวทีออสการ์

  • วันที่ 13 ต.ค. 2554 เวลา 08:18 น.

‘คนโขน’ บนเวทีออสการ์

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

แถน แถ่น แถ้น และแล้วหวยล็อก อูย!?! ไม่ช่ายๆ “ตัวแทนหนังไทยชิงออสการ์ปี 2012” (สาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม) ก็ตกเป็นของ “คนโขน” (อย่างช่วยมิได้ ฮะฮา)

พลันที่ผลประกาศออกมา นานาจิตตังด้านความเห็นก็ปะทุดังปุๆ

เย้!!! ก็เยอะ คนโขนสู้ๆ คนโขนสู้ตาย คนโขนไว้ลาย ฮูเล ฮูลา ลั่นล้า คว้าออสการ์ (มาให้ได้เด้อ เอาใจเชียร์)

ยี้!!! ก็แยะ ไปได้ไงเนี้ย ใครเลือกฟะ ไม่เห็นจะดีเลย เรื่องอื่นก็มีถมถืด (เรื่องไหนอ่ะ) ไปก็ขายหน้า ฆ่าตัวตาย แถมเสียชื่อหนังไทย เซ็งเป็ด!!!

เยอะแยะไปด้วยคอมเมนต์ของแฟนพันธุ์แท้หนังไทย (เยอะแยะแค่ไหนโปรดอ่านคอมเมนต์ในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับหนังเองนะจ๊ะ) แต่ที่แน่ๆ นี่คือผลงานที่ถูกคัดเลือกเป็นเอกฉันท์จาก สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ โดยความเห็นชอบของ สำนักงานศิลปวัฒธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม (จ้า)

จาก “หนังเจ๊งสนิท” สู่หนังชิงออสการ์”

แม้หน้าหนังจะดูดีมีสกุลรุนชาติ ไม่ใช่หนังไก่กาฮาสาดดาดๆ ทั่วไป แต่ใครจะไปเชื่อละ พอเข้าฉายเท่านั้น (ประมาณไม่ทันที่ตดจะหายเหม็นเลยอ่ะ) หายนะก็มาเยือน “คนโขน” ซะแว้ววว ด้วยการรั้งตำแหน่ง “หนังเจ๊งสนิท” ขาดทุนยับชนิดทำเอาหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

 ขนาดผู้กำกับเอง “ศรัณยู วงษ์กระจ่าง” ถึงขั้นยอมรับความพ่ายแพ้แอนด์ท้อแท้ผ่านเฟซบุ๊กทำนองว่า ตกใจ (ว้ายกรี๊ด) เป็นไปได้ไง รายได้ทั้งหมดที่เก็บได้มันน้อยเกินประเมินไว้เสียอีก โอ้แม่เจ้า!!!

“อย่าให้ผมบอกตัวเลขเลย ผู้ที่คอยลุ้นคอยให้กำลังใจผมตลอดมา จะพลอยหดหู่ใจกันเปล่าๆ ถ้าจะบอกว่าผมไม่เสียใจ ก็คงจะเป็นการโกหกตัวเองเกินไป”

ไม่หมด ยังไม่หมดหนังยังโดนจวกเละทั้งเหล่านักวิจารณ์และคอหนังไทยพันธุ์แท้ถึงเนื้อหาที่ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ (โอเคหรือไม่โอเค บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนด้วยนะเออ)

นั่นจึงมีคำถามตามติดว่า “คนโขน” เจ๋งตรงไหนถึงได้ไปชิงออสการ์

“ออสการ์จะเน้นหนังแนวตลาดมากกว่า ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่าหนังที่ได้รับรางวัลจากที่หนึ่งแล้วจะประสบความสำเร็จอีกที่หนึ่ง ด้วยเหตุนี้ทางสมาพันธ์ฯ จึงคัดเลือก ‘คนโขน’ ส่งไปประกวด เพราะเป็นหนังตลาดที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย มีเนื้อหาสอดแทรกด้วยละครชีวิต และเป็นหนังที่ได้รับการอุดหนุนจากโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลด้วย”

เป็นทัศนะของผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม “ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล” ซึ่งน่าจะตอบทุกๆ คำถาม (ที่ยัง) คลุมเครือได้กระจ่างแจ้ง

อ่ะ ถ้าไม่เคลียร์ งั้นไปฟังความเห็นชัดๆ ชัวร์ๆ (อีกรอบ) จากปาก ประธานการคัดเลือกสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ “นคร วีระประวัติ” ที่บอกตัด (สิน) ใจเลือก “คนโขน” เพราะเป็นหนังที่พูดถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย รวมทั้งยังมีเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนแล้ว ถ่ายทอดเป็นศิลปะบนแผ่นฟิล์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งตรงกับประเภทและตรงกับสเปกของรางวัลออสการ์ในสาขานี้

เคลียร์คัตชัดชัวร์ป๊ะ?

“คนโขน” มีสิทธิ “แอ้มออสการ์” หรือเปล่า

ถ้าไม่อายที่จะเอ่ยความรู้สึกลึกๆ จากก้นบึ้งในใจ (ขอชาตินิยมนิดส์หนึ่งนะ) เราๆ ท่านๆ ก็คงอยากให้ “คนโขน” ฝ่าด่านแรกกรรมการเพื่อกรุยทางเข้ารอบสุดท้ายแบบไม่ต้องลุ้นให้เสียอารมณ์ ด้วยเหตุผล (ที่ไม่เข้ารอบ) เพราะ “ถูกโยนลงถังขยะ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ดู”

แต่ถ้าบอกตรงๆ ไม่อ้อมค้อม แล้วก็ไม่อคติ การที่ “คนโขน” จะได้สิทธิ “แอ้มออสการ์” นั่นหมายถึงเข้ารอบสุดท้าย สาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมคงต้องอ่วมอรทัยไส้ไหลทะลักอย่างแน่นอน

เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็คู่แข่งเป็นตัวแทนที่ได้ชิงจากประเทศต่างๆ ซึ่งทยอยปรากฏโฉมหน้าเรียกว่า “โคตรหิน” แถมยังเข้าขั้น “อรหันต์” ไม่พอนะ รางวัลจากเทศกาลดังๆ การันตียาวเหยียด นี่ไม่รวมชื่อชั้นผู้กำกับอีกละ ป็อปๆ กันทั้งนั้น

ตัวอย่างที่ทำเอาน้ำลายเหนียวหนืด เช่น Le Havre โดยฝีมือปรมาจารย์ชาวฟินแลนด์ “อากิ เคาริสมากิ” “เบลา ทาร์” ตัวแทนจากฮังการี The Turin Horse หรือแม้แต่ผู้กำกับสุดบรรเจิด “วิม เวนเดอร์ส” ก็มี Pina หนังสามมิติเป็นตัวแทนชาวเยอรมัน

ขยับมาแถบย่านเอเชียหน่อยมั้ย “อัชกาห์ร ฟาร์ฮาดี” Nader and Simin : A Separation หนังอิหร่านรางวัลหมีทองคำ กรุงเบอร์ลิน “จางอี้โหมว” พร้อมสู้ศึกด้วย War of Flowers ในฐานะตัวแทนจีนแผ่นดินใหญ่ ตัวแทนญี่ปุ่นมีผลงานใหม่ Poscard ของผู้กำกับรุ่นลายคราม “ชินโด คาเนะโตะ” เจ้าแม่หนังชีวิตแห่งเกาะฮ่องกง “แอนน์ ฮุย” ก็ส่ง A Simple Life ร่วมประชัน

ด้วยความเคารพ นี่ไม่นับอีกหลายประเทศที่โผรายชื่อยังไม่ออกนะ รู้แล้วก็คงจะหนาวจนสะท้านเชียวแหละ

นักวิจารณ์ (นิตยสาร Starpics) “ชญานิน เตียงพิทยากร” ที่วิพากษ์ “คนโขน” ไว้อย่างแสบสัน ก็มองว่าจุดที่ออสการ์จะหลงรักตัวแทนหนังไทยเรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์เชือดเฉือนที่ดรามาถูกใจออสการ์อยู่ไม่น้อย ด้วยเนื้อหามีทั้งเรื่องของศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแสน Exotic และชีวิตความเป็นมนุษย์ ความดี ความเลว ที่ปะทะสังสรรค์กันอย่างเปี่ยมมิติลึกซึ้งทางศิลป์ ผ่านตัวละครที่ว่ายเวียนอยู่ในแวดวงแห่งนาฏมายาที่กำลังจะสูญพันธุ์ลงช้าๆ อย่างโขน ออสการ์คงจะชอบจนถอนตัวไม่ขึ้นทีเดียว

ฟากศรัณยูให้ความเห็นสั้นๆ ที่สุดแล้วหนังจะผ่านการคัดเลือกของกรรมการออสการ์ไปได้ซักแค่ไหน ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำเลย เขาจึงไม่อยากคาดหวังอะไรมากมายกว่าความภูมิใจในฐานะตัวแทนหนังไทยบนเวทีออสการ์

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ