ไปซ่ากับ "มาดามมด"

วันที่ 02 ต.ค. 2554 เวลา 07:21 น.
ไปซ่ากับ "มาดามมด"
รู้จักกับ "มาดามมด" พิธีกรรายการ "ภาษา พลาซ่า" ที่ขนเอาความรู้ด้านภาษามาพร้อมความฮาสุดขีด!

โดย...แดงน้อย / ภาพ: ภัทรชัย ปรีชาพานิช

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการภาษา พลาซ่า แหล่งรวมความบันเทิงทางภาษา ที่จะพาทุกคนไปซ่ากับภาษาให้ฮากระจายยยยยย...”

ใครไม่รู้จักก็เช้ย-เชย อะดิ “มาดามมด” พิธีกรรายการสอนภาษาสุดจี๊ดแห่ง “ภาษา พลาซ่า” ทางช่องเพลย์ แชนแนล ด้วยรูปแบบรายการที่ยังไม่เคยมีใคร (กล้า) ทำมาก่อน คือเน้น “ฮา” นำหน้า ส่วนเกร็ดความรู้ภาษาไทยนั้นแฝงเอาไว้อย่างเนียนๆ

กระแส “มาดามมด” ไม่ได้มีเฉพาะในเคเบิลทีวีเพียงอย่างเดียว โซเชียลเน็ตเวิร์กที่เฟื่องฟูในปัจจุบัน การแบ่งปันคลิปต่างๆ ง่ายเพียงกระดิกนิ้ว ยิ่งผลักดันให้ทั้งตัวรายการ “ภาษา พลาซ่า” และ “มาดามมด” เป็นที่รู้จักกระจายในเน็ตเวิร์ก

“เป็นคนขี้อายมากค่ะ” นั่นคือประโยคแรกๆ ที่ “มาดามมด” ตัวจริงเสียงจริงเอ่ย... แต่ใครเขาจะไปเชื่อละฮะ... เธอเล่าให้ฟังแบบจริงๆ จังๆ ว่า เป็นคนมี 2 โหมดในตัวเอง โหมดหนึ่งเป็นคนพูดน้อย ขี้อาย ขี้เขิน แต่เวลาได้ทำงานด้านการแสดง อีกโหมดหนึ่งก็จะมา

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามาดามคนนี้มีดีกรีนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เลยทีเดียวนะค้า แถมยังเป็นเด็กเรียนมากๆ อีกด้วย แต่กิจกรรมก็ทำนะ โดยเฉพาะด้านการแสดงที่เธอเห็นว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์

“จุดเริ่มต้นของรายการภาษา พลาซ่า มาจากทางผู้ใหญ่เห็นว่ามดเป็นคนชอบเกี่ยวกับด้านภาษามาก ชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ก็เลยได้มีโอกาสเข้าไปคุยว่าเขากำลังจะทำรายการเกี่ยวกับภาษา ซึ่งเราก็ชอบมาทางนี้ ก็ตกลงเลย

จากจุดเริ่มต้นมาถึงปัจจุบัน รายการก็มีพัฒนาการเยอะค่ะ ตอนช่วงแรกเราก็จะเรียบร้อย (ฮา) ตอนแรกตั้งใจจะให้วิชาการหน่อย เรียบร้อยน่าเชื่อถือ ซึ่งนั่นคือดูเรียบร้อยน่าเชื่อถือแล้วนะ (ฮา) พอทำมาสักพักเราก็เลยเริ่มเห็นว่าช่วงที่เราจำลองสถานการณ์เป็นช่วงที่เราชอบ แล้วคนดูก็ชอบด้วย จนเราคิดว่านั่นแหละเป็นจุดเด่นของรายการเรา หลังๆ ก็เลยเพิ่มเติมให้มีสีสันมากขึ้น” มาดามเล่าพร้อมกะพริบตาบ่อยๆ คล้ายจะโชว์ขนตา 38 ชั้นประดับคริสตัล หรือว่าหนักก็ไม่ทราบ (ฮา)

ภาพที่ทุกคนเห็นในรายการ กับ “มาดามมด” คนที่นั่งข้างๆ เราตอนนี้ เป็นคนคนเดียวกันแน่นอนค่า... เธอเต็มไปด้วยอารมณ์ขันและมุขตลก แต่ก็มีความจริงจังอยู่ในที เธอบอกกับเราว่า “ปัจจุบัน” สำคัญที่สุด เธอจะตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าอนาคตจะดีได้ก็ต้องมาจากปัจจุบันนี่แหละ

พอถามว่าตัวเองดังหรือยัง เธอรีบสวนกลับมาเลยว่า “ยัง” (ฮ่ะ)

“มดคิดว่าตอนนี้มีคนรู้จักเรามากในระดับนึง ซึ่งก็มาจากการแชร์ลิงก์รายการผ่านทางเครือข่ายโซเชียลต่างๆ อย่างเวลาออกไปข้างนอกก็จะมีคนมาทัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัยรุ่น การทักทายก็มีหลายแบบค่ะ อย่างเดินเข้ามาแล้วก็ทักเราด้วยคำที่เราเคยเสนอในรายการ หรือไม่ก็เดินมาบอกเราว่า เนี่ยแม่ผมดูชอบมากเลย แม้กระทั่งมีคุณแม่เดินมาพูดตลกๆ กับเราว่า นี่ลูกฉันดูแล้วเลียนแบบเธอ (ฮา)
มดชอบนะคะ แล้วก็รู้สึกดีมากๆ ที่มีคนชอบเราและกล้าเข้ามาคุยกับเรา ทำให้เราคิดว่าการที่เรามาทำตรงนี้ เราสามารถให้ความสุขกับเขาได้ ซึ่งมีแฟนๆ บางคนทำของมาให้ เขียนการ์ดมาให้ด้วย ปลื้มใจมากๆ ค่ะ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนรักเราขนาดนี้”

กระนั้นก็ยังมีกระแสที่ผู้ใหญ่ยังไม่เข้าใจการนำเสนอคำศัพท์ โดยเฉพาะศัพท์วัยรุ่น บางคนอาจมองว่ารายการภาษา พลาซ่า เป็นรายการที่นำเสนอเรื่องราวที่ไม่ได้สาระ แถมยังเป็นการเผยแพร่การใช้ภาษาวิบัติให้มากขึ้นหรือเปล่า? กลายเป็นว่าถูกมองว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี

 

“มดดีใจมากที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องภาษามากขึ้น ไม่ว่าเขาจะรู้สึกแค่ว่ามันเป็นเพียงความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีกลุ่มคนที่มาบอกเราว่า เขาดูรายการนี้แล้วได้ความรู้ไปโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ว่ามันจะดูขำก๊าก แต่ว่าสาระมันก็มีอยู่ ซึ่งเราตั้งใจอยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเอาความบันเทิงเป็นหลัก

มดไม่ได้มองว่าการใช้ภาษาวิบัติเป็นเรื่องที่ผิดเลย เคยคิดเรื่องประเด็นเกี่ยวกับการถูกเข้าใจผิดโดยกลุ่มผู้ใหญ่เหมือนกันว่า เราสอนอะไรให้กับเด็กๆ แต่พอเรามานั่งนึกดูก็พบว่าเรานำเสนอสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง อย่างพวกคำวิบัติในอินเทอร์เน็ตอะไรแบบนี้ แต่ว่าอยากให้ผู้ใหญ่มองว่าพวกศัพท์สแลงมันมีในทุกยุคทุกสมัย มันมาแล้วมันก็ไป มันไม่ได้อยู่ถาวร มดว่าใช้กันได้ค่ะพวกคำวิบัติ สแลง แต่ที่สำคัญคือเราจะต้องรู้ว่าคำที่ถูกต้องเป็นอย่างไร แต่ถ้าใช้บ่อยแล้วติดเราก็ไม่สนับสนุนนะ และที่สำคัญคือ เราต้องเลือกใช้ให้ถูกกาลเทศะ” มาดามมด ตอกย้ำจุดยืนรายการ

เท่าที่สังเกตวิชาภาษา โดยเฉพาะภาษาไทย เวลาเรานึกถึงก็จะเป็นการอ่านตามบทเรียนเนิบๆ ช้าๆ หรือไม่ก็การท่องกลอนแล้วซาบซึ้งกับความไพเราะทางภาษา ยิ่งภาพลักษณ์ของอาจารย์ไม่ต้องห่วง ภาพครูไหวใจร้ายลอยขึ้นมาในหัวเลยทีเดียวในระบบการศึกษาแบบไท้ไทย... แต่อาจารย์สอนภาษาหลายท่านที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นก็ต้องมีการนำเทคนิคบางอย่างเข้ามาช่วยให้การสอนสนุก แล้วก็ประสบความสำเร็จด้วย

“ถ้ามองย้อนถึงตัวเองสมัยเรียน ด้วยความที่ชอบอยู่แล้ว มันเลยรู้ว่ามีความสุขที่จะเรียนนะ แต่ถ้ามองถึงคนที่ไม่ชอบก็คิดว่ามันยังขาดในแง่ของจินตนาการ มดว่าเด็กวัยรุ่นมีความคิดสร้างสรรค์และก็ชอบอะไรที่มันมีความคิดสร้างสรรค์ สนุกๆ ด้วย เพราะฉะนั้นรูปแบบการสอนที่จะทำให้เขาเข้าถึงบทเรียนได้มันต้องเป็นแบบแนวๆ ไม่ได้ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ว่าต้องมานั่งอ่านกลอนแล้วก็ซาบซึ้งไปกับมัน น่าจะมีการประยุกต์ให้มันมีสีสันมากขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าเรื่องภาษาสามารถทำเป็นประเด็นที่สนุกได้ ก็จะทำให้เด็กวัยรุ่นสนใจ แล้วก็ทำให้เขารู้สึกว่าเข้าถึงมันได้”

อ่ะ... ปิดท้าย ย้ำกันอีกครั้ง กาลเทศะสำคัญที่สุดอย่างที่ “มาดามมด” ว่า สนุกสนานกับ (การเรียน) ภาษาแล้วก็ใช้กันให้ถูกๆ ด้วยนะ ชิมิ...ชิมิ...