‘พลังรัก พลังประทับใจ’ งานศิลป์การกุศลของ เอกชัย ลวดสูงเนิน

  • วันที่ 10 ส.ค. 2554 เวลา 08:12 น.

‘พลังรัก พลังประทับใจ’ งานศิลป์การกุศลของ เอกชัย ลวดสูงเนิน

ยังมีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเด็กๆ ก็เป็นโรคหัวใจได้

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

ยังมีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเด็กๆ ก็เป็นโรคหัวใจได้

กว่า 80% ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ มีสาเหตุเกิดจากความพิการมาตั้งแต่กำเนิด หรือที่เรียกว่าโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

แต่ละปีมีเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในประเทศไทยประมาณ 7-8 พันคน ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอาจหายเองได้หรือมีอาการไม่มากไม่จำเป็นต้องรักษา แต่อีกครึ่งหนึ่ง จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด มิเช่นนั้นจะมีร่างกายไม่สมบูรณ์และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ในโอกาสที่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ดำเนินงานให้ความอนุเคราะห์เด็กยากจนที่ป่วยด้วยโรคหัวใจมาครบ 30 ปี ในปี 2554 จึงได้จัดโครงการผ่าตัดโรคหัวใจ 1,334 ราย เพื่อให้ครบ 1 หมื่นราย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554

หนึ่งในกิจกรรมการกุศลครั้งนี้คือนิทรรศการภาพเขียน “พลังรัก พลังประทับใจ มอบให้เด็กโรคหัวใจ” ผลงานศิลปะจากฝีแปรงของ เอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

แรงบันดาลใจสำคัญมาจากความตั้งใจของเอกชัยที่ต้องการจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวาระครบรอบ 10 ปีต่อการจากไปของลูกสาวสุดที่รัก ผ่านกิจกรรมการสังคม ด้วยการบริจาคภาพเขียนของตัวเองให้ทางมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ นำมาจัดประมูล และจัดแสดงให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาชม ก่อนจะนำรายได้ทั้งหมดมาสนับสนุนโครงการผ่าตัดเด็กโรคหัวใจ

“มีประเพณีความเชื่อของคนอีสานอย่างหนึ่งบอกไว้ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เรามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็ต้องทำบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ผมคิดถึงลูกสาวที่เสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีก่อน ได้หาโอกาสทำบุญใหญ่ให้เขามานานแล้ว จนเมื่อมีโครงการผ่าตัดโรคหัวใจให้เด็ก ถือว่าเป็นการทำบุญต่อเด็กโดยตรง ได้ช่วยชีวิตคน เพราะการผ่าตัดแต่ละครั้งใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท” จิตรกรรุ่นใหญ่ชาวขอนแก่น เล่าให้ฟัง

สำหรับผลงานชุดนี้ เอกชัย ลวดสูงเนิน ได้รวบรวมผลงานกว่า 80 ภาพ ทั้งภาพเขียนสีน้ำมัน สีน้ำ และภาพดรอว์อิงที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อนซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 2524–2554 ในรูปแบบต่างๆ อาทิ งานจิตรกรรมกึ่งเหมือนจริงกึ่งอิมเพรสชันนิสม์ อิมเพรสชันนิสม์ และงานจิตรกรรมแบบโพสต์อิมเพรสชันนิสม์ บันทึกภาพทิวทัศน์ทางธรรมชาติ ผู้คน สถานที่ที่ประทับใจ ภายใต้บรรยากาศและอารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลาย บอกเล่าเรื่องราวชีวิตและการเดินทางของเขาตลอดช่วงระยะเวลากว่าสามสิบปีที่ผ่านมา

ยกตัวอย่างเช่น ภาพดรอว์อิงชื่อพลังแห่งสายใยรัก (2534) สเกตช์ขึ้นจากความรัก ความดีงาม และความศรัทธาระลึกถึงที่มีต่อพระคุณพ่อแม่ ผ่านบรรยากาศอบอุ่นชวนให้คิดถึงท้องทุ่งนาชนบท ภาพพวงครามที่สวนทูนอิน (2540) เพ่งพินิจปรัชญาชีวิตผ่านความงดงามของดอกพวงครามสีม่วงหยดย้อยบนสวนทูนอิน จ.เชียงใหม่ รวงรังของพญาอินทรีแห่งสวนอักษร ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ภาพแสงแรกแห่งเหมันตฤดู (2553) ความประทับใจแรกพบยามได้เห็นแสงตะวันสาดส่องกระทบผิวน้ำที่ไหลเอื่อยของลำธารในฤดูหนาว ภาพคิมหันต์แห่งนครพิงค์ (2554) ต้นคูนออกดอกสีเหลืองอะร้าอร่ามริมสายน้ำลำคลอง กลางเมืองโบราณนามนครพิงค์ ฯลฯ

“คำว่าพลังรัก พลังประทับใจในที่นี้ พลังรักหมายถึงรักลูก รักงานศิลปะ รักต่ออาชีพจิตรกร รักต่อวิถีชีวิต และทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่เป็นแรงผลักดันให้เราลงมือเขียนรูป ส่วนพลังประทับใจ ผลงานศิลปะทุกชิ้นสร้างขึ้นจากความประทับใจ ความประทับใจผลักดันให้เราวาดมันออกมา เมื่อชีวิตคนเรามีความประทับใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราจะรู้สึกมีความสุข อิ่มเอมใจ กระปรี้กระเปร่า มีสีสัน มีชีวิตชีวา มีพลังให้ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามได้ทุกอย่าง

“พลังรัก พลังประทับใจนี่เองที่เราจะส่งมอบไปยังเด็กๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจเหล่านั้น เพื่อเป็นกำลังใจแก่พวกเขาต่อไป” ศิลปินแนวอิมเพรสชันนิสม์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย กล่าว

 


 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ