เมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่พาเหรดสู่จอแผ่นฟิล์ม !!

วันที่ 27 ก.ค. 2554 เวลา 07:52 น.
เมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่พาเหรดสู่จอแผ่นฟิล์ม !!
เรียกว่าเป็นปีทองของภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่จริงๆ

โดย.. อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ ไม่เครดิต

เรียกว่าเป็นปีทองของภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่จริงๆเพราะบรรดาค่ายหนังยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อนำเอาเหล่ายอดมนุษย์ซูเปอร์ฮีโร่ในนิยายภาพชื่อดังเรื่องแล้วเรื่องเล่า มาชุบชีวิตใหม่ให้กลับมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้ง

ไม่ว่าจะทั้งไอ้แมงมุมสไปเดอร์แมน หุ่นเหล็กยอดนักรบไอออนแมน อัศวินแห่งรัตติกาลแบทแมน ยักษ์เขียวจอมพลัง เดอะ ฮัลค์ สี่ยอดมนุษย์มหัศจรรย์แฟนตาสติค โฟร์ เมื่อหลายปีก่อน จนมาถึงปี 2011 นี้ อย่างกองทัพมนุษย์กลายพันธุ์ เอ็กซ์เมน เทพเจ้าสายฟ้าธอร์ ฮีโร่เขียวเจ้าจักรวาล เดอะ กรีน แลนเทิร์น มาจนถึงล่าสุด กัปตันอเมริกา ในอภิมหาภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ที่กำลังออกฉายทั่วโลก

ทุกเรื่องล้วนกวาดความนิยมและรายได้จากแฟนๆ อย่างถล่มทลาย

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว วัฒนธรรมหนังซูเปอร์ฮีโร่เข้ามามีบทบาทต่อสังคมอเมริกาครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1938 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับยุคสังคมอุตสาหกรรมที่ประชาชนกำลังประสบภาวะจิตใจหดหู่ ขาดจินตนาการ ขาดฝัน เนื่องจากต้องดิ้นรนในการใช้ชีวิตในยุคเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลง

และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น ด้วยเหตุนี้ทำให้กระแสความรักชาติแพร่ขยายไปทั่วประเทศ และส่งผลกระทบไปสู่วงการสื่อสิ่งพิมพ์อเมริกัน รวมไปถึงซูเปอร์ฮีโร่ด้วย

ในเวลาต่อมา จากหนังสือการ์ตูนพัฒนาสู่แผ่นฟิล์มเรื่องแล้วเรื่องเล่า ส่งผลให้ภาพของวีรบุรุษผู้มาพร้อมพลังวิเศษเหนือธรรมชาติ เปี่ยมด้วยคุณธรรมความดี หาญกล้าต่อสู้ฟาดฟันกับเหล่าศัตรูร้าย สามารถกุมหัวใจคนดูทั่วโลกมายาวนานจนถึงวันนี้

“นิยายซูเปอร์ฮีโร่ก็คือนิยายพาฝันประเภทหนึ่ง นั่นคือหนีโลกแห่งความจริงไปยังโลกในความฝัน เนื่องจากโลกความจริงมักจะหดหู่ หม่นหมอง เต็มไปด้วยปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ และในเมื่อเราแก้ปัญหาเองไม่ได้หรือเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวละคร ทำให้การติดตามวีรบุรุษที่มีความสามารถพิเศษจึงเป็นการคลายเครียดอย่างหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่เราชอบ ‘วีรบุรุษขี่ม้าขาว’ มาโดยตลอด”

เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจยิ่งของ วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนซีไรต์ชื่อดัง

เขานับเป็นอีกผู้หนึ่งที่คลั่งไคล้นิยายซูเปอร์ฮีโร่มาตั้งแต่เด็กๆ ชนิดเป็นแฟนตัวยง ไม่ว่าจะยอดมนุษย์ซูเปอร์ฮีโร่สายพันธุ์ฝรั่งอย่างซูเปอร์แมน ยักษ์เขียว สไปเดอร์แมน ไอออนแมน สายพันธุ์ญี่ปุ่นอย่างยอดมนุษย์อุลตราแมน ไอ้มดแดง ไอ้มดดำ ตลอดจนสายพันธุ์ไทย เช่น อินทรีแดง เหยี่ยวราตรี

“แม้โตขึ้นมาจะเริ่มเข้าใจความแตกต่างระหว่างโลกของความจริงกับโลกความฝัน ความคลั่งซูเปอร์ฮีโร่ก็ลดลงตามวัยและวุฒิภาวะ แต่ผมก็ยังคงดูหนังแนวนี้เสมอมาไม่เคยขาด และที่แปลกใจระคนทึ่งก็คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ส่วนใหญ่ของฮอลลีวูดทำได้ดีทีเดียว แทบทุกเรื่องสนุกมาก”

นักเขียนซีไรต์คนนี้บอกว่าจุดเด่นของนิยายและภาพยนตร์ประเภทซูเปอร์ฮีโร่ก็คือสามารถใช้เป็นเครื่องมืออบรมบ่มนิสัยเด็กให้เป็นคนดีได้ สอนให้เชื่อในเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อภิบาลคนดี ลงโทษคนไม่ดี

“หนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ก็เหมือนนิยายทั่วไปนั่นแหละ จุดประสงค์หลักของมันก็คือเพื่อความบันเทิง สอดแทรกคติสอนใจตามสมควร ถ้าใช้ให้เป็น ก็ช่วยพัฒนาเด็กได้ แต่ถ้าใช้ผิด ก็อาจทำให้เด็กเชื่อผิดๆ ว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องลงมือลงแรงก็ได้ รอฟ้าประทาน รอความช่วยเหลืออย่างเดียว”

ส่วน นพ.พีรพล ภัทรนุธาพร จิตแพทย์หนุ่มและนักวิจารณ์หนังชื่อดัง เจ้าของนามปากกา ‘ผมอยู่ข้างหลังคุณ’ ก็เป็นคนหนึ่งที่ให้ทัศนะเกี่ยวกับภาพยนตร์แอ็กชันซูเปอร์ฮีโร่ไว้อย่างน่าสนใจ

เขายอมรับว่านอกจากความบันเทิง ฉากแอ็กชันต่อสู้สนุกๆ คาแรกเตอร์อันโดดเด่นติดตา และความเท่ของตัวละครเอกแล้ว หนังแนวนี้ยังให้แง่คิด แรงบันดาลใจแก่คนดูได้อย่างน่าทึ่ง

“เหตุที่มันได้รับความนิยม คงเป็นเพราะโดยปกติการดูหนัง เวลาคนดูอินคือการที่เราเอาตัวเองเข้าไปจูนกับตัวละคร เช่น มีประสบการณ์ร่วม หรือรู้สึกเห็นใจ เอาใจช่วย ขณะเดียวกันตัวละครละครนั้นก็จะส่งความรู้สึกมายังคนดู เช่น ทำให้เราเศร้า เสียใจ ดีใจ เมื่อเราจูนตัวเราเข้ากับตัวละคร สิ่งที่เราได้รับคือ ความหวัง ความเชื่อมั่น ความรู้สึกฮึกเหิมที่จะทำความดี”

ฉากแอ็กชันห้ำหั่นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าฮีโร่ยอดมนุษย์ ไม่ว่าจะพลังอำนาจที่มาพร้อมความรับผิดชอบและความเสียสละอันใหญ่หลวงของสไปเดอร์แมน และมนุษย์ค้างคาว ภาระปกป้องโลกของซูเปอร์แมน เดอะ กรีน แลนเทิร์น แฟนตาสติค โฟร์ กัปตัน อเมริกา รวมถึงการต่อสู้เพื่อผดุงความยุติธรรมของซูเปอร์ฮีโร่รายอื่นๆ

ทั้งหมดประทับตราตรึงอยู่ในใจคนทั้งโลก ทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ภาษา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

สอดคล้องกับที่คุณหมอนักวิจารณ์รายนี้บอกว่า การที่ได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ออกมาต่อสู้กับเหล่าวายร้าย ด้วยพลังวิเศษเหนือมนุษย์ ด้วยอำนาจที่อยู่เหนือกรอบกฎหมาย ก็คล้ายๆ กับเป็นศาลเตี้ยที่ช่วยให้คนดูรู้สึกพอใจที่ได้เห็นการเอาผิดคนทำผิดอย่างเท่าเทียม ชดเชยความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจของคนที่อยู่ในสังคมที่กฎหมายไม่เข้มแข็ง ปล่อยผู้มีอิทธิพลทำผิดโดยทำอะไรไม่ได้

“พลังที่สื่อออกมาจากตัวหนังมันทำให้เราอุ่นใจ เชื่อว่าชีวิตนี้ยังไม่สิ้นหวัง ยังมีคนที่จะมาช่วยเหลือในช่วงเวลาเลวร้ายที่สุด เพิ่มกำลังใจให้เราฝ่าฟันอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ช่วยเสริมแรงบันดาลใจให้เราเชื่อในการทำความดี หรือส่งเสริมแนวคิดที่ว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม ทำให้เรามีความหวังในการเอาชนะความชั่วร้าย ความอยุติธรรมในสังคม”