The Hours ตีกรอบความเป็นผู้หญิงแบบล้าหลัง
โดย.. เป็ดปุ๊ย
"คนเราจะเป็นผู้หญิงเต็มตัวนั้นจนกว่าจะมีลูก" หนึ่งในบทสนทนาจากหนังเรื่อง The Hours ที่พูดถึงความเป็นผู้หญิงตามกระแสสังคมในอดีตที่ว่าด้วยเรื่อง ..ผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือน ,ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว, ผู้หญิงเพศที่อ่อนแอต้องได้รับการดูแลจากผู้ชาย ,ผู้หญิงวุ่นวายอยู่กับงานสังสรรค์ ,ผู้หญิงต้องดูสวยอยู่เสมอ ,ผู้หญิงต้องการชีวิตคู่ครองที่ดีเยี่ยม, ผู้หญิงต้องการความรักจากผู้ชายเท่านั้น อะไรเป็นตัวกำหนดความเป็นผู้หญิงเหล่านี้ กรอบแนวคิดบวกกับค่านิยมแบบเก่า ๆ ที่ถ่ายทอดความเป็นผู้หญิงผ่านการเป็นเพศรองจากผู้ชายเสมอ
The hour (2002) นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงสามคนที่มีความเหมือนกันในเรื่องเพศทางเลือก แต่กลับมีความต่างกันในเรื่องของการดำเนินชีวิตของแต่ละคน พวกเธอถูกสร้างมาให้เชื่อมโยงกับตัวละคร "Mrs. Dalloway" ซึ่งเป็นนวนิยายที่โด่งดังของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ แต่งขึ้นโดยใช้ตนเองเป็นหนึ่งในตัวละครที่สะท้อนสิทธิและค่านิยมของคนในสังคมสมัยนั้น
การที่เธอทั้งสามคนมีความคิดความชอบที่ต่างจากผู้หญิงทั่วไป การมีรสนิยมที่ผิดแปลกแหวกประเพณี ทำให้เธอทั้งสามคนเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนออกมาในรูปแบบความคิดความกล้าที่แตกต่างกัน
เวอร์จิเนีย วูล์ฟ (นิโคล คิดแมน) นักเขียนหญิงซึ่งมีอาการป่วยทางจิต ตัวแทนของผู้หญิงที่ถูกจองจำทางความคิดและร่างกาย ผ่านการครอบครองของสามีที่รักและคุณหมอที่คอยดูแลเธอ ชีวิตของเธอนั้นถูกกำหนดให้ทำกำหนดให้เป็นอยู่ตลอดเวลา เวอร์จิเนียมีชีวิตสองด้านผ่านความจริงและจินตนาการผ่านตัวหนังสือที่เธอเขียน ในโลกความเป็นจริงนั้นเธอถูกกักขังความเป็นตัวเองเหมือนตายทั้งเป็น ในทางกลับกันโลกของงานเขียนทำให้เธอนั้นได้เป็นตัวเองและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นผ่านอิสระทางความคิดของเธอ เวอร์จิเนียใช้ชีวิตติดอยู่กับโลกที่ว่างเปล่าปราศจากความสุข เพราะความสุขคือการรู้ว่าเรานั้นเป็นอะไร และต้องการทำสิ่งไหน การที่จะทำให้คนเห็นค่าของตัวเธอและเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น นั้นคือการจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย
ลอร่า บราวน์ (จูเลียน มัวร์) แม่บ้านที่มีความมั่นใจจนเหลือเชื่อ ตัวแทนของผู้หญิงที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เธอฝืนทนร่วมชีวิตกับคนที่เธอไม่ได้รักและพยายามที่ใช้ชีวิตตามแบบฉบับผู้หญิงทั่วไป ซึ่งขัดกับสิ่งที่เธอต้องการภายในใจของเธอ ลอร่าใช้ความพยายามปรับตัวทำให้คนรอบข้างมีความสุขผ่านการยอม ยอมในที่นี้คือการยอมทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ยอมมีลูก ยอมให้กรอบสังคมกำหนดคุณค่าในตัวเธอว่าต้องเป็นแบบไหน ซึ่งเมื่อไม่ได้รับความสุขจากการเสแสร้งแกล้งทำความอดทนถึงวันที่ต้องหมดลง เธอเลือกทิ้งทุกอย่างรอบกาย ต้องการที่จะหายไปจากชีวิตทุกคนโดยการฆ่าตัวตาย แต่ก็ถูกต่อต้านจากความคิดของตัวเอง ทำให้เธอนั้นต้องอยู่ใช้ชีวิตต่อไปจมอยู่กลับอดีตชีวิตที่ผิดพลาดกับความว่างเปล่าและเดียวดายตามลำพังโดยไร้จุดหมาย
คาริซซ่า วอแกน (เมอรีล สตรีป) เลสเบี้ยนสาวลูกหนึ่ง ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ ที่กล้าเผชิญกับความเป็นจริงในสังคม กล้าเปิดเผยเพศสภาพที่แท้จริง รู้ว่าชีวิตเธอนั้นต้องการอะไร นึกถึงตัวเองมากกว่าที่จะแคร์สังคมรอบข้าง เห็นได้จากการที่เธออาศัยร่วมชายคากับแฟนสาวที่เธอรัก รวมถึงสิ่งที่คาริซซ่ากำลังเผชิญนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่จะต้องเจอข้อผิดพลาด ชีวิตของคาริซซ่ายุ่งวุ่นวายอยู่กับอดีตคนรักเก่า ความต้องการที่จะทำให้ริชาร์ดได้มีความสุขในบั้นปลายชีวิต โดยที่เธอเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าจดจำไว้แต่เรื่องราวที่ดี ๆ พยายามลืมอดีตที่เลวร้าย ซึ่งเธอต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้ คาริซซ่าจึงเลือกที่จะมองชีวิตให้ถึงแก่นของมันและอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด
จะเห็นได้ว่าผู้หญิงทั้งสามคนมีมุมมองความคิดความกล้าที่จะแสดงออกที่แตกต่างกัน อาจจะเป็นเพราะสังคมในสมัยนั้นบีบอัดความคิดที่ว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนั้น ต้องเป็นแบบนี้ แต่กลับหลงลืมไปว่าบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่ว่า “จะเกิดมาเป็นเพศใดย่อมมีเสรีภาพด้วยกันทั้งนั้น”
คนเราทุกคนไม่ควรปกปิดหรือหนีจากความเป็นตัวเอง เพราะตราบใดที่เราหนี ชีวิตนั้นย่อมไม่พบความสุข ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาใดก็เสียเปล่า ต้องกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะรู้จักตนเอง หมดเวลาของการหลบซ่อน หมดเวลาของความทุกข์ มีเพียงเวลาแห่งชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นและดำเนินต่อไป อย่าปล่อยให้โมงยามที่แต่ละคนนั้นมีไม่เท่ากันผ่านเลยไปอย่างไร้ค่า


