สงครามซีรี่ส์ภารต บนหน้าจอทีวีไทย

วันที่ 22 ก.ค. 2561 เวลา 10:44 น.
สงครามซีรี่ส์ภารต บนหน้าจอทีวีไทย
โดย มัลลิกา นามสง่า

แม้ละครไทยที่ออกอากาศช่วงไพรม์ไทม์จะครองค่าโฆษณาสูงสุดในหน้าจอโทรทัศน์ และยังรั้งเรตติ้งสูงสุดมากกว่าอย่างอื่นในผังรายการ หากแต่ตอนนี้หลายช่องต่างมองหาคอนเทนต์ใหม่ๆ มาช่วยทำการตลาด และตอนนี้ที่ดูเหมือนติดลมบน ได้รับการยอมรับจากผู้ชมก็คือ “ซีรี่ส์จากแดนภารต” ไม่เพียงทำเรตติ้งได้เลขสวย ยังขายโฆษณาได้คล่องอีกด้วย

บนหน้าจอช่อง 3 และช่อง 33 ตอนนี้มีเรื่อง “มหากาลี เทวีพิทักษ์โลก” ซีรี่ส์เรื่องนี้เน้นที่พลังความสามารถของผู้หญิงเป็นผู้พิทักษ์ การันตีด้วยการติดท็อปชาร์ตของอินเดีย

ช่อง 8 จัดทัพใหญ่เสิร์ฟทั้งซีรี่ส์และภาพยนตร์บอลลีวู้ดในโปรแกรม Bollywood BlockBuster ออกอากาศอยู่ คือ ซีรี่ส์ “พิฆเนศ มหาเทพไอยรา” และซีรี่ส์แนวโรแมนติกดราม่าที่ครองใจคนอินเดียทั่วประเทศมาแล้ว “แผนรัก ลวงใจ”

ช่อง 8 ควักเงินหลายร้อยล้านซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์อินเดียอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ หนุมาน สงครามมหาเทพ โกยเรตติ้งได้สูง 5-7 สร้างรายได้ให้กับช่อง 8 มหาศาล

โด่ง-องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ให้ความเห็นถึงการดึงคอนเทนต์อินเดียเข้าสู่ผังรายการว่า “เมื่อก่อนมีคอนเทนต์เกาหลี แต่มีเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ คนรุ่นใหม่ที่ดูซีรี่ส์เกาหลีชอบดูออนไลน์ การโตในหน้าจอทีวียาก เราเลยมองว่า ทำไงต่อ มีคอนเทนต์จากที่ไหนอีก ก็มาเจออินเดีย เรามีการรีเสิร์ชก่อน ส่วนใหญ่แฟนช่อง 8 ไม่ปฏิเสธ แต่บางคนยังมีเควสชั่นจะมีวิ่งอ้อมต้นไม้ ร้องเพลงไหม

เราคิดว่าทำไงที่คนจะดูได้ อย่างเรื่อง สีดาราม ศึกรักมหาลงกา มันคือรามายณะ คนไทยรู้จัก เนื้อเรื่องผ่านโปรดักชั่นผ่าน มาดูมีการร้องเพลงไหม เราเอาที่ทุกคนกลัวออกไป เราทำเพลงใหม่ มีการพูดคุยกับเจ้าของเพื่อมีการตัดต่อเพื่อให้เหมาะกับคนดูของเรา ตัดการยืดเยื้อให้สมบูรณ์มากขึ้นในการรับชม

จากเรื่องแรกเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เราสร้างคอนเทนต์อินเดียให้ติดในตลาดช่อง 8 ได้ กลายเป็นเรตติ้งที่สุดของช่อง มุมมองของเอเยนซีจากเรื่องนี้เกิดความเชื่อมั่น

เรายืนอยู่กับคอนเทนต์นี้ 2 ปีแล้ว จำนวนเรื่องไม่เยอะ เราฉายเกือบทุกวัน ข้อดีของคอนเทนต์อินเดียความยาวของเขาทำให้เราทำการตลาดที่ต่อเนื่อง”

ในการเลือกคอนเทนต์ “คนดูของช่องจะชอบแนวเทพ ความเชื่อ อะไรที่เกี่ยวกับรามเกียรติ์ พระพิฆเนศ พระวิศณุ ที่มีความเชื่อใกล้เคียงกับคนไทยก็ซื้อทันที และเราก็ลองเรื่องแบบโมเดิร์น เพราะเราควบคุมคอนเทนต์ไม่ได้ แนวพีเรียดปีหนึ่งเขาอาจสร้างไม่มากก็ได้

เราจึงต้องวางให้คนดูรับการดูซีรี่ส์อินเดียแบบไหนก็ได้ จะทำให้เราง่ายขึ้น เราเริ่มทำกลยุทธ์ให้คนดูเปิดรับ เริ่มจากเลือกเรื่องที่คนดูคุ้นเคยกับนักแสดง อย่างเรื่อง ลิขิตแค้นแสนรัก พระเอกจากเรื่องสีดา”

เผยกลยุทธ์ที่ทำให้คอนเทนต์อินเดียประสบความสำเร็จ “เราพยายามทำให้คนไทยรับรสนิยมของซีรี่ส์อินเดีย และอีกส่วนหนึ่งเวลาช่อง 8 มองคอนเทนต์เรามองเป็นคอนเทนต์หลักของช่อง วิธีการดูแลเอาใจใส่ การทำการตลาด การโฟกัสระดับต้นๆ เพราะถ้ามันสร้างเรตติ้งอันดับ 1 รายได้ก็สะท้อนในทิศทางเดียวกัน”

ส่วนการแข่งขันนั้น องอาจมองว่า “การที่มีหลายช่องลงมาตลาดอินเดีย ก็ทำงานยากขึ้น แต่เราทำเหมือนเดิม มีกลยุทธ์ของเรา มันคงยากในเรื่องของการหาเรื่องอุตสาห กรรม ของอินเดียก็จำกัด 100 เรื่องของเขา อาจตรงกับรสนิยมของคนไทย 20 พอมันเหลือน้อยผู้เล่นเยอะขึ้น เราก็ต้องหาทางยังไงให้ได้คอนเทนต์ที่ดีเป็นเจ้าแรกๆ

สัดส่วนเงินที่เราลงทุนซื้อคอนเทนต์อินเดีย เป็นเงิน 30-40 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ลงในช่องตอนนี้มีคอนเทนต์ที่ยังไม่ได้ออนแอร์อีกเป็น 10 เรื่อง มีหลากหลายแนว ตอนนี้แต่ละช่องหาโพชันนิ่งของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ถ้าคนนึกถึงช่อง 8 ก็นึกถึงซีรี่ส์อินเดีย ช่องอื่นอาจจะมีชั่วโมงออกอากาศเยอะกว่า แต่คอนเทนต์ที่พรีเมียมจะอยู่ที่นี่”

ช่อง 3 ซื้อลิขสิทธิ์กว่า 800 ล้านบาท

บีอีซี เวิลด์ ควักกระเป๋า 800 กว่าล้านซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์อินเดีย หลังจากประสบความสำเร็จเรตติ้งถล่มทลายจาก อโศกมหาราช และนาคิน เพื่อนำมาออกอากาศทางช่อง 3 ช่อง 33 ช่อง 28 และช่อง 13 อาทิ เรื่อง มหาภารต มหากาลี อารามบห์ มหารานี พระพุทธเจ้า จันทรคุปต์ นันทินี ม่านรักม่านประเพณี อลิชา แรงพิษริษยา จันตระกานตา ซินแบท กรรณะ ชานิ ฯลฯ

สุบัณฑิต สุวรรณนพ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ กล่าวว่า นาคินออกอากาศมาเกือบครึ่งปี เรตติ้งได้เกือบ 3 ซึ่งถือเป็นเรตติ้งที่สูง หลังจากจบก็ต่อด้วยเรื่อง มหากาลี เทวีพิทักษ์โลก “ที่เลือกเรื่องนี้เพราะโปรดักชั่นดีมาก ทีมสร้างเดียวกับมหาภารต

เราเลือกมานำเสนอเพราะคนไทยรู้จักและนับถือพระแม่อุมาเทวี รู้จักวัดแขก พระองค์เป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราจัดวางเรื่องนี้ นอกจากให้ความสนุก แฝงไว้ด้วยคุณธรรม ดูได้ทั้งครอบครัว อาจจะดูเป็นปางดุร้ายเพราะเป็นปางปราบมาร ท่านมีความอดกลั้นและจะแปลงร่างในเวลาจำเป็นในการปราบมาร

เราคาดหวังในความนิยม เรามาดูว่าคอนเทนต์นี้มีคุณภาพสองด้าน ด้านความสนุกสนาน และโปรดักชั่นเหมาะกับช่อง ทาร์เก็ตเรากลุ่มคนกรุงเทพฯ หัวเมือง

ตอนนี้ก็มีหลายเรื่องที่เราสต๊อก แต่ละเรื่องมีจุดขายต่างกันเหมือนกับละครไทยของช่อง 3 ก็มีหลายรสชาติให้ดู เป็นละครที่ดูแล้วอารมณ์ดี รู้เรื่องประวัติศาสตร์ด้วย เหมาะสมกับผู้ชมและให้ประโยชน์”

วางซีรี่ส์อินเดียในช่วงเออร์ลี่ไทม์ คือก่อนข่าวในพระราชสำนัก “เราลงให้คอนเทนต์มีความหลากหลาย ซีรี่ส์อินเดีย ละครไทย ข่าวในพระราชสำนัก ต่อด้วยละครไทย และเรานำลงทุกช่องในเครือ เวลาไม่ชนกันเลย เป็นการวางซีรี่ส์ในเวลาที่แตกต่าง ให้คนดูได้เลือกในสิ่งที่เขาอยากดู”

แอน จักรพงษ์ เจ้าแม่ภารตพันล้าน

ซี่รี่ส์อินเดียที่ออกอากาศในประเทศไทย ผู้นำเข้าลิขสิทธิ์ คือ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ แห่ง บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าแม่กินรวบไปทุกสถานีโทรทัศน์ ช่องต่างๆ ล้วนแต่ซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์อินเดียจากเจเคเอ็นไปออกอากาศ

“รากเหง้าวัฒนธรรมของไทยกับอินเดียมีความคล้ายคลึงกัน ศาสนา ทวยเทพ เครื่องแต่งกาย วัฒนธรรม เพียงแต่เราไม่ได้ดูซีรี่ส์อินเดียกันมานาน บางคนยังคิดว่าเขายังวิ่งร้องเพลงตามภูเขาอยู่ โปรดักชั่นมันพัฒนามามาก

เรานำเข้าลิขสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2013 เราเป็นมาสเตอร์ ออฟ คอนเทนต์ จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ทุกเรื่องไม่ได้ถามลูกค้าก่อน เราตัดสินใจเลือก มีเหตุผลพิจารณา อย่าง รากเหง้าที่ใกล้เคียงกัน ตัวบท สคริปต์ และชีวิตความเป็นอยู่ มีความเป็นแฟมิลี่ มีเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ ใครจะเป็นใหญ่ในบ้าน ความรักของผู้หญิงไม่ค่อยมีสตางค์ไปพบกับเจ้าชาย ฟอร์แมตก็เหมือนของไทย เรื่องดูแล้วย่อยง่าย เข้าใจง่าย และการเติบโตของบริษัทผู้สร้าง ซึ่งที่เราซื้อก็ขายหมดเกลี้ยง 100 กว่าเรื่องแล้ว”

ในการขายลิขสิทธิ์ให้กับสถานีต่างๆ ของไทย แอน จักรพงษ์ บอกว่า ให้เกียรติทุกช่องๆ “เราเสนอให้ตามคาแรกเตอร์ของแต่ละช่อง ซึ่งส่งไปก็ถูกซื้อหมด เราแยกออกเป็นหมวด คอสตูม ประวัติศาสตร์ ทวยเทพ วรรณกรรม โมเดิร์น แฟมิลี รักแบบตบกระจุยกระจาย คอมเมดี้ ดราม่า เราเสนอไปจะไม่ทับไลน์กัน”

สงครามซีรี่ส์ภารตยังไม่อวสานเร็วๆ นี้ เพราะเรตติ้งและความนิยมในแต่ละเรื่องที่หลายสถานีนำมาเสนอยังครองใจผู้ชมชาวไทยอยู่