ความบันเทิงอันเร้าใจ

วันที่ 10 มิ.ย. 2561 เวลา 11:19 น.
ความบันเทิงอันเร้าใจ
โดย แหนง-ดู

คุณจำครั้งแรกที่เห็นไดโนเสาร์ได้ไหม ...แคลร์ เดียริง นักต่อสู้เพื่อสิทธิไดโนเสาร์ถาม

หลายคนอาจจะตอบว่า จำได้ โดยเฉพาะไดโนเสาร์ซึ่งถูกทำให้มีชีวิตบนจอ Jurassic Park ซึ่ง 25 ปีต่อมา ผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ซึ่งเลื่อนขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการบริหารก็ช่วยให้ไดโนเสาร์ได้โลดแล่น

จากสารตั้งต้นคือ นวนิยายของ ไมเคิล ไครชตัน กลายมาเป็นหนัง Jurassic Park ทั้งหมด 3 ภาค ก่อนจะมาถึง Jurassic World ซึ่งมี Jurassic World : Fallen Kingdom นี้เป็นภาคที่ 2 หลังจากมีภาคแรกออกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และโคลิน เทรวอร์โรว์ นั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างบริหารการกำกับเป็นหน้าที่ของ เจเอ บาโจนา (The Impossible, The Orphanage) ขณะที่ โคลิน เทรวอร์โรว์ ผู้กำกับ Jurassic World และเดเร็ก คอนนอลลี ร่วมกันเขียนบท

หลังจากสวนสนุกและรีสอร์ทหรู จูราสสิก เวิลด์ ถูกไดโนเสาร์ทำลายพินาศ เกาะอีสลานูบลาร์และประชากรไดโนเสาร์ที่เหลือรอดก็ถูกทอดทิ้ง และ 3 ปีต่อมา เมื่อภูเขาไฟกำลังจะปะทุระเบิด โอเวน (คริส แพร็ตต์) และแคลร์ (ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด) ก็ได้กลับไปที่เกาะเพื่อช่วยไดโนเสาร์ไม่ให้สูญพันธุ์

โอเวนออกตามหา บลู แร็ปเตอร์ จ่าฝูงซึ่งเขาเลี้ยงดูผูกพันมาตั้งแต่มันยังเล็ก เรื่องกลับกลายเป็นว่า ชายหนุ่มทำให้มันถูกจับตัวโดยพวกค้าสัตว์ ซึ่งต้องการไดโนเสาร์ทุกสายพันธุ์บนเกาะไปขาย โอเวน แคลร์ และเพื่อนๆ จึงตามคาราวานไดโนเสาร์ไปยังคฤหาสน์ของมหาเศรษฐี เบนจามิน ล็อควูด (เจมส์ ครอมเวล) เพื่อจะพบว่าไดโนเสาร์ที่เหลือรอดอยู่นี้ อาจจะไม่เป็นอันตรายต่อโลกและมนุษย์มากเท่ากับสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งกำเนิดขึ้นด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเงินทอง

และท้ายที่สุด หนังก็ย้อนไปสู่จุดที่ต้องตอบคำถามว่า ...เราควรจะปล่อยให้สัตว์เหล่านี้ตาย หรือเราควรจะช่วยพวกมันให้รอด

ดารานำหนุ่มสาวจากภาคที่แล้วคือ คริส แพร็ตต์ และไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง คริสเป็นพระเอกที่แข็งแกร่ง ดูแล้วมีความคล้าย อินเดียนา โจนส์ ส่วน ไบรซ์ ก็ไม่ต้องใส่ส้นสูงวิ่งหนีไดโนเสาร์ แต่เปลี่ยนไปสวมบู๊ตแทน หนังยังมีนักแสดงสมทบมากมาย แต่บางคนก็บทบาทน้อยอย่างน่าเสียดาย ไม่ว่าจะ เจฟฟ์ โกลด์บลัม หรือเจมส์ ครอมเวลล์

เรื่องนี้ยังเป็นก้าวแรกของนักแสดงหน้าใหม่อย่าง อิซาเบลลา เซอร์มอน ในบทเมซี หลานสาวของมหาเศรษฐี นอกจากนี้ยังมี จัสติซ สมิธ รับบทแฟรงกลิน อัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ที่ทำงานให้กับกลุ่มปกป้องไดโนเสาร์ของแคลร์ รวมทั้ง แดนีลลา พิเนดา ในบท ดร.เซีย ร็อดริเกซ อดีตนาวิกโยธิน และสัตวแพทย์สัตว์โบราณ ร่วมด้วย เท็ด เลอไวน์ เจอรัลดีน แชปลิน โทบี โจนส์ เรฟ สปอล โดยมี บีดี หว่อง ก็กลับมารับบทเดิมของพวกเขา

ตัวละครเอกของเรื่องย่อมรวมถึง บลู แร็ปเตอร์ ตัวสุดท้าย ทั้งยังแนะนำให้รู้จักกับไดโนเสาร์กลุ่มใหม่จากหลายยุค ตั้งแต่บารีโอนิกซ์ และคาร์โนทอรัส จนถึงสไตกิโมล็อก และละเลยไม่พูดถึงตัวร้ายของเรื่องไม่ได้ แน่นอนว่า ทีเร็กซ์ก็ยังมา เป็นทีเร็กซ์ตัวเดิมใน Jurassic Park และใน Jurassic World อีกหนึ่งคือ ไดโนเสาร์ซึ่งเกิดมาจากการปรับแต่งพันธุกรรมที่รู้จักในชื่อ อินโดแร็ปเตอร์ โดยผสมดีเอ็นเอของเวโลซีแร็ปเตอร์ อินโดมินัสเร็กซ์ และอื่นๆ ที่ ดร.วูจับผสมใส่เข้าไป เป็นไดโนเสาร์ที่น่ากลัว เพราะความเฉลียวฉลาด ความเร็ว และความสามารถทำตามคำสั่ง

Jurassic World : Fallen Kingdom เป็นหนังสนุกสนานตื่นเต้น ตั้งแต่เปิดเรื่อง รวมทั้งสองชั่วโมงหลังจากนั้นก็พาคนดูไปเล่น “ซ่อนหา” และ “ไล่ล่า” ด้วยการผจญภัยไปในป่า ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับ มีฉากแอ็กชั่น และเขย่าขวัญ มีทั้งฉากไดโนเสาร์ทำร้าย และกินมนุษย์ รวมถึงต่อสู้กันเอง ในส่วนของวีชวลนั้นหนังเรื่องนี้ก็ทำได้ดี และมีอะไรใหม่ๆ ให้ได้สัมผัสด้วย ความรู้สึกกลัว และน่าแปลกใจยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจติดตามได้อยู่

สิ่งที่คุณเคยเห็นและจดจำได้ในหนัง Jurassic ก่อนหน้านี้จะถูก “เป่า” หายวับ และเมื่อ Fallen Kingdom จบลง ก็ทิ้งไว้ซึ่งความสงสัยว่า ภาค 3 จะพาเราไปที่ใด

หนังทำให้เราตระหนัก (อีกครั้ง) ว่า ความโลภของนักลงทุนซึ่งพยายามเล่นบทพระเจ้าสามารถทำลายได้ทุกอย่าง ไม่เฉพาะสวนสนุกหรือรีสอร์ทหรู

ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของคน ยังคงเป็นปัจจัยที่นำมาซึ่งอันตรายต่อมนุษยชาติ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมและโลก