‘Train to Busan’ ผีดิบในใจคน

วันที่ 18 ก.ย. 2559 เวลา 10:19 น.
‘Train to Busan’ ผีดิบในใจคน
โดย...เพรงเทพ

การเดินออกจากโรงหนังอย่างอิ่มใจแต่หม่นหมองอยู่ในที หลังจากที่ชมหนัง "Train to Busan" (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง) แม้จะได้ดูช่วงท้ายๆ โปรแกรม และได้ยินคนพูดถึงหนังเรื่องนี้ในด้านบวกอย่างหนาหูมาก่อนก็ตาม แต่การเข้าไปชมก็ไม่ได้คาดหวังแต่อย่างใด เปิดใจโปร่งไร้อคติทั้งบวกและลบ

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การดูหนังเรื่องนี้สนุกมาก ความยอดเยี่ยมคือจังหวะจะโคนของตัวหนังตั้งแต่เปิดเรื่องจนจบ มีลักษณะที่รับส่งและสอดคล้องกันในการดำเนินเรื่องและการพัฒนาของตัวละครแต่ละตัวจนถึงสิ้นสุดของเรื่องกลมกล่อมนวลเนียน ซึ่งต้องชมคนเขียนบทภาพยนตร์คือ ปาร์กจูซุก และผู้กำกับการแสดง ยอนซังโฮ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่า เขาเปลี่ยนทางจากการทำหนังแอนิเมชั่นสายมืดหม่นสยองขวัญมาสู่หนังที่ใช้คนแสดงจริงได้อย่างดีเยี่ยม

จากเท่าที่มอง การเล่าเรื่องที่ใช้ฉากบนรถไฟสายด่วนเคทีเอ็กซ์เป็นส่วนใหญ่ประมาณ 90% ของท้องเรื่อง ความกระชับและเดินเรื่องที่มีพลังในทุกฉากและการเดินทางของตัวละครในรถไฟขบวนนี้ เป็นลักษณะพิเศษที่เห็นได้เด่นชัดจากทางการเล่าเรื่องแบบหนังการ์ตูนที่มีจังหวะละม้ายซ้อนทับกันอยู่ จนมีบุคลิกของการเดินเรื่องที่น่าสนใจและตรึงคนดูอยู่หมัดในทุกฉากทุกตอน โดยเฉพาะการลุ้นและมีส่วนร่วมกับตัวละครต่างๆ ที่แตกต่างบุคลิกและความสัมพันธ์ทั้งในลักษณะของคนในและคนนอก รวมถึงผู้ที่ผ่านทางพบเจอ

แกนกลางสำคัญที่ดำเนินเรื่องคือ พ่อกับลูกสาววัยเด็ก ซอกวู (รับบทโดย กงยู) และลูกสาว ซูอา (รับบทโดย คิมซูอัน) ซึ่งเดินทางเพื่อไปพบเมียหรือแม่ของลูกเพื่อร่วมฉลองวันเกิดที่เมืองบูซาน ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน พ่อทำงานบริษัทการเงินการลงทุนที่ผู้คนต่างรังเกียจในฐานะผู้สูบเลือดที่เอาเปรียบผู้อื่น ยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาให้กับลูก แม้จะเป็นวันพิเศษที่ลูกร้องเพลงให้พ่อก็ตาม

การเปิดเรื่องในหนังซึ่งดีมาก โดยเฉพาะฉากกวางถูกรถบรรทุกชนตายและกลับฟื้นขึ้นมาเป็นกวางผีดิบ รวมถึงการปูพื้นฐานความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกที่สั่นคลอน รวมถึงความเห็นแก่ตัวที่ละเมิดจริยธรรมทางการค้าที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด เป้นการนำเสนอได้อย่างรวดเร็วและเก็บได้หมดเพื่อให้คนดูคล้อยตามได้แบบเข้าถึง เรียกว่ากำลังเหมาะ

การต่อสู้กับภาวะติดเชื้อที่ทำให้คนในรถไฟสายด่วยเคทีเอ็กซ์กลายเป็นผีดิบ รวมถึงสถานีรถไฟระหว่างทางทำได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะตัวละครที่ปรากฏเข้ามาร่วมสถานการณ์กับสองพ่อลูกที่มีตั้งแต่คนแก่ ผัวและเมียที่ท้องแก่ คู่วัยรุ่น และผู้ใหญ่จอมเห็นแก่ตัว รวมถึงพนักงานรถไฟที่เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ทำให้รถไฟขบวนนี้สะท้อนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ในหลายระดับ ทั้งดิบหยาบจนถึงกลั่นกรองจิตอย่างเสียสละได้ ซึ่งหากจะกล่าวถึงภาพใหญ่นี่คือ ตัวแทนของมนุษย์ในระดับโครงสร้างของระบบทุนนิยมแบบเอเชียก็ว่าได้ ซึ่งจะเห็นระดับของความแตกต่างทั้งเพศ วัย ผู้ใหญ่ผู้น้อย รวมถึงพวกกลางๆ ผ่านมาผ่านไปเป็นหลักใหญ่ของสังคมที่พร้อมจะตายหมู่อย่างสิ้นสติ

 

ตอนจบของหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะเสียงเพลงของเด็กที่ร้องออกมาอย่างก้องกังวานจากในอุโมงค์ เหมือนเป็นสัญญะถึงความแตกต่างและแยกออกว่านี่คือมนุษย์ไม่ใช่ผีดิบหรือผู้ติดเชื้อ ถือได้ว่าหมดจดและงดงามสำหรับผู้รอดตายจากการบุกกระหน่ำของเหล่าผีดิบ

ต้องยอมรับว่าดาราที่นำแสดงทุกคนเล่นได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะดาราเด็กที่ทำได้ดีมาก แสดงให้เห็นคุณภาพในเชิงลึกของตัวดาราเองและผู้กำกับฯ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ "Train to Busan" เปิดตัวฉายครั้งแรกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 69 ในปีนี้ จะได้รับการต้อนรับอย่างสูง และกลายเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่มีจำนวนโรงภาพยนตร์การเข้าฉายมากที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีจำนวนโรงเข้าฉายทั้งสิ้นกว่า 1,567 โรงภาพยนตร์ และภายใน 4 วันของการเข้าฉายที่เกาหลี ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถกวาดรายได้ไปทั้งสิ้นราว 1,300 ล้านบาทไทย ซึ่งเมื่อฉายครบโปรแกรมก็ได้เยอะกว่านี้

ยอนซังโฮ ได้สถาปนาหนังสกุลซอมบี้เกาหลีในรูปแบบของตัวเองได้อย่างโดดเด่นและล้ำหน้าต้นตำหรับอย่างฮอลลีวู้ดในเรื่องของความดราม่าและมิติความลึกซึ้งที่ส่งผ่องถ่ายสู่ผุ้ชมจากตัวหนัง สามารถทำหนังประเภทนี้ที่เน้นตลาดเพื่อความบันเทิงดูสนุกลุ้นระทึกและสยองขวัญให้ก้าวเข้าสู่พื้นที่หรือขอบเขตใหม่อย่างน่าชื่นชม

สำหรับคนที่ชมหนังเรื่องนี้แล้วก็ต้องรอที่จะชมหนังแอนิเมชั่นของเขาที่เป็นเรื่องราวหรือตอนก่อนหน้า แต่เข้าลงฉายในโรงทีหลังคือ "Seoul Station" (ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง) กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งไม่แพ้เรื่องนี้ไม่พลาดอย่างแน่นอน

 

"Train to Busan" (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง)

ปี 2016

ประเทศ เกาหลีใต้

ภาษา เกาหลี

ความยาว 118 นาที

กำกับการแสดง ยอนซังโฮ

แสดงนำ กงยู คิมซูอัน จองยูมี มาดงซ็อก ชเวอูชิก อันโซฮี และคิมอีซอง