บัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร ปรับโครงสร้างธุรกิจต้องใช้วิสัยทัศน์

วันที่ 14 ส.ค. 2561 เวลา 18:20 น.
บัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร ปรับโครงสร้างธุรกิจต้องใช้วิสัยทัศน์
เรื่อง ภาดนุ , ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

หนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงบุคลิกดีวัย 33 ปี อู๋-บัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร รั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงินประจำ บริษัท แม็คกรุ๊ป คนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่กว้างไกล

“ผมเรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีและการเงิน จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ฯ (เกียรตินิยมอันดับ 1) แม้บัญชีจะเป็นวิชาที่เป็นพื้นฐานทางด้านธุรกิจต่างๆ แต่อีกส่วนหนึ่งผมก็ชอบการวางแผนทางด้านธุรกิจด้วยเช่นกัน ผมจึงคิดว่าตัวเองน่าจะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาในบริษัทข้ามชาติชื่อดังจะดีไหม แต่พอไปปรึกษาผู้ใหญ่หลายท่านก็แนะนำว่า ผมควรเริ่มทำงานด้านบัญชีเพื่อให้ได้ประสบการณ์ก่อน ดังนั้นผมจึงเข้าไปทำงานในบริษัท เคพีเอ็มจี ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีที่มีชื่อเสียงติด 1 ใน 4 ของโลก โดยทำงานไปด้วย พร้อมทั้งสอบใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชีไปด้วยจนทำได้สำเร็จ

หลังจากทำงานที่ บริษัท เคพีเอ็มจี 3 ปี ผมก็ได้รับโอกาสจากผู้บริหารในการเรียนรู้ระบบและการบริหารจัดการธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ และยังช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ในบริษัทให้เข้าสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีกันมากขึ้น ต่อมาผมก็สอบใบอนุญาตนักวางแผนการเงินและการลงทุนไปด้วย พร้อมทั้งช่วยทำหน้าที่ปรับโครงสร้างของธุรกิจในบริษัทอีก 1 ปี หลังจากนั้นก็ได้ทุนของบริษัทไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจและการจัดการ ที่มหาวิทยาลัย ยูซี เบิร์คลีย์ สหรัฐ เมื่อเรียนจบปริญญาโทผมก็กลับมาทำงานเกี่ยวกับการซื้อขายควบรวมกิจการด้านไฟแนนซ์ที่บริษัทเดิมอีก 4 ปี ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ผมจะต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตตัวเองบ้าง

โชคดีว่าผมได้พบกับ คุณสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท แม็คกรุ๊ป ที่เชียงใหม่พอดี เราจึงมีโอกาสได้พูดคุยกัน ผมรู้สึกประทับใจแนวคิดของคุณสุณีที่ว่า ‘อยากให้คนไทยได้ใช้ของดีคุณภาพเท่าเทียมสินค้าต่างประเทศในราคาที่เข้าถึงได้ ถ้าแบรนด์ไทยไม่ช่วยให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น แล้วใครจะทำ’ เพราะแม็ค (MC) หรือแม็คยีนส์ ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ของคนไทยที่อยู่มานานกว่า 40 ปี และปัจจุบันก็ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยประโยคโดนใจนี้จึงทำให้ผมสนใจอยากจะร่วมงานกับแม็คกรุ๊ป”

อู๋บอกว่า เมื่อได้รับการชักชวนจากผู้บริหารของแม็คกรุ๊ป เขาจึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในบริษัท โดยรั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานพัฒนาธุรกิจไปด้วย

“ด้วยความที่แบรนด์แม็คอยู่มากว่า 40 ปี และก้าวผ่านมาถึง 3 ช่วงของธุรกิจนั่นคือช่วงแรก เริ่มจากการเป็นโรงงานผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ยีนส์ต่างประเทศ ช่วงที่สอง เริ่มทำแบรนด์แม็คยีนส์ของตัวเองขึ้นมาและเริ่มขยายจุดจำหน่ายหลายร้อยจุดทั่วประเทศจนแบรนด์เริ่มเติบโต และช่วงที่สาม การสร้างแบรนด์ให้ได้มาตรฐานสูงเท่าเทียมกับแบรนด์ต่างประเทศ พร้อมทั้งนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (ปี 2013) มีการขยายจุดจำหน่ายเกือบ 900 จุด มีการลงทุนเรื่องระบบไอที การสร้างฐานลูกค้า และหาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานด้วย

เมื่อธุรกิจมาถึงจุดนี้จึงถือเป็นความยากและความท้าทายใหม่ ฉะนั้นเมื่อเข้ามาทำงานที่นี่ หน้าที่ของผมก็คือการทำให้เงินลงทุนของบริษัท รวมทั้งแบรนด์แม็คได้มีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ให้ได้มากที่สุด โดยโจทย์ก็คือจะทำยังไงให้ลูกค้าของแบรนด์แม็คได้มีประสบการณ์ในการใช้สินค้าและบริการตั้งแต่ต้นจนจบได้ ไม่ใช่แค่ลูกค้าซื้อสินค้าของเราแล้วก็จบแค่นั้น แต่จะต้องทำให้ลูกค้าได้รับรู้เรื่องราวของแบรนด์หรือโปรดักต์ต่างๆ ว่าสินค้าตัวนี้ทำไมถึงน่าใช้ มันดีอย่างไร

เมื่อลูกค้าเข้าไปที่จุดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พวกเขาจะต้องรู้สึกสนุก มีประสบการณ์ที่ดีในการซื้อ รวมทั้งมีความสุขและรู้สึกว่าสินค้าที่ซื้อไปใช้นั้นคุ้มค่าจริงเมื่อได้นำมาใช้ พูดง่ายๆ ว่าลูกค้าต้องเชื่อถือในคุณภาพของแบรนด์หรือใช้แล้วต้องบอกต่อได้”

อู๋บอกว่า ปัจจุบันนี้เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของแม็คก็คือผู้บริโภคหรือลูกค้าไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าของแม็คเพียงแบรนด์เดียว เพราะยุคนี้ลูกค้ามีตัวเลือกมากมาย แต่หากลูกค้าส่วนใหญ่มี Brand Royalty กับแม็ค เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเกินครึ่งแล้วล่ะ

“เป้าหมายสำคัญที่เราต้องเร่งทำในตอนนี้ก็คือ การรวมเรื่องการขายแบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน การรวมเรื่องโปรดักต์หรือสินค้าเข้ากับการตลาด การทำสื่อโซเชียลมีเดีย และแมส มีเดียต่างๆ ให้มากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมดูหนัง ดูคอนเสิร์ตให้กับลูกค้า ซึ่งตรงนี้ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับผม เพราะเราอยากเห็นแบรนด์แม็คเป็นแบรนด์ที่อยู่ไปถึง 100 ปีอย่างมั่นคงต่อไปได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดทีมงานทุกคนต้องแฮปปี้ที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจครั้งใหญ่นี้ให้เติบโตไปด้วยกันด้วยครับ

ปัจจุบันแม็คมีฟีเจอร์ใหม่นั่นก็คือ Ship to Shop ซึ่งความพิเศษก็คือลูกค้าจะซื้อสินค้าของเราจากที่ไหนก็ได้ แต่พวกเขาจะได้รับบริการที่ดีเยี่ยมเสมอ เช่น ซื้อกางเกงยีนส์ไปผิดสี ผิดไซส์ อยากจะนำมาเปลี่ยน หรืออยากจะตัดขากางเกง (ฟรี) ก็แค่คลิกเข้าไป ที่ www.mcshop.com ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการ ชิป ทู โฮม (ไปส่งสินค้าที่บ้าน) หรือชิป ทู ช็อป (ไปส่งสินค้าไว้ที่ร้านที่ลูกค้าสะดวกไปรับ) ซึ่งทั้งสองออปชั่นนี้เป็นตัวอย่างของการสร้างประสบการณ์แนวใหม่ให้เห็นว่าออนไลน์กับออฟไลน์สามารถอยู่ด้วยกันได้”

อู๋เสริมว่า สำหรับในเรื่องสินค้าหลายคนอาจสังเกตว่าปัจจุบันนี้แม็คทำสินค้าออกมาค่อนข้างหลากหลายมาก ซึ่งโชคดีว่าแม็คยีนส์เองก็เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ด้วย ฉะนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือการมุ่งมั่นไปสู่การ Collaboration กับแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างชาติรายอื่นๆ ด้วย

“ที่ผ่านมาเราก็ได้ร่วมกับบริษัท วาริกซ์ ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในการทำเสื้อนักฟุตบอลทีมชาติไทย ทำกระแสโจง (กระเบน) ยีนส์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือร่วมมือกับผู้ผลิตผ้าขาวม้าเพื่อทำสินค้าใหม่ๆ โดยพรีเซนต์ผ่านฝรั่งหน้าตาดีที่มาเป็นพรีเซนเตอร์และสาธิตการใช้งานผ้าขาวม้าให้ ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผ้าขาวม้าไทยใหดูอินเตอร์มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่ทำให้สินค้าของแม็คเป็นที่รับรู้ของผู้คนและดูเป็นสินค้าที่ร่วมสมัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังเน้นย้ำภาพลักษณ์ความเป็นยีนส์ของเราไว้อยู่ดี หรืออย่างแบรนด์ต่างประเทศเราก็ได้ร่วมมือกับ มาร์เวล คอมิกส์ ผลิตเสื้อคอลเลกชั่นนี้ออกมา เป็นต้น

สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ การให้โอกาสบุคลากรในบริษัท เนื่องจากผู้บริหารของแม็คกรุ๊ปมีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้นหากพนักงานคนไหนมีไอเดียเจ๋งๆ ก็จะให้มีการนำไอเดียมาเสนอและให้ลองทำดู เพราะถือว่าทุกคนต้องเรียนรู้จากความล้มเหลว เพื่อจะได้มีประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น บุคลากรทุกคนต้องทำงานด้วยความสนุกและมีความท้าทายในตัวงาน เวลาทำอะไรแล้วต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในเรื่องภาพลักษณ์เข้ามา ที่สำคัญเวลาทำงานอะไรก็ตาม ทีมงานจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และมีความรู้สึกเสมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของแบรนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นวัฒนธรรมขององค์กรในปัจจุบัน”

อู๋เสริมว่า ในยุคนี้สินค้าประเภทเดียวกันอย่างเสื้อผ้าก็อาจจะไม่ได้เป็นคู่แข่งกันโดยตรงอีกต่อไปแล้ว เดี๋ยวนี้การแข่งขันมาถึงจุดที่ว่า เจ้าของแบรนด์ควรต้องทำอย่างไรเพื่อให้สินค้าหรือบริการของตัวเองอยู่ในใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดซะมากกว่า

“พูดง่ายๆ ว่าโจทย์การแข่งขันของทุกวันนี้ก็คือ แบรนด์นั้นๆ จะต้องเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคนี้ให้ได้ ทำอย่างไรถึงจะให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์ของเรายามที่พวกเขาใช้ชีวิตประจำวัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์แม็คเริ่มทำกิจกรรมพาลูกค้าไปดูหนัง ไปดูคอนเสิร์ต และอื่นๆ โดยการสื่อสารหรือให้ข้อมูลผ่าน Fanpage Facebook : Mc Jeans เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นช่องทางที่เราจะต้องมีในยุคนี้ นอกจากนั้นยังมีการลงทะเบียนรับสมัครสมาชิกแบบออนไลน์ตามจุดต่างๆ อีกด้วย

หลักในการทำงานของผมก็คือ ถ้าทำโปรเจกต์อะไรสักอย่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและเต็มกำลังความสามารถที่สุด ถ้าผลของมันจะออกมาเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกที ขอแค่ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองและทำให้ดีที่สุดเท่านั้น และเลือกใช้คนให้ถูกกับงานมากที่สุด ธุรกิจของบริษัทก็น่าจะดำเนินไปได้ด้วยดีครับ”

อู๋ทิ้งท้ายว่า ในวันเสาร์-อาทิตย์ แม้จะเป็นวันพักผ่อนหรือวันหยุด แต่หากมีงานด่วนเข้ามาหรือมีไลน์ที่จะต้องตอบผู้บริหารในเรื่องงาน ก็ต้องสามารถยืดหยุ่นกับหน้าที่ตรงนี้ได้ เพราะเขาถือว่างานคือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ถ้าเป็นช่วงที่เขาลาหยุดพักร้อนจริงๆ โดยส่วนตัวแล้วเขาจะชอบไปพักผ่อนตามโรงแรมริมทะเล เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการชาร์จแบตให้กับตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม

บทความแนะนำ