อุ๋ย+โต้ง บุดดาเบลส ดนตรีกระชับมิตร

วันที่ 07 ก.ค. 2561 เวลา 14:27 น.
อุ๋ย+โต้ง บุดดาเบลส ดนตรีกระชับมิตร
เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด

หากเอ่ยชื่อวงดนตรีฮิปฮอปในเมืองไทย ชื่อของ “บุดดาเบลส” ติดท็อปไฟว์ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 คน คือ “อุ๋ย” นที เอกวิจิตร “โต้ง”สุรนันต์ ชุ่มธาราธร และ “เอ็ม” กิตติพงษ์ คำสาตร์ เป็นเวลากว่า 10 ปี ที่พวกเขายังมีผลงานเพลงออกมาต่อเนื่อง แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของวงมีมาก่อนที่ผู้คนจะรู้จักพวกเขาในนาม บุดดาเบลส

ล่าสุดกับผลงานที่พวกเขาร่วมกันเป็นทีมโปรดิวเซอร์ ในรายการ Show Me The Money Thailand ที่เพิ่งลาจอไป

ในครั้งนี้มี 2 หนุ่มแห่งวงบุดดาเบลส อุ๋ยกับโต้ง มาเล่าถึงมิตรภาพและการทำงาน

กำเนิดบุดดาเบลส

อุ๋ย : “จุดเริ่มต้นมาผมกับโต้งทำเพลงใต้ดินอยู่กับวงเก่า แล้วพอมีการแยกย้ายกัน ผมก็มาทำเพลงบนดินต่อ คือจริงๆ มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขาเป็นคนร้อง แล้วผมเป็นคนแร็พ แต่ยังไม่ทันได้ทำเพลง เขาก็ไปต่างประเทศ  

ตอนนั้นเราฝันไว้ว่า ในชีวิตครั้งหนึ่งต้องหาทางออกอัลบั้มสักชุดให้ได้ มีการทำเพลงกัน และมีการประกาศหาคนมาเสริมตอนแรกก็หากันอยู่นาน จนมาเจอเอ็ม ผมเห็นเขาร้องเพลงได้ เล่นกีตาร์ได้ เต้นเก่งก็เลยชวนว่าสนใจมาทำวงด้วยกันไหม และเกิดเป็นบุดดาเบลสจนถึงวันนี้”

โต้ง : “จริงๆ ตอนนั้นแนวแดนซ์ฮอลล์ก็ยังใหม่สำหรับพวกผมมากๆ มันก็ไม่ได้ฮิปฮอปมากแบบตอนนี้ ก็อาจจะแค่เปลี่ยนสำเนียง เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง จริงๆ คนที่ประกอบร่างพวกผม 3 คนก็คือ พี่เต้สไปเดอร์มังกี้ เราก็ไปขลุกอยู่บ้านเขา เป็นเดือนๆ ทำเพลงกันทั้งคืน คือแกก็ถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีให้จนหมดไส้หมดพุงแหละ เพราะแกเองก็ฟังแดนซ์ฮอลล์มามากกว่าพวกผมอยู่แล้ว

เรามีการแบ่งหน้าที่ทำงานกันชัดเจน เช่น อุ๋ยคิดคอนเทนต์ของเพลง แต่งท่อนฮุกแล้วท่อนแร็พ ซึ่งถ้าถามแรกๆ ก็มีเพลงฮิตบ้าง ไม่ฮิตบ้าง บางเพลงก็ไม่น่าจะเอาออกมา (หัวเราะ) เพราะฟังยังไงก็ไม่น่าจะใช่ หรือบางเพลงที่ถูกนำมาปล่อยก็ไม่ได้ฮิต แต่ถ้าใครจำเพลงของพวกเราได้ และขอมาก็จะเล่นให้ แต่อารมณ์ก็จะไม่ถึงหูทั่วถึงกับทุกๆ คน”

อุ๋ย : “ตอนแรกคนจะมองว่าต้องมาจูนกันอีก หรือมีทะเลาะกันบ้าง ไม่มีเลยครับ คือว่าไงก็ว่าตามกันครับ คือเนื้อเพลงนี่เอ็มจะไม่ยุ่งอยู่แล้ว พวกผมก็เขียนกันเอง แล้วส่วนดนตรีพวกผมก็จะมีแนวของตัวเอง ส่วนเอ็มก็ให้เขาเข้ามาลอง ซึ่งผมก็มีภาพในหัวอยู่แล้วว่า จะแร็พ 2 คน อีก 1 คน ร้อง มันก็เลยไม่ได้ยากหรือว่าผิดจากที่คิดสักเท่าไหร่ และถือว่าโชคดีมากๆ ที่พวกเราปรับกันได้ไวและทำให้งานมันก็รันกันไปเองได้โดยไม่มีสะดุดด้วย”

“อุ๋ย” นที เอกวิจิตร

ทีมเวิร์กที่เชื่อใจ

หนุ่มๆ กลุ่มนี้เวลาทำงานจะคุยกันเยอะหน่อย

อุ๋ย : “เราก็รับฟังกันนะ ยืดหยุ่นกัน ว่าถ้าเกิดแบบนี้ถ้าเพื่อนไม่ชอบ แต่เพื่อนอีกคนชอบ งั้นก็ต้องลองหาครึ่งทางมาดู เพราะเพลงของพวกผมก็ต้องร้องด้วยกัน ถ้าเกิดมันมีคำที่มันกระดากปาก เป็นคำที่ไม่ชอบ ก็คงไม่แฮปปี้ที่จะร้อง ก็ต้องหาทางออก แก้ไขให้มันโอเคกับทุกฝ่าย ทุกๆ คนพอใจที่จะร้องกับดนตรีแบบนี้ไหม หรือตรงนี้ต้องปรับหรือเปล่า ผมว่าผมทำงานกันเป็นทีมเวิร์กมากกว่า เป็นแบบพี่น้องที่คุยกัน เข้าใจกันและสามัคคีกัน”

โต้ง : “คือดนตรีมันเป็นเรื่องของเทสต์เรื่องของเซนส์ ทุกคนต้องมีความชอบที่แตกต่างกันแน่นอน แต่แล้วสุดท้าย เมื่อหาทางออกให้กับแนวทางที่จะนำพาไป ก็จะพบว่ามันก็เหมือนเวลาที่พวกผมจะหุ้นส่วนกัน มันควรจะมีคนหนึ่งที่ตัดสินใจว่าทำหรือไม่ทำ ดีหรือไม่ดี ซึ่งอันนั้นผมยกให้อุ๋ยเขาเลย ว่าถ้านายคิดว่ามันโอเค ผมก็โอเค

อย่างที่บอกว่า ถ้าเอาหลักความชอบของแต่ละคน มันไม่มีทางจบงานงานนั้น หรือเพลงเพลงนั้น คีย์นั้นปิดจ๊อบได้แน่นอน ผมเชื่อเทสต์ของกันและกัน เพราะพวกเราโตมาด้วยกัน ฟังเพลงแบบเดียวกันมา เพราะฉะนั้นเทสต์มันไม่ได้หนีกันมาก คือหลายครั้งแล้วที่ผมแต่งเนื้อแล้วผมไม่ชอบ ผมก็จะแบบว่า อุ๋ยนายช่วยทำตรงนี้หน่อยไปต่อไม่ได้ละ จะจบลงแบบไหนดีกว่า(หัวเราะ) อันนี้ไม่ชอบนะ

หรือบางทีอุ๋ยมันก็บอกว่า นายไม่ต้องเปลี่ยนหรอก นี่เป็นตัวพวกเราแล้วล่ะ คืออย่างที่บอกครับว่ามันต้องมีคนที่ตัดสินใจ แล้วก็ต้องเชื่อในตัวเขา เชื่อในตัวเพื่อน เชื่อกันและกันด้วย

จริงๆ พวกเราไม่ค่อยจะได้ใช้ชีวิตแบบเพื่อนๆ คู่อื่นๆ พอนอกเวลางานจะดูแลกัน ไปมาหาสู่กัน กินนอนนะมี แต่บางมุมก็จะมีชีวิตที่เป็นส่วนตัวกันมากๆ ที่ผมอาจจะไม่รู้อะไรมุมนั้นของเพื่อนคนนี้ หรือไม่ทราบว่าเขาไปที่นี่บ่อยๆ เพราะอะไร

แต่ในแง่ของการทำงานต้องคุยกันให้จบ เคลียร์ทุกเรื่อง งานดีๆ เพลงดีๆ ไม่ใช่เพลงที่จะดัง เพลงดังๆ ไม่ใช่เพลงที่ดีอย่างที่ผ่านมาตั้งแต่หลังจากสงกรานต์งานลดลง ผมก็ว่าไม่ใช่เป็นวงผมวงเดียว ก็คิดว่าเป็นวงอื่นๆ ด้วย มาจากปัจจัยอื่นๆ ด้วย มันเลยทำให้วงต้องดิ้นรน หางานอื่นๆ

อย่างผมก็มีบริษัทของตัวเองที่รับผลิตงานเบื้องหลัง ถ่ายทำรายการก็ไม่ได้ไปไหนไกลนะ ก็มีของทางช่องทรูโฟร์ยูนี่แหละ ซึ่งก็เป็นอีกงานเสริมที่จะมาคอยหล่อเลี้ยงตัวเองที่นอกเหนือจากทำงานคอนเสิร์ต”

“โต้ง”สุรนันต์ ชุ่มธาราธร

เพื่อนไม่ต้องตัวติดกัน

อุ๋ย : “ผมว่าคำว่าเพื่อน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมารับรู้ถึงพฤติกรรมของกันและกันหมดซะทุกอย่าง ที่จะนอกเหนือจากเวลาทำงาน เพราะพอไม่ได้ทำงานกัน ไลฟ์สไตล์แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน มุมมองต่างมุมกัน กินเที่ยว ไปไหนมาไหนก็คนละแบบกัน ไม่จำเป็นต้องตัวติดกัน และก็ไม่ได้พยายามจะเป็นหรือวางภาพแบบคนอื่นๆ ที่ต้องเป็นหรือเห็นด้วย”

โต้ง : “จริงๆ เรา 3 คน พยายามที่จะเป็นคนดี (หัวเราะ) จะพยายามที่จะไม่เบียดเบียนคนอื่น พยายามที่จะช่วยเหลือคนอื่นให้ได้ในมุมของตัวเอง คือแต่ละคนก็จะมีวิถีชีวิต หรืออะไรที่มันเกี่ยวกับที่ตัวเองไปช่วยเหลืออยู่ ก็จะแตกต่างกันออก ซึ่งผมคิดว่านั่นมันคือการสื่อว่าทุกคนเจตนาดี รวมไปถึงทุกๆ คนที่เคยให้โอกาสผม หรือที่ผมเคยทำมา ที่ช่วยเหลือ ทุกคนเจตนาดีกันหมด เพียงแต่ว่าพวกเราไม่ได้ป่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้ หรือต้องไปโพสต์ลงโซเชียลให้เห็นเท่านั้นเอง”

อุ๋ย : “ผมเข้าใจบางคนนะครับ จะมองว่าเป็นเพื่อนกันต้องรู้เรื่องกันทุกอย่าง มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน แต่พวกผมก็ไม่ได้ใช้ร่วมกัน ส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้เป็นเพื่อนที่กิน เพื่อนเที่ยวด้วยกันมาก่อนตั้งแต่เด็กๆ แต่เป็นเพื่อนกันตอนโตแล้ว

แต่ละคนทำงานกันมานานโชกโชน แล้วมานั่งทำเพลงด้วยกัน แต่ว่าพอพวกเราต้องมารวมกันเพราะทำเพลงด้วยกัน รวมกันเพราะดนตรี เพราะฉะนั้นนอกเวลาทำงาน แต่ละคนก็ใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป

แต่ว่าถ้าเกิดเพื่อนทำอะไรที่มันดีกับสังคม พวกผมก็พร้อมที่จะสนับสนุนและถ้าเห็นว่าเหมาะสม ก็จะช่วยกันบอกต่อ หาทางเสมอ แล้วอย่างเวลาที่ผมทำอะไร ที่เห็นว่ามันดี เพื่อนก็สนับสนุนเช่นกัน คือ มันไม่ได้เป็นโมเมนต์ที่ว่า ซึ้งกอดกันน้ำตาไหลสักเท่าไรหรอกครับ”

โต้ง : “ผมก็เป็นห่วงเพื่อนๆ ทุกเรื่องนะครับ ถ้าเรายังมีแรงก็ยังจะทำงานดีๆ ผลิตเพลงให้ได้ฟังกันต่อไป เพราะผมเชื่อว่า ถ้ายังมีลมหายใจก็ยังมีแรงทำงาน แต่งเพลงต่อไป”

อุ๋ย : “สถานการณ์เพลงบ้านเราเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะ จะทำยังไงให้วงอยู่ได้ เพราะผมเชื่อว่า การเล่นสดและการเต้นของพวกผมเป็นจุดขายของบุดดาเบลสมาตลอด และเชื่อว่าคนดูสนุกกับวงของพวกเรา ก็อยากให้อยู่กันไปนานๆ แม้ตอนนี้จะเต้นกันไม่ค่อยไหวแล้ว (หัวเราะ) ก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพด้วยนะครับ พวกเราทำงานกันไม่เป็นเวลา ก็ต้องปรับจูนและดูแลตัวเองกันเยอะๆ”

ไม่มีใครสามารถออกแบบ หรือจัดการความรู้สึกของใครได้ ในเส้นทางของมิตรภาพ บางครั้งก็ต้องปล่อยไปตามสถานการณ์ สนุก เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญคือ ยังเดินไปด้วยกัน ไม่ได้หันหลังให้กันต่างหาก

บทความแนะนำ