เศกชัย ชูหมื่นไวย ธุรกิจที่ดีต้องมีส่วนช่วยสังคม

วันที่ 19 มิ.ย. 2561 เวลา 16:56 น.
เศกชัย ชูหมื่นไวย ธุรกิจที่ดีต้องมีส่วนช่วยสังคม
เรื่อง อณุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

เรามีนัดกับชายหนุ่มหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส รูปร่างทะมัดทะแมง มีความเป็นกันเอง แม้จะใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเกือบ 20 ปี แต่ภาษาไทยของเขานั้นยังชัดถ้อยชัดคำไม่แปร่งเพี้ยนในสำเนียงแต่อย่างใด เศกไชย ชูหมื่นไวย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Brand Strategy and Integration บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ร่วมงานกับเคเอฟซี มา 4 ปี ได้รับความท้าทายเปลี่ยนความรับผิดชอบไปทุกปี ล่าสุดมาดูเรื่องแบรนด์และดิจิทัล

ทางด้านการศึกษานั้น เขาจบปริญญาตรีด้านการบริหารและสื่อสารเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยแถวหน้าของอเมริกาอย่างซีราคิวซ์ (Syracuse University) โดยเขาไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่ระดับชั้นไฮสกูล เมื่อเรียนจบปริญญาตรี เขาก็ตัดสินใจทำงานต่อที่นั่นกับบริษัท จีอี เอ็นเนอร์จี นาน 15 ปี ช่วงปีหลังๆ ของการทำงานที่นั่น เขาได้ไปประจำการที่เยอรมนีและจีน อยู่จีนเกือบ 9 ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือ CIO ดูตลาดของจีนและเอเชียเป็นหลัก มีทีมงานในส่วนนี้ถึง 500 คน ก็คิดจะทำงานที่นี่ไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่ได้คิดกลับประเทศไทย

จนกระทั่งได้รับการทาบทามให้กลับมาร่วมงานกับเคเอฟซีที่ประเทศไทย เขาจึงคิดว่าคงอาจจะถึงเวลาที่ควรจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เพราะจากประเทศไทยไปกว่า 20 ปีแล้ว จนตอนนี้ก็อยู่กับเคเอฟซีมา 4 ปี มีความอบอุ่นและสนุกกับความท้าทายใหม่ๆ ของการทำงานเป็นอย่างดี ตำแหน่งแรกๆ นั้นเขามาดูงานทางด้านระบบโอเปอเรชั่น ต่อด้วยไอทีและคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นดิจิทัลให้กับเคเอฟซีในกลุ่มแถบเอเชียทั้งหมด จนกระทั่งมาอยู่ ณ จุดนี้

การมาร่วมงานกับเคเอฟซีเป็นโอกาสที่ดีที่เขาได้กลับมาใกล้ชิดครอบครัว แม้จะทำงานที่ต่างประเทศมานานกว่า 15 ปี ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวแต่อย่างใด เพราะบริษัทนี้ให้ความสำคัญกับพนักงานและลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เขาได้ร่วมทำงานพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแรงยั่งยืนต่อไป

“ที่นี่มีการพัฒนาตลอดเวลา มีความท้าทายใหม่ๆ เคเอฟซีก็เป็นที่ 1 ของธุรกิจ Quick Service Restaurant และอยากให้แบรนด์นี้เป็นที่ 1 ตลอดไป เราเองก็ได้ใช้ประสบการณ์จากที่เดิมที่มีมาช่วย ที่ผมเคยอยู่ที่จีน ที่อินเดีย ก็มาปรับใช้ เพราะในความเป็นเอเชียก็มีลักษณะร่วมกันหลายอย่าง แม้ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำงานกับคนไทยมาก่อนเลย แต่เราก็มีความเป็นเอเชียอยู่ในตัวเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องยากตรงจุดนี้” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

เป้าหมายในการทำงานระยะสั้นของเขานั่นก็คือ ต้องการพัฒนาแบรนด์ให้ดีขึ้น รักษาความเป็นที่ 1 ตลอดไป พัฒนาการระบบจัดส่งเดลิเวอรี่ให้รวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่การจัดส่งให้เข้าถึงมากขึ้นเกือบทุกพื้นที่โดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีจุดบอด รวมทั้งบริหารการทำงานของแฟรนไชส์ให้ดีขึ้น ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้ข้อจำกัดใดๆ และให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สุดท้ายก็คือให้เคเอฟซีเป็นที่ 1 ในใจทุกคน ลูกค้ามีความสุข ทีมงานมีความสุขในการทำงาน พร้อมก้าวไปสู่เป้าหมายร่วมกัน

ผู้บริหารที่ดีในความเห็นของเขานั้น ต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานได้ สนับสนุนให้ทีมงานทำงานได้อย่างน่าพอใจ มีโอกาสในการตัดสินใจร่วมกัน และผู้บริหารควรมองภาพกว้าง ไม่ลงไปในรายละเอียดจนกลายเป็นการแทรกแซงการทำงานของทีมงานมากเกินไป

เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคต้องมองโลกในแง่ดี ตั้งสติแล้วเริ่มแก้ไปทีละจุด และทำร่างกายให้แข็งแรงสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย เพราะร่างกายที่แข็งแรงส่งผลที่ดีกับจิตใจกับการทำงาน ถ้าสุขภาพไม่ดีจะมีผลกระทบกับการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

“ผมออกกำลังกายด้วยการเข้ายิม ต่อยมวย วิ่งมาราธอน แต่บ้านเราอากาศร้อนเลยไม่ค่อยได้วิ่งเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ เพราะอากาศเย็นวิ่งสบาย ก็เลือกการออกกำลังกายให้เข้ากับอากาศของบ้านเรา ถ้ามีวันหยุดยาวๆ ก็เดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ กลับไปเยี่ยมเพื่อนๆ ที่จีน ที่ยุโรปบ้าง”

ทางด้านหลักการทำงาน เขาบอกว่าต้องการทำงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สร้างความพึงพอใจให้กับองค์กร ทีมงาน ลูกค้า นอกจากนี้พยายามคิดโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้โดนใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย ด้วยอาหารที่สะอาด สดใหม่ รสชาติดีและมีคุณภาพ

“เช่นเราจะทอดไก่และขายให้หมดภายใน 90 นาที ถ้าไม่หมดในเวลาที่กำหนดเราจะเอาออกจากเคาน์เตอร์ทันที เพราะความกรอบจะไม่ได้ตามมาตรฐานของเรา ซึ่งที่จริงยังกินได้ปกติแต่ความกรอบอาจลดลงเล็กน้อย ซึ่งเวลาลูกค้าซื้อไปกินที่บ้านเขาก็สามารถเข้าอุ่นในเวฟกินได้ตามปกติ แต่เรามีมาตรฐาน 90 นาที”

ขณะนี้ทางบริษัทมีโครงการชื่อว่า Harvest มีวัตถุประสงค์ในการลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง ด้วยการส่งมอบไก่ทอดส่วนที่เกินจากเวลาจำหน่ายที่กำหนดและยังคงคุณภาพ ความสะอาด และความปลอดภัย ไปยังผู้ที่ต้องการและขาดแคลน เพื่อนำไปประกอบอาหารเพื่อบริโภคต่อไปแทนการนำไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันมีร้านเคเอฟซีรวม 20 ร้านเข้าร่วมในโครงการ เพื่อสนับสนุนมูลนิธิ 4 มูลนิธิ คือ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จ.นนทบุรี สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งชาย จ.นครราชสีมา สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งวังทอง จ.พิษณุโลก และสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จ.ปทุมธานี ซึ่งมูลนิธิที่เข้าร่วมโครงการจะต้องตั้งอยู่ในบริเวณไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากร้านเคเอฟซี เพื่อที่จะสามารถรักษาคุณภาพของอาหารได้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการครัวเคเอฟซีเพื่อชุมชน หรือ Colonel Community Kitchen เป็นโครงการที่นำรูปแบบห้องครัวมาตรฐานระดับโลกที่ใช้ในร้านเคเอฟซีมาประยุกต์ให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับห้องครัวของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นที่สถานสงเคราะห์ โรงเรียน หรือศูนย์กลางชุมชนต่างๆ รวมถึงการแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของเคเอฟซี เพื่อยกระดับโภชนาการของชุมชนไทย โดยมุ่งหวังให้สมาชิกในชุมชนมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของมาตรฐานและสุขอนามัยของอาหารที่ใช้บริโภค ซึ่งสามารถเริ่มได้จากการมีสถานประกอบอาหารที่สะอาด ได้มาตรฐาน

เคเอฟซีสำรวจและสนับสนุนการปรับปรุงห้องครัวของชุมชน ทั้งในส่วนการเตรียมอาหาร การประกอบอาหาร และพื้นที่การจัดเก็บวัตถุดิบสดและแห้ง ให้เป็นสัดส่วน ปลอดภัย และสะดวกในการใช้งาน โดยมีพนักงานอาสาสมัครที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ของเคเอฟซีและแฟรนไชส์เป็นผู้ดำเนินการ ปัจจุบันได้จัดทำขึ้นแล้ว 2 แห่ง คือ บ้านราชาวดี (ชาย) ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และโรงเรียนบ้านแม่ตะมาน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

“ธุรกิจที่ดีต้องทำเพื่อสังคมด้วย สังคมที่ดีต้องมีการแบ่งปัน มีทั้งผู้ให้และผู้รับ เพราะองค์กรของเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม”

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต