นิธิศ ชัยจรูญรัตน์ ธุรกิจแฟชั่นใส่ใจทุกรายละเอียด

  • วันที่ 30 พ.ค. 2561 เวลา 14:02 น.

นิธิศ ชัยจรูญรัตน์ ธุรกิจแฟชั่นใส่ใจทุกรายละเอียด

เรื่อง ปอย

การสร้างสรรค์แบรนด์ของใช้คุณภาพระดับพรีเมียมของสุภาพบุรุษ ประกอบไปด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียดนิธิศ ชัยจรูญรัตน์ Brand Director มาร์เบิลแอนด์วู้ด (Marble&Wood) ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าและของใช้เพื่อผู้ชายลุคเนี้ยบ กล่าวถึงธุรกิจที่ทำว่าต้องเชี่ยวชาญตั้งแต่การออกแบบ การคัดสรรเลือกใช้วัสดุที่ดีการผลิตมีคุณภาพ รวมทั้งความเข้าใจลักษณะการใช้งานก็ต้องอ่านให้ทะลุปรุโปร่ง

นิธิศ ขับเคลื่อนธุรกิจในแนวคิด We Do it well or not at all สร้างสรรค์ชิ้นงานจากสิ่งที่รัก และมุ่งแสวงหาสินค้าคุณภาพเป็นเลิศ จากวัสดุที่เฟ้นหาในแหล่งต่างๆ หลากหลายประเทศทั่วโลก ความพิถีพิถันคือปณิธานสูงสุดของมาร์เบิลแอนด์วู้ด แบรนด์ไทยแท้ที่นำเสนอสินค้าในแบบไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม มีป๊อปอัพสโตร์ ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ริเริ่มธุรกิจในขวบปีแรกปีนี้ ก็ได้ชายหนุ่มแฟนประจำล้นหลาม

งานสร้างภาพลักษณ์ต่อยอดธุรกิจแฟชั่น

ก่อนหน้านั้น ในแวดวงสังคมรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม อาร์ท นิธิศ ในฐานะทายาทคนกลางของ สมชัย-แสงเพชร ชัยจรูญรัตน์เจ้าของอาณาจักร จรูญรัตน์ กรุ๊ป นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการผลิตระบบเคลือบสีอุตสาหกรรมของเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมจรูญรัตน์ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 500 ไร่ในฝั่งตะวันออกรวมถึงธุรกิจในเครืออีกมากมาย แต่กับการทำงานของลูกชายตระกูลชัยจรูญรัตน์ก็เรียกว่าฉีกคนละวงการแตกต่างจากบุพการีโดยสิ้นเชิง

ช่วงปีที่ผ่านมา เซเลบริตี้หนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน นิธิศ คือผู้ก่อตั้ง เอ พลัส อิมเมจ ที่ปรึกษาการพัฒนาภาพลักษ์และบุคลิกภาพ และงานล่าสุดในปีนี้ เริ่มต้นกุมบังเหียนงานผู้บริหารแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม มาร์เบิลแอนด์วูด ต่อยอดธุรกิจแฟชั่น เพื่อเสริมบุคลิกภาพสำหรับผู้บริหารหนุ่มยุคใหม่

“ผมขออธิบายคำว่า ‘ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม’ ก่อนนะครับ ก็คือการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด ในราคาที่เหมาะสม ผมยกตัวอย่างเช่น สูทของแบรนด์มาร์เบิลแอนด์วูด ผมคัดเลือกใช้ผ้าจากอิตาลี ซึ่งเป็นผ้าชนิดเดียวกับผ้าของแบรนด์ดังระดับโลก แต่การตั้งราคาระดับไม่กี่หมื่นบาท เป็นราคาสมเหตุสมผลกับการจ่ายได้คุ้มค่ามากครับ

มาร์เบิลแอนด์วูด ไม่ใช่สินค้าตอบโจทย์ด้านแฟชั่น แต่โจทย์ของเราคือคำว่าApparel หรือเสื้อผ้าสวมใส่ เน้นงานสร้างคุณภาพเพื่อความดูดี ซึ่งไม่ใช่เสื้อผ้าที่วิ่งตามเทรนด์แฟชั่น เน้นคัตติ้งดี สีที่คลาสสิก ผมมองว่าสูทดีๆ สัก 1 ตัวก็ต้องทำให้ได้ดีในสิ่งเหล่านี้นะครับ และเป็นการกำหนดคุณภาพโดยตีความผ่านโจทย์ชื่อแบรนด์ผมเริ่มต้นจากคำถามว่า ‘ที่ไหนที่เราอยู่แล้วมีความสุขมากที่สุด?’ คำตอบก็คือ ‘บ้าน’แล้วกับสิ่งที่อยู่ในบ้าน กับวัสดุที่เราคลุกคลีแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ คุ้นเคย และมีความทันสมัยในแบบไร้กาลเวลา คำตอบจึงกลายมาเป็นเรื่องราวของคำว่า Marble- หินอ่อน Wood-ไม้สองชิ้นที่อยู่คู่บ้านสวยมายาวนาน

การกำหนดให้เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ นอกจากเสื้อผ้าผู้ชาย ก็ยังมีสินค้าแอกเซสซอรี่เนกไท กระเป๋าสตางค์ ซองนามบัตรหนังแท้ และมีมุมสเตชันนารีคัดสรรของใช้จำพวกดินสอ ยางลบ ถาดใส่ของทองเหลือง ที่ทับกระดาษและที่วางปากกาทูอินวัน การรังสรรค์งานดีไซน์ออกมาควบคู่ความเรียบหรู ก็คือแฝงให้มีความสนุกสนาน มีสีสัน เป็นบุคลิกของแบรนด์นี้ครับ

คุณพ่อคุณแม่เปิดใจกว้างมาก แม้ว่าท่านเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง แต่ท่านก็ไม่เคยชี้นำว่าลูกๆ ต้องเรียนทางด้าน Business เท่านั้น ซึ่งในช่วงวัยรุ่นผมก็ยังค้นหาสิ่งที่รักได้ไม่ชัดเจนนัก ผมจบไฮสกูลจาก Christ’s college ประเทศนิวซีแลนด์ ก็ตัดสินใจเลือกเรียนปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (University of Nottingham) ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุผลหลักๆ ว่าการเรียนด้านนี้ เราสามารถไปต่อยอดทำงานได้หลากหลายสาขา แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะเลือกเรียนด้านอินทีเรียร์ ด้วยนิสัยที่ผมให้ความสำคัญในเรื่องของทุกๆ รายละเอียด

ผมชอบงานออกแบบที่มีดีเทลมองได้ลึกซึ้ง ซึ่งแสดงออกได้ชัดๆ ทางการแต่งตัวนะครับ (บอกพลางยิ้ม) ในช่วงการเริ่มต้นทำงานหลังจากเรียนจบจากอังกฤษ ผมเริ่มทำงานเจ้าหน้าที่ HR บริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งก็จะได้รับหน้าที่ทำงานฝึกอบรมให้กับพนักงานแผนกต่างๆ การอบรมเรื่องบุคลิกภาพ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยของงานพัฒนาเพื่อให้บุคลากรในองค์กรมีศักยภาพ

การได้เริ่มทำงานเทรนนิ่งเกี่ยวกับเรื่องของภาพลักษณ์และบุคลิกภาพอยู่ประมาณ 4 เดือน ผมรู้สึกว่าชื่นชอบงานนี้มาก จึงได้ตัดสินใจกลับไปเรียนอังกฤษอีกครั้ง เพื่อศึกษาต่อยอดอย่างจริงจังในด้าน Professionally Certified As Image Consultant ระยะเวลาที่เรียน 6 เดือนได้ประสบการณ์ที่ดีมากครับ ได้เรียนกับครูผู้สอนซึ่งเป็นที่ปรึกษาในด้านภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ เมื่อเรียนจบกลับเมืองไทยจึงได้ก่อตั้ง เอ พลัส อิมเมจ (A+ Image) ให้บริการที่ปรึกษาในการปรับภาพลักษณ์และบุคลิกภาพส่วนบุคคล”

นิธิศ เล่าถึงเส้นทางการทำงาน ได้การปลูกฝังจาก สมชัย ชัยจรูญรัตน์ ช่วงที่ได้กลับไปดูแลด้าน Property Business ในส่วนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเครือของครอบครัวเป็นเวลา 2 ปี ได้วิธีคิดจากบิดา ที่มีการบริหารเน้นความทัดเทียม ไม่เอาเปรียบ มีความจริงใจ หนุ่มนักธุรกิจกล่าวย้ำว่า สินค้าชิ้นไหนถ้าเราไม่ซื้อใช้ ก็จะไม่ทำออกมาขาย เราต้องเชื่อมั่นและจริงใจในสิ่งที่เรานำเสนอ”

ธุรกิจแฟชั่นเริ่มจากศูนย์

จากแนวคิดในการดำเนินชีวิต เชื่อมั่นในทุกสิ่งที่ตัดสินใจทำ เพราะฉะนั้นเมื่อตัดสินใจทำอะไรแล้ว สิ่งนั้นต้องออกมาดีที่สุด นิธิศ กล่าวถึงการทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า แฟชั่น ไม่ได้มีแต่เรื่องตื่นเต้นสวยๆ งามๆ แต่เบื้องหลังร้านหรูหรามีสิ่งที่ต้องจัดการให้เป็นระบบระเบียบมากมายวุ่นวายหลายเรื่องกว่าจะลงตัว แล้วยิ่งถ้าให้ย้อนกลับไปพูดถึงจุดเริ่มต้น บอกได้เลยว่ามีแต่เรื่องยากๆ หินๆ ทั้งนั้น

“มาร์เบิลแอนด์วู้ด เปิดร้านป๊อปอัพสโตร์ ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ราว 6 เดือนกว่าๆ แล้วครับ แต่แบรนด์เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ใช้เวลาเตรียมงานนานเลยครับ 1 ปีกว่า ผมจำความรู้สึกในวันที่บินไปซื้อผ้าที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตผ้าตัดสูทคุณภาพดีที่สุดในโลกได้เลยครับ แทบไม่มีซัพพลายเออร์ผ้าดีๆ ให้เราพบพูดคุยเพื่อเริ่มธุรกิจเลย เพราะเราไม่มีชื่อเสียงด้านนี้ โนบอดี้มาจากศูนย์ก็ว่าได้ ขณะที่แบรนด์อื่นๆ เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

ผมไม่ละความพยายาม งานแฟร์ดังๆ ของเมืองมิลาน ไม่เคยพลาด เมื่อได้โอกาสเริ่มต้นพัฒนาสินค้าก็ใช้ความจริงจังที่สุดครับ ผมยกตัวอย่างเช่นผ้าซับในสูท มีการครีเอทการทอให้เป็นลวดลายของแบรนด์ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ใช้เวลาการพัฒนาร่วมกับบริษัทผ้าในญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นอีก หนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านผ้าไม่แพ้ใคร งานทอผ้าไลนิ่งหรือผ้าซับในสูท เป็นงานยากมากครับ กว่าจะได้ตามโจทย์ลายผ้าแบรนด์ของเรา สูทที่ดีต้องสวมแล้วต้องเป็นเหมือนผิวหนังชั้นที่สอง แนบไปกับลำตัวคุณภาพนี้ใส่แล้วรับรองดูดีทุกคนครับก็กลายเป็นว่าวันนี้เราไม่ต้องบินไปหาเขาแล้วเขาบินมาหาเราถึงเมืองไทยเลยครับ”

แบรนด์ย่อมประกาศตัวตนเจ้าของธุรกิจได้ดี นอกจากบอกความเนี้ยบคลาสสิกได้แล้ว ความรักหลงใหลในเรื่องแฟชั่น มาร์เบิลแอนด์วูด ก็มีครบ

“ผมชอบการแต่งตัวที่ขอใช้คำนี้นะครับว่า ไม่ชอบโชว์ออฟ (บอกพลางยิ้ม)ผมไม่ชอบใส่เสื้อยืดที่มีโลโก้ใหญ่ๆ ชัดเจน เพียงเรารู้อยู่ในใจว่าเราสวมใส่เสื้อผ้าคุณภาพ รู้คนเดียวว่าใส่ยี่ห้ออะไร ก็โอเคแล้วนะครับ มาร์เบิลแอนด์วูด ก็จะเป็นแบบตัวผมคือไปใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นเรื่องของ Men’s Fashion นอกจากกระดุมจากทองเหลืองแท้ ซับในสูทที่ลายสวยแล้ว ก็ดีไซน์เพื่อประเทศร้อนใส่ได้ทั้งวันด้วยผ้าคุณสมบัติเย็น หรือมี PocketSquare ผ้าผืนเล็กเหน็บกระเป๋าสูท เป็นการแต่งตัวในแบบกึ่งทางการที่ได้ทั้งความสุภาพ ทันสมัยในความคลาสสิก

ผมแต่งตัวหลากหลายครับ ส่วนมากจะใส่เบลเซอร์ และสูท สีทางการ ดำ น้ำเงิน โทนสีอ่อนสีเบจ ไปจนถึงโทนสีสดใส สีฟ้า เขียว เหลือง ส้ม (หัวเราะ) แต่เมื่อปรับมาเป็นแบรนด์ มาร์เบิลแอนด์วู้ด ที่เน้นความคลาสสิก ก็ต้องปรับสีสุภาพ อย่างเช่นสูทตัวโปรดจะเป็นสีโอลีฟกรีน ความคลาสสิกผมใส่ได้ทั้งไปในโอกาสทางการ จนถึงกึ่งทางการเลยครับ”

ก้าวต่อไปของการสร้างธุรกิจ อาร์ท นิธิศเผยว่า สินค้าแบรนด์มาร์เบิลแอนด์วู้ดไปวางจำหน่ายในต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่รอบบ้านในเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไปจนถึงเมืองแฟชั่นที่เวลานี้มีแผนเตรียมไปวางสินค้าจำหน่ายที่บูติกสโตร์ ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส และอนาคตเป็นแบรนด์ไทยแฟชั่นจะมีครบทั้งสินค้าแฟชั่นชาย หญิง และสินค้าของเด็ก รวมไปถึงสินค้าตกแต่งอีกด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ